CONTENTS
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่นไม่ได้มีดีแค่สวนหรือภูเขา แต่ “วิวจากรถไฟ” ก็สวยไม่แพ้กัน 🚃🍁
ปีนี้ JAPANKURU ขอพาทุกคนออกเดินทางไปสัมผัสเส้นทางรถไฟสายเล็ก ๆ อย่าง รถไฟสายโทร็อกโกะ (黒部峡谷鉄道トロッケ) จะพาเราวิ่งผ่านหุบเขาคุโรเบะ ที่ถูกย้อมด้วยสีแดงทองของใบไม้ร่วง
รถไฟสายโทร็อกโกะ และช่องเขาคุโรเบะ จังหวัดโทยามะ

หุบเขาคุโรเบะ จังหวัดโทยามะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ติดอันดับ 1 ใน 3 หุบเขาสวยที่สุดของญี่ปุ่นมาแล้ว โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วง ตั้งแต่ปลายกันยายนถึงกลางพฤศจิกายน ที่นี่จะสวยเป็นพิเศษ และเป็นฤดูที่ผู้คึกคักกว่าฤดูไหน ๆ เพราะทุกคนต่างอยากมานั่งรถไฟชมความงดงามของใบไม้แดงท่ามกลางหุบเขานั่นเอง
ความโดดเด่นของหุบเขาอยู่ที่รูปทรงตัว V ที่ตัดผ่านแม่น้ำคุโรเบะ และยังเป็นหนึ่งในหุบเขาที่ลึกที่สุดของญี่ปุ่น จึงไม่แปลกที่หากได้นั่งรถไฟเข้าไปแล้ว จะให้ความรู้สึกทั้งงดงามและลึกลับน่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก
ในส่วนของรถไฟสายโทร็อกโกะ แรกเริ่มถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นรถไฟขนส่งสินค้ารอบเมือง แต่หลังจากนั้นก็เปิดให้บุคคลทั่วไปได้ใช้บริการ จนกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างในปัจจุบัน
รู้หรือไม่ ว่าจริง ๆ แล้วจุดเริ่มต้นของการเป็นรถไฟท่องเที่ยวยังมีเรื่องเล่ามากกว่านั้น ใครที่สนใจลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้เลย
เส้นทางรถไฟสายโทร็อกโกะ

ที่มาภาพ: เว็บไซต์ทางการ
เริ่มต้นที่สถานี Unazuki(宇奈月駅) ไปจนสุดสายที่สถานี Keyakidaira(欅平駅) ความยาวประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางตลอดสายประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที


สะพานชินยามาบิโกะ (新山彦橋)
เส้นทางนี้จะวิ่งบนสะพานชินยามาบิโกะ(新山彦橋) สะพานสีแดงสดใส ตัดกับสีเขียวของป่าไม้ด้านหลังในช่วงฤดูร้อน หากเป็นช่วงใบไม้ร่วง สะพานแดงนี้จะดูกลมกลืนไปกับสีส้มแดง แต่ไม่ว่าจะในฤดูไหน ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าสีของภูเขาที่เปลี่ยนไปก็สวยไม่ต่างกันเลย
อีกหนึ่งในไฮไลต์ของรถไฟสายนี้คือความแตกต่างกันของแต่ละตู้ มีที่นั่งธรรมดาแบบ Open Air และที่นั่งพิเศษที่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มนิดหน่อย แต่มีหน้าต่างปิดและมีพนักพิงหลัง ทั้งสองตู้นี้ให้เราได้เลือกสัมผัสธรรมชาติที่ต่างกัน
ที่เที่ยวน่าสนใจระหว่างทางรถไฟ
จุดชมวิวสะพานยามาบิโกะ สถานี Unazuki(宇奈月駅)

สถานีอุนะซุคิ ()
สถานีอันเป็นจุดเริ่มต้นของรถไฟสายโทร็อกโกะ ใกล้ ๆ กับสถานีมีจุดชมวิวสะพานยามาบิโกะ ซึ่งแต่เดิมเคยใช้เป็นทางวิ่งของรถไฟสายโทร็อกโกะ ก่อนจะมีการสร้างสะพานใหม่และเปลี่ยนไปวิ่งสายนั้นแทน ทำให้สะพานยามาบิโกะแห่งนี้ กลายเป็นเส้นทางสำหรับคนเดินเล่นแทน ปัจจุบันจุดชมวิวสะพานยามาบิโกะขนานไปกับสะพานชินยามาบิโกะ สามารถมองเห็นรถไฟวิ่งผ่านได้อย่างชัดเจน
นอกจากชมวิวแล้ว ยังมีจุดถ่ายรูปและพื้นที่พักผ่อน อย่างขบวนรถไฟโทร็อกโกะ สีส้มที่อยู่บนรางจำลองให้เราได้ขึ้นไปนั่งถ่ายรูป หรือจุดสำหรับอะชิยู(足湯) ให้แวะนั่งแช่เท้าได้ด้วย


คุโรนากิ ออนเซ็น(黒薙温泉)

คุโรนากิ ออนเซ็น(黒薙温泉)
นั่งจากสถานีอุนะซุคิมาตามทางจนถึงสถานีคุโรนากิ รอบ ๆ สถานีนี้มีคุโรนากิ ออนเซ็น(黒薙温泉) ออนเซ็นกลางแจ้งรวมชาย–หญิง ที่เราสามารถลงแช่ได้จริง ๆ ! บ่อน้ำร้อนกลางแจ้งแห่งนี้ นอกจากจะให้ความอบอุ่นแล้ว ยังสามารถชมวิวแม่น้ำและหุบเขาคุโรเบะได้แบบพาโนรามา ถือเป็นจุดพักผ่อนที่ผ่อนคลายสุด ๆ ระหว่างการเดินทางบนเส้นทางรถไฟโทร็อกโกะ แต่ด้วยความที่อยู่กลางแจ้ง จะเปลือยเลยก็อาจจะเขินไปหน่อย ที่นี่จึงอนุญาตให้ใส่ชุดว่ายน้ำได้ แต่ก็มีบางคนเลือกแช่แบบเปลือยตัวตามธรรมเนียมญี่ปุ่นอยู่เหมือนกัน เพราะงั้นถ้าเห็นก็ไม่ต้องตกใจไปนะคะ
สถานีเคยาคิไดระ(欅平駅)
และแล้วก็เดินทางมาถึงสถานีปลายทางของรถไฟสายโทร็อกเกะ ที่สถานีเคยาคิไดระ(欅平駅) ซึ่งเป็นสถานีที่ใหญ่ที่สุดในสาย มีทั้งร้านอาหาร จุดขายของฝาก และแน่นอนว่าจุดถ่ายรูปเพียบ!

อย่างจุดนี้ที่เราไปถ่ายกันมา เก็บครบทั้งสะพานแดง วิวช่องเขา และน้ำตกลำธารสวย ๆ เหมาะกับการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเคยมาเยือน
ชิมอาหารท้องถิ่น
เห็นเป็นหุบเขาแบบนี้ แต่เนื่องจากอยู่ใกล้กับอ่าวโทยามะ ทำให้ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องซีฟู้ดเป็นอย่างมาก มีอาหารทะเลกว่า 500 ชนิด รับประกันความสดใหม่และรสชาติอร่อยที่ไม่อยากให้พลาด
กุ้งกระจก (白エビ)


กุ้งขนาดเล็กที่จับได้เฉพาะในอ่าวโทยามะ ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเลยทีเดียว ถ้าเอาไปทอดจะกรุบกรอบ เหมาะกับการกินเป็นกับแกล้มกับเบียร์ ถ้าเอาไปทำซาชิมิจะให้รสหวาน หรือใครจะเอาไปทานกับแกงกะหรี่ก็ได้เหมือนกัน รสชาติหวานของกุ้งจะทำให้แกงรสเบาลงและเพิ่มความสดชื่นตอนทาน
หมึกหิ่งห้อย (ホタルイカ)

อีกหนึ่งวัตถุดิบท้องถิ่นที่น่าสนใจคือหมึกหิ่งห้อย (ホタルイカ) หมึกตัวเล็ก ๆ ที่พบได้ในโทยามะและเฮียวโงะ สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะนึ่ง ดอง ทอด หรือทำซาชิมิ เมนูที่เราแนะนำคือ Okizuke หรือหมึกหิ่งห้อยที่ล้างและลอกเปลือกแล้วดองกับสาเกและโชยุ ทานกับข้าวสวยบอกเลยว่าฟิน! นอกจากนี้ยังมีเมนูหายากอย่าง ชาบูหมึกหิ่งห้อย ที่สามารถลิ้มลองได้ที่เรียวกัง Unazuki Onsen Togen Ryokan ถือเป็นประสบการณ์รสชาติที่ควรลองเมื่อมาเยือนคุโรเบะ🤤
ราเมนดำ

สำหรับใครที่ไม่ถูกกับอาหารทะเลเท่าไร ที่จังหวัดโทยามะยังมีของขึ้นชื่ออีกอย่าง คือโทยามะแบล็ค (Toyama Black) หรือราเมนดำ น้ำซุปสีดำเกิดจากการผสมผสานของโชยุหลายชนิด ทำให้มีรสชาติเข้มข้นเฉพาะตัว หาทานได้ที่สถานีเคยาคิไดระเลย
เดินทางไปยังไง?
อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่ามีหลายคนอยากไปเยือนหุบเขาคุโรเบะ แต่อาจกังวลว่าถ้าไม่มีรถหรือขับรถไม่ได้ จะเดินทางไปยังไง? ไม่ต้องกังวลไปเลยค่ะ เพราะการเดินทางไปยังสถานีอุนะซุคิไม่ยากเลย เดินทางด้วยชินคันเซ็นสายโฮคุริคุ(Hokuriku Shinkansen) นั่งยาว ๆ จากสถานีโตเกียวไปลงที่สถานี Unazuki Onsen (宇奈月温泉駅) และเดินต่อประมาณ 5 นาทีก็จะถึงสถานี Unazuki (宇奈月駅) ที่เป็นจุดขึ้นรถไฟโทร็อกโกะกันแล้ว
💡 สรุปรูทเดินทางด้วยชินคันเซ็นสายโฮคุริคุ(Hokuriku Shinkansen)
สถานีโตเกียว → สถานี Unazuki Onsen (ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 20 นาที) → สถานี Unazuki (เดินประมาณ 5 นาที)
เช็คข้อมูลการเดินทางและตั๋วรถไฟได้ที่
ห้ามพลาดประสบการณ์ที่หาได้แค่ในฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น!

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นหนึ่งใน high-season ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างหลั่งไหลมาชมทิวทัศน์สีแดงส้มของญี่ปุ่น หลายคนอาจเลือกไปชมใบไม้แดงในเมือง ในสวนสาธารณะ หรือวัดต่าง ๆ แต่หากมีเวลามากพอและอยากสัมผัสความงดงามสุดตราตรึงจริง ๆ หุบเขาคุโรเบะ จังหวัดโทยามะ คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด
อ่านบทความนี้จบแล้ว รีบจองตั๋ว หยิบกล้อง แล้วออกมานั่งรถไฟชมใบไม้แดงท่ามกลางหุบเขาคุโรเบะกันเถอะ เพราะปีหนึ่งมีเพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น โอกาสดี ๆ แบบนี้อย่าปล่อยหลุดมือไปนะ!
ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURU, Facebook และ Instagram
COMMENT
MAP OF JAPAN
SEARCH BY REGION
LATEST
VIEW MOREEVENT CALENDAR
VIEW MORE