Sponsored

ช้อปปิ้งในโตเกียวห้ามพลาด! ร้านแว่น JINS สาขา Ginza Loft พร้อมดีลเด็ด ช้อปปลอดภาษี คูปองสุดคุ้ม และพิกัดที่เที่ยวใกล้ ๆ ครบจบในบทความเดียว

บทความนี้มีเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน

  • X
  • line

ชวนแวะ JINS (จินส์) สาขา Ginza Loft ในทริปครั้งหน้าที่ไปโตเกียว! ร้านแว่นตาสุดชิคที่รวมทั้งแฟชั่นและฟังก์ชันไว้ในที่เดียว สนุกกับการช้อปแว่นตาสุดทันสมัยและเลนส์หลากหลายประเภท พร้อมรับบริการปลอดภาษี และสิทธิพิเศษจากคูปองสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ!

JINS แบรนด์แว่นตาสุดฮอตในญี่ปุ่น

ร้านแว่นตาสัญชาติญี่ปุ่น JINS

การช้อปปิ้งคือกิจกรรมที่ขาดไม่ได้เมื่อมาญี่ปุ่น!
เพราะที่ญี่ปุ่นมีของน่าซื้อเต็มไปหมด แต่จะพิเศษขึ้นแค่ไหนหากเราสามารถซื้อของที่ใช้ต่อได้นานแม้จะกลับไทยไปแล้ว ใครที่กำลังมองหาของที่ทั้งสามารถใช้งานได้จริง หรือเป็นของที่ระลึกได้ด้วย ลองหันมามอง “แว่นตา” ดูสิ!
โดยเฉพาะแบรนด์แว่นตายอดฮิตของญี่ปุ่นอย่าง JINS (สะกดภาษาญี่ปุ่นว่าジンズ ซึ่งต่อไปจะขอเรียกสั้น ๆ ว่า JINS) ที่มาพร้อมดีไซน์สวยตามเทรนด์ เข้ากับทุกสไตล์ แถมราคาน่ารักเป็นมิตร

ที่บอกว่าราคาน่ารักเป็นมิตร เพราะ JINS จำหน่ายแว่นพร้อมเลนส์ เริ่มต้นเพียง 6,600 เยนเท่านั้น และสามารถสั่งตัดเลนส์ที่มีค่าสายตาสูงหรือสายตาเอียงได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม (สำหรับเลนส์ใสแบบชั้นเดียวที่มีค่า index หรือดัชนีหักเหแสง 1.60 และอาจมีข้อจำกัดตามค่าสายตา)
นอกจากนี้ยังสามารถรับแว่นตาได้อย่างเร็วที่สุดภายในแค่ 30 นาทีหลังจ่ายเงิน ถ้ามีสต็อกพร้อมในร้าน เลนส์สีบางแบบหรือเลนส์เสริมบางรุ่นก็สามารถรับได้ภายในวันเดียว เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัดแบบเรา ๆ แถมยังมีบริการปลอดภาษีเพิ่มด้วย

ช่วงนี้ทางร้านมีแคมเปญสนุก ๆ อย่าง JINS 30 min Night Walk ให้ทุกคนได้เดินเล่นชมเมืองตอนกลางคืน พร้อมรับคูปองพิเศษไว้ช้อปปิ้งอีกต่อ รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมายในคราวเดียว

JINS สาขา Ginza Loft

JINS สาขา Ginza Loft
JINS สาขา Ginza Loft
JINS สาขา Ginza Loft

ในบทความนี้ ขอพาทุกคนไปที่ร้าน JINS สาขา Ginza Loft ในย่านกินซ่า หนึ่งในย่านยอดฮิตศูนย์รวมแฟชั่นและแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของญี่ปุ่น

Loft ร้านมัลติแบรนด์ชื่อดังของญี่ปุ่นที่ใคร ๆ ก็อยากแวะมาเมื่อมาโตเกียว เพราะเป็นแหล่งรวมสินค้าน่ารัก ๆ ไว้มากมาย ทั้งของใช้ ของสะสมลายคาแรคเตอร์ เครื่องเขียน ไปจนถึงเครื่องสำอาง โดยเฉพาะที่สาขากินซ่า เป็นสาขาใหญ่ที่มีทั้งหมดถึง 5 ชั้น!
ในส่วนของร้าน JINS สาขา Ginza Loft ตั้งอยู่บนชั้น 3 หลังจากเดินเล่นย่านกินซ่าเสร็จแล้วก็แวะเข้าไปเลือกแว่นชิค ๆ ได้แบบสบาย ๆ เลย
ใครที่อยากวางแผนช้อปปิ้งให้คุ้มในย่านนี้ ต้องแวะแล้ว!

JINS สาขา Ginza Loft(JINS 銀座ロフト店)
ที่อยู่: 3F Ginza Belvia Building, 2-4-6 Ginza, Chuo-ku, Tokyo 104-0061
เวลาเปิดทำการ: วันจันทร์-เสาร์ 11:00-21:00 น. | วันอาทิตย์ 11:00-20:00 น. (เวลาเปิดทำการตามอาคาร)
เว็บไซต์ทางการ JINS

ของมันต้องมี! รวมแว่นตาเด็ดต้องซื้อกลับ!

กรอบแว่นแนะนำ

JINS 360°(R)

แว่น JINS 360°(R)
แว่น JINS 360°(R)

ใครที่เคยอ่านบทความก่อน ๆ ของ JAPANKURU มาบ้าง คงพอรู้ว่า JINS เป็นแบรนด์แว่นตาที่ขึ้นชื่อเรื่องดีไซน์สวยและฟังก์ชันการใช้งานครบครัน สำหรับในบทความนี้ อยากมาแนะนำแว่นของ JINS สาขา Ginza Loft อย่าง JINS 360°(R) รุ่นที่จะมาช่วยแก้ปัญหาโลกแตกของคนใส่แว่นอย่าง “แว่นหัก” นั่นเอง!

จากผลสำรวจของ JINS พบว่า 94% ของคนใส่แว่นล้วนเคยประสบปัญหาแว่นหัก แว่นเบี้ยว ไม่ว่าจะเป็นจากการเผลอหลับตอนใส่แว่นโดยไม่ได้ตั้งใจ ลูกเอาไปเล่น วางแว่นไว้บนเก้าอี้หรือพื้นแล้วเผลอเหยียบ โดยจุดที่มักจะหักบ่อยที่สุดก็คือตรงบานพับของแว่น แต่ปัญหานั้นจะหมดไป หากได้มาลองแว่นรุ่น JINS 360°(R) ของร้าน JINS สาขา Ginza Loft แห่งนี้

แว่น JINS 360°(R)
แว่น JINS 360°(R) สามารถรับแรงกดได้
แว่นตาบานพับที่หมุนได้รอบทิศ

JINS 360°(R) ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาแว่นหักโดยเฉพาะ ด้วยบานพับที่หมุนได้รอบทิศแบบ Omni-directional Movable Hinge™ กรรมสิทธิ์เฉพาะของ JINS ที่ช่วยกระจายแรงกระแทกจากหลายทิศทางได้ดี ขาแว่นสามารถขยับขึ้นลงซ้ายขวาได้อย่างยืดหยุ่น แถมยังแข็งแรงทนทานสุด ๆ ผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถรับแรงกดได้ถึง 150 กิโลกรัม และสามารถเปิด–ปิดได้ถึง 100,000 ครั้ง โดยไม่เสียรูป!
เพื่อให้เราได้ทดสอบดูความแข็งแรงของแว่น ที่ร้านมีตัวอย่างแว่นให้ลองกด ทับ ดัดด้วยตัวเองด้วย ใครที่มีโอกาสได้แวะไปที่ร้านอย่าลืมลองน้า

รุ่นนี้ให้ความรู้สึกสวมใส่สบาย เพราะใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างแผ่นรองจมูกซิลิโคน และขาแว่นจากเรซินยืดหยุ่นสูง จึงช่วยลดแรงกดและเพิ่มความสบายตอนใส่ แถมแม้จะเผลอถอดแว่นออกด้วยมือข้างเดียว เฟรมก็ไม่บิดเบี้ยวง่ายเหมือนแว่นทั่วไป ใครที่เคยรู้สึกว่าแว่นพังบ่อย ทั้ง ๆ ที่เลนส์ยังดีอยู่ หรือใครที่มีลูกเล็ก JINS 360°(R) สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเลย

ไลน์อัปในซีรีส์ JINS 360°(R) มีดีไซน์หลากหลายให้เลือกตามรูปหน้าและสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นทรง Boston สุดคลาสสิก ทรง Wellington ดีไซน์หรูเนี๊ยบ หรือทรงเหลี่ยมสุดมินิมอล มาพร้อมเฉดสีที่มีรสนิยมอย่างน้ำตาลอ่อน เทาไล่เฉด น้ำเงิน หรือดำด้าน ช่วยเติมเต็มทั้งในด้านการใช้งานและแฟชั่นได้ในเวลาเดียวกัน (รายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง)

ไลน์อัป JINS 360°(R)
ทรง Boston (URF-24S-200): น้ำตาลอ่อน เทาไล่เฉด ดำด้าน 
ทรง Wellington (URF-24S-201): สีใส บราวน์เดมิ(น้ำตาลเข้มมีลาย) ดำด้าน 
ทรง Wellington (URF-24S-203): น้ำตาลอ่อน บราวน์เดมิ(น้ำตาลเข้มมีลาย) ดำด้าน 
ทรง Square (URF-24S-204): น้ำเงินเข้ม เทา ดำด้าน
รายละเอียดสินค้า

JINS IPPITSU

JINS IPPITSU
JINS IPPITSU
JINS IPPITSU

อีกหนึ่งซีรีส์ที่ขอแนะนำคือ “JINS IPPITSU” ที่ถ่ายทอดความมินิมอล ความหรูหรา และความงามแบบญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว! ผลิตด้วยเทคนิคอันประณีตของช่างฝีมือจากเมืองซาบาเอะ จังหวัดฟุกุอิ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตแว่นตาชั้นนำของญี่ปุ่น ผสานกับแนวคิด “วะบิ ซะบิ”(わびさび) หรือ “ความงามแห่งความไม่สมบูรณ์แบบ” จนกลายเป็นผลงานที่สะท้อนสุนทรียะแบบญี่ปุ่นได้อย่างงดงาม
ชื่อและดีไซน์ของซีรีส์นี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก “การเขียนด้วยเส้นเดียว”(一筆書き) โดยถ่ายทอด “ความงามแบบลบองค์ประกอบ” ผ่านเส้นโค้งอ่อนโยนและรูปทรงที่เรียบง่าย

โครงแว่นถูกออกแบบอย่างแม่นยำในระดับ 0.1 มม. มีโครงสร้างแบบชิ้นเดียวที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่ขอบแว่น สะพานจมูก ไปจนถึงแป้นจมูก และที่พิเศษคือมีการแกะสลักด้วยมือโดยช่างฝีมือ ทำให้ได้ผิวสัมผัสและดีเทลที่เครื่องจักรไม่สามารถเลียนแบบได้

JINS IPPITSU หลายดีไซน์
JINS IPPITSU หลายดีไซน์

ด้วยดีไซน์นี้ JINS IPPITSU เลยรับเข้ากับรูปหน้าราวอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เพียงแต่ให้ความรู้สึกสบาย ๆ แต่ยังใส่เป็นแฟชันไอเทมที่ให้ความรู้สึกเรียบหรูดูแพงได้อีกด้วย เหมาะมากสำหรับใครที่ใส่ใจในดีเทลเล็ก ๆ และสายอาร์ตที่ไม่ยอมลดทอนมาตรฐานความงามของศิลปะ

เช่นเดียวกับ JINS 360°(R) ไลน์อัปของ JINS IPPITSU ก็มีให้เลือกหลายดีไซน์ตามรูปหน้าและสไตล์ของแต่ละคน ทั้งทรงสี่เหลี่ยมที่ดูสง่างาม ทรงวงรีที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ทรงหกเหลี่ยมสุดโดดเด่น และทรงบอสตันสุดคลาสสิก พร้อมด้วยสีเรียบหรูอย่างเทา เขียวคากิ และทอง (รายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง)

ไลน์อัป JINS IPPITSU

ทรงสี่เหลี่ยม(MTF-23S-183): สีเทา, สีกากี
ทรงวงรี (MTF-23S-184): สีเทา, สีทอง 
ทรงหกเหลี่ยม (MTF-23S-185): สีเทา, สีกากี
ทรงบอสตัน (MTF-23S-186): สีเทา, สีทอง
รายละเอียดสินค้า

เลนส์แนะนำ

JINS SCREEN

เลนส์กรองแสงสีฟ้า

ไม่เพียงแค่กรอบแว่นเท่านั้น JINS ยังมีเลนส์ฟังก์ชันพิเศษที่ช่วยดูแลสุขภาพดวงตาในชีวิตประจำวันอีกด้วย หนึ่งในตัวช่วยที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ที่ต้องจ้องหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ก็คือเลนส์ “JINS SCREEN” (เพิ่มจากราคากรอบแว่น +5,500 เยน) ซึ่งช่วยลดแสงสีฟ้า อันเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ดวงตาล้าและส่งผลต่อการนอนหลับได้

เลนส์ของรุ่น JINS SCREEN มีให้เลือก 3 ประเภทตามการใช้งานที่ต่างกัน

JINS SCREEN ตัดแสงสีฟ้า

(เลนส์ในภาพ: ตัดแสง 25% และตัดแสง 60%)

แบบแรกคือเลนส์ตัดแสงสีฟ้าได้ 25% ตามมาตรฐาน EN ให้ภาพที่เป็นธรรมชาติ เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น ทำงานในออฟฟิศ หรือใช้งานโน้ตบุ๊กในคาเฟ่ เหมาะกับใครที่ต้องการใส่แว่นต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ให้สีเพี้ยน
แบบที่สองคือเลนส์ที่ลดแสงสีฟ้าได้ 40% เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนหรือนักศึกษาที่ใช้งานคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์งาน เรียนออนไลน์ หรือเล่นเกม เป็นเลนส์สำหรับใครที่ตาล้าได้ง่าย หรือคนที่ทำงานต่อเนื่องนาน ๆ
และสุดท้ายคือเลนส์ที่ลดแสงสีฟ้าได้สูงถึง 60% ซึ่งเหมาะสำหรับช่วงเวลาก่อนนอน ที่มักหยิบสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมาใช้งาน เช่น อ่านอีบุ๊ก หรือเล่นมือถือในที่มืดอย่างบนเครื่องบินหรือในโรงแรมตอนกลางคืน เลนส์นี้จะช่วยลดการกระตุ้นของแสงจ้าและถนอมดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายละเอียด JINS SCREEN

เลนส์โฟโตโครมิก (เลนส์เปลี่ยนสีตามแสง)

เลนส์โฟโตโครมิก (เลนส์เปลี่ยนสีตามแสง)

อีกหนึ่งเลนส์ยอดฮิตที่ร้าน JINS สาขา GINZA LOFT อยากแนะนำก็คือ เลนส์โฟโตโครมิก ที่สามารถเปลี่ยนสีเลนส์ตามแสง จึงใช้งานได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง! จุดเด่นของเลนส์ประเภทนี้คือจะใสและโปร่งแสงเมื่ออยู่ในอาคาร แต่เมื่อออกไปข้างนอกจะเปลี่ยนเป็นสีเข้มเหมือนแว่นกันแดด ช่วยลดความจ้าได้ดีมาก เลนส์โฟโตโครมิกมีให้เลือกทั้งหมด 4 แบบตามสไตล์หรือการใช้งานที่เหมาะกับตัวเองที่สุด

เลนส์โฟโตโครมิก (เลนส์เปลี่ยนสีตามแสง)

แบบแรกคือเลนส์ปรับแสงด้วยแสงที่มองเห็น (+8,800 เยน) เป็นเลนส์ที่เปลี่ยนสีโดยตอบสนองต่อความเข้มของแสงที่มองเห็น ไม่เพียงแต่เมื่อโดนรังสี UV เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินเข้าออกระหว่างในร่มและกลางแจ้งบ่อย ๆ แบบต่อมาคือเลนส์ปรับแสงทั่วไป (+5,500 เยน) รุ่นพื้นฐานที่เปลี่ยนสีตามปริมาณรังสี UV เหมาะสำหรับผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ

นอกจากนี้ยังมีเลนส์ปรับแสงพรีเมียม SCREEN (+14,300 เยน) ที่เปลี่ยนสีเมื่อโดนแสงและรังสี UV ไปพร้อม ๆ กับการตัดแสงสีฟ้า และเลนส์ปรับแสง SCREEN (+11,000 เยน) ที่ช่วยทั้งตัดรังสี UV และตัดแสงสีฟ้า จึงเหมาะกับการใช้งานจริงหลากหลายรูปแบบ

รายละเอียดเลนส์โฟโตโครมิก

จุดเด่นของ JINS สาขา GINZA LOFT

วัดสายตาฟรี

วัดสายตาฟรี
วัดสายตาฟรี

ที่ร้าน JINS มีบริการตรวจวัดสายตาฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ และสามารถเลือกซื้อแว่นได้ครบจบในที่เดียว เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีเวลาเที่ยวจำกัด แวะมาเช็กสายตาแล้วซื้อแว่นใหม่กลับบ้านได้เลยแบบรวดเร็วไม่ต้องรอนาน แถมที่ร้านยังมีพนักงานที่สามารถสื่อสารได้หลายภาษา ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาเกาหลี นักท่องเที่ยวที่ไม่ถนัดภาษาญี่ปุ่นก็ใช้บริการได้อย่างสบายใจไม่มีปัญหาเรื่องภาษาแน่นอน!

ช้อปแว่นแบบล้ำสมัย

จองคิวตรวจวัดสายตา
JINS BRAIN ระบบ AI ช่วยเลือกแว่น

ที่ร้าน JINS สาขา Ginza Loft เราสามารถจองคิวตรวจวัดสายตาได้ที่เคาน์เตอร์ของร้านโดยตรง แต่หากต้องไปทำอย่างอื่นก่อนก็จองคิวไว้ได้ เพราะที่ร้านมีแท็บเล็ตสำหรับจองคิวด้วยตัวเองอยู่บริเวณมุมหนึ่งของร้าน ใช้งานง่ายและรองรับหลายภาษาอีกด้วย!

ส่วนใครที่กำลังลังเลว่าจะเลือกกรอบแว่นแบบไหนดี ลองใช้นวัตกรรม AI สุดล้ำของ JINS อย่าง JINS BRAIN และ JINS AI ช่วยได้
JINS BRAIN เป็นระบบ AI ที่เพียงแค่ลองสวมแว่นทดลองแล้วไปยืนหน้าจอ ระบบจะวิเคราะห์และให้คะแนนความเหมาะสมของแว่นกับใบหน้าของเราออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์
ส่วน JINS AI ทำหน้าที่เหมือนพนักงานขายท่านหนึ่ง จะคอยตอบคำถามเกี่ยวกับการเลือกซื้อแว่น เช่น “ควรซื้อแว่นแบบไหนดี?” หรือ “กรอบแบบไหนกำลังฮิต?” ผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลของ JINS เหล่านี้ มั่นใจได้ว่าเราจะสามารถหาแว่นที่ใช่สำหรับตัวเองได้อย่างแน่นอน!

JINS 30min Night Walk

 Night Voucher ของแคมเปญ JINS 30min Night Walk

ที่ร้าน JINS สาขา Ginza Loft นอกจากจะมีบริการปลอดภาษีพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว ยังมีแคมเปญสนุก ๆ อย่าง JINS 30min Night Walk ให้เราได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนของกินซ่าในแบบไม่เหมือนใคร
แคมเปญนี้คือเมื่อซื้อสินค้าที่ร้านตั้งแต่ 3,900 เยนขึ้นไป จะได้รับ Night Voucher ซึ่งเป็นผ้าเช็ดแว่นที่มาพร้อมกับบัตรส่วนลดสุดพิเศษ
บัตรนี้จะช่วยแนะนำเส้นทางเดินเที่ยวชมไม่แมสในย่านกินซ่า พร้อมทั้งมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษจากร้านค้ารอบ ๆ ให้เราได้ใช้ระหว่างเดินเล่น

ผู้ซื้อ 1 คน จะได้รับวอยเชอร์จำนวน 1 ใบ เพียงแค่แสดงพาสปอร์ตและเอกสารยืนยันการเดินทางเข้าญี่ปุ่นภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา (เช่น ตั๋วเครื่องบิน หรือใบเสร็จการเดินทาง)

อย่าลืมใช้เวลาระหว่างรอรับแว่นใหม่ให้คุ้มค่า ด้วยสิทธิประโยชน์สุดพิเศษนี้นะคะ!

รายละเอียดแคมเปญ JINS 30min Night Walk

บริการ PICK UP LOCKER

ที่ร้าน JINS สาขา Ginza Loft ยังมีอีกหนึ่งบริการพิเศษ “PICK UP LOCKER” ซึ่งเป็นล็อกเกอร์รับแว่นแบบบริการตัวเอง เพียงแค่สแกน QR โค้ด ก็สามารถรับแว่นที่สั่งตัดไว้ได้ทันทีโดยไม่ต้องเจอพนักงานในร้าน ช่วยลดเวลารอคอยและไม่ต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่โดยตรง บริการนี้เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัดและต้องการจัดการเรื่องแว่นอย่างรวดเร็วและสะดวกที่สุดในช่วงทริปของตัวเอง

คู่มือแนะนำจุดเช็คอินในกินซ่าปี 2025

Ginza Loft

ไหน ๆ ก็แวะมาที่ JINS สาขา Ginza Loft แล้ว ก็ช้อปปิ้งต่อที่นี่ไปด้วยเลย
Loft ร้านจำหน่ายของใช้ในชีวิตประจำวันที่ได้รับความนิยมทั่วญี่ปุ่น มีสินค้าให้เลือกมากมาย ตั้งแต่เครื่องเขียน ของตกแต่งบ้าน เครื่องสำอาง ของใช้ในครัว รวมถึงของน่ารัก ๆ ที่มีดีไซน์เฉพาะตัวแบบญี่ปุ่น และสินค้าตามฤดูกาลที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น เหมาะมากสำหรับใครที่กำลังมองหาของฝาก ของใช้ ไอเทมน่ารัก ๆ สไตล์ญี่ปุ่น

Ginza Loft(銀座ロフト)
ที่อยู่: 1st – 5th Floor, Belvia Building, 2-4-6 Ginza, Chuo-ku, Tokyo 104-0061
เวลาทำการ: จันทร์–เสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11:00–21:00 น. | อาทิตย์ 11:00–20:00 น.
การเดินทาง: เดินจากสถานี Ginza ทางออก C8 หรือ C9 เพียง 3 นาที / เดินจากสถานี Ginza-itchome ทางออก 5 เพียง 1 นาที / เดินจากสถานี JR Yurakucho ทางออกกลาง 4 นาที
เว็บไซต์ทางการ

The CHOYA Ginza BAR

สถานที่ต่อไปสำหรับคนรักเครื่องดื่ม! กับจุดฮอตฮิตในกินซ่าอย่าง The CHOYA Ginza BAR ร้านเชี่ยวชาญในการผลิตเหล้าบ๊วยหรืออุเมะชู(梅酒) มาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี ตั้งแต่ปี 1959 จนออกมาเป็นเหล้าบ๊วยแบรนด์ The CHOYA สุดพรีเมียม บาร์แห่งนี้มีเมนูเครื่องดื่มที่หลากหลายที่สุดในโตเกียว เพราะเสิร์ฟค็อกเทลอุเมะชูกว่า 100 ชนิด รวมถึงเมนูอื่น ๆ ที่ใช้บ๊วยเป็นวัตถุดิบหลัก และพิเศษสำหรับคนที่มี Night Voucher จากร้าน JINS ที่แนะนำไปก่อนหน้านี้ รับสิทธิ์ยกเว้นค่าบริการโต๊ะเลยทันที(ปกติ 880 เยน) เมื่อมาใช้บริการ
หลังจากช้อปปิ้งเสร็จแล้ว คงดีหากได้แวะมาผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับบรรยากาศยามค่ำคืนของกินซ่าที่ The CHOYA Ginza BAR

The CHOYA Ginza BAR(The CHOYA 銀座 BAR)
ที่อยู่: NOCO 7F, 5-6-5 Ginza, Chuo-ku, Tokyo 104-0061
เวลาทำการ: วันจันทร์-ศุกร์ 16:00–22:00 น. (Last order 21:30 น.) | วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 13:00–22:00 น. (Last order 21:30 น.)
การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากทางออก A1 สถานี Ginza (สาย Marunouchi) / เดิน 1 นาทีจากทางออก B5 สถานี Ginza (สาย Ginza และ Hibiya)
เว็บไซต์ทางการ

ห้างสรรพสินค้าวาโค

หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของย่านกินซ่าที่หลายคนรู้จักดี ใครเห็นต้องร้องอ่อ ด้วยอาคารทรงคลาสสิก ด้านบนมีหอนาฬิกาอันโดดเด่น สร้างตั้งแต่ปี 1932 โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท Seiko (เซย์โก้) ซึ่งมีชื่อเสียงด้านนาฬิกา ด้านในของอาคารนาฬิกาแห่งนี้เป็นห้างสรรพสินค้า ชั้นล่างเป็นโซนจำหน่ายเครื่องประดับสุดหรูหรา ส่วนชั้นบนเต็มไปด้วยของตกแต่งบ้านอย่างเครื่องครัวคุณภาพสูง ของใช้ในบ้าน ไปจนถึงงานศิลปะหลากหลายสไตล์ ให้เราได้เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบหรูหราสไตล์กินซ่าอย่างแท้จริง

ห้างสรรพสินค้าวาโค(和光)
ที่อยู่: Seiko House, Ginza 4-5-11, Chuo City, Tokyo 104-8105
เวลาทำการ: 11:00-19:00 น.
การเดินทาง: เดินไม่ไกลจากทางออก A9 หรือ A10 ของสถานี Tokyo Metro “Ginza” / เชื่อมตรงกับทางออก B1
เว็บไซต์ทางการ

Ginza Sony Park

เพิ่งเปิดใหม่สด ๆ ร้อน ๆ ในเดือนมกราคม 2025 ที่ผ่านมา กับ Ginza Sony Park อีกหนึ่งจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนกินซ่า เอกลักษณ์ของที่นี่คือความสูงของเพียง 20 เมตรของดาดฟ้า ซึ่งต่ำกว่าตึกสูงโดยรอบ ทำให้เราสามารถชมบรรยากาศปลอดโปร่ง สดชื่น ของท้องฟ้าและสี่แยกกลางเมืองกินซ่าได้แบบเต็มตา
ที่ชั้นใต้ดินมี Sony Park Mini จัดแสดงเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมทั้งมีสินค้าลิมิเต็ด งานดนตรี และศิลปะให้เพลิดเพลิน และแน่นอนว่ายังมีคาเฟ่และเลานจ์ให้คุณได้นั่งพักระหว่างทริปเดินเล่นในกินซ่า ใช้เวลาผ่อนคลายและเติมแรงบันดาลใจได้อย่างเต็มที่

Ginza Sony Park
ที่อยู่: 5-3-1 Ginza, Chuo-ku, Tokyo 104-0061
เวลาเปิดทำการ: 11:00 – 19:00 น.
การเดินทาง:
▪︎จากสถานี JR Yurakucho (ทางออกกลาง) เดินประมาณ 5 นาที
▪︎จากสถานี Ginza (Tokyo Metro สาย Ginza) ออกทางประตู “Ginza 4-chome” เดินประมาณ 3 นาที
▪︎จากสถานี Ginza (สาย Marunouchi และ Hibiya) ออกทางประตู “Sukiyabashi” หรือ “Central Exit” เดินประมาณ 2 นาที
เว็บไซต์ทางการ

พบกับร้าน JINS ได้ทั่วญี่ปุ่น

เพราะว่า JINS เป็นร้านแว่นที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น ทั้งโอซาก้า โอกินาว่า ฮอกไกโด เกียวโต ฟุกุโอกะ รวมถึงเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกมากมาย บอกเลยว่าไม่ว่าจะเดินทางไปไหน หรือมีแพลนเที่ยวยังไง เราก็สามารถพบเจอและแวะซื้อแว่นตาของ JINS ได้ง่าย ๆ

JAPANKURU เคยไปทัวร์ร้าน JINS ตามจังหวัดอื่น ๆ มาบ้าง และเคยเขียนแนะนำร้านในแต่ละที่ไว้ ใครที่มีแพลนจะไปไหน แล้วอยากลองแวะไปตัดแว่น สามารถอ่านบทความเหล่านี้ประกอบการเดินทางได้เลย!

ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURUFacebookInstagramX(twitter)

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS