Sponsored

บุก TeamLab Biovortex Kyoto: แนะนำทริคเที่ยว & ไฮไลต์ห้ามพลาดของพิพิธภัณฑ์ TeamLab แห่งใหม่ในเกียวโต

บทความนี้มีเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน

  • X
  • line

กำลังวางแผนไป TeamLab Biovortex Kyoto อยู่หรือเปล่า? มาดูไกด์สั้น ๆ ที่รวมทั้งจุดไฮไลต์ในมิวเซียม ข้อมูลตั๋ว เทคนิควางแผนเที่ยว และวิธีเดินทาง (ใกล้สถานีเกียวโตสุด ๆ!) ครบจบในที่เดียว

ออกไปสำรวจ teamLab ที่เกียวโตกันเถอะ

visiting teamLab Biovortex Kyoto

พิพิธภัณฑ์ teamLab ในเกียวโต แห่งนี้ ถือเป็นงานศิลปะจัดแสดงขนาดที่ใหญ่ที่สุดของทีมนี้ในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ภายในรวบรวมผลงานมากกว่า 50 ชิ้น จากกลุ่มศิลปินสุดฮิตอย่าง teamLab ทั้งงานใหม่และงานยอดนิยมสไตล์ immersive ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยจาก teamLab Planets หรือ teamLab Borderless
ที่นี่มีชื่อเต็มว่า teamLab Biovortex Kyoto เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแบบ immersive เสมือนให้เราหลุดเข้าไปในโลกของศิลปะ ภายในเปิดไฟแสงสลัวและถูกออกแบบให้คล้ายเขาวงกตนิด ๆ เดินไปเรื่อย ๆ แบบไม่ต้องมีเส้นทางตายตัว แล้วเราจะค่อย ๆ บังเอิญค้นพบงานศิลปะแต่ละชิ้นด้วยตัวเอง
ด้านในแทบจะไม่มีแผนที่ให้ดูเลย ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นความตั้งใจของที่นี่ เพราะความสนุกอยู่ที่การได้หลงนิด ๆ แล้วค่อย ๆ ค้นพบอะไรใหม่ ๆ ระหว่างทาง

visiting teamLab Biovortex Kyoto

แล้วถ้ามาควรจะดูอะไรบ้าง? หลังจากเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2025 แค่ 5 เดือน ก็มีคนแวะมาแล้วมากกว่า 500,000 คน และนี่คือเหตุผลที่ทุกคนอาจอยากมาเช็กอินด้วยตัวเองสักครั้ง 👀✨

ไฮไลต์ของ teamLab Biovortex Kyoto

visiting teamLab Biovortex Kyoto

ด้วยธีม “Biovortex” มิวเซียมแห่งนี้ชวนให้ทุกคนได้สำรวจ “การรับรู้” ของตัวเอง และตั้งคำถามว่าการมีตัวตนอยู่ในแต่ละพื้นที่นั้นรู้สึกยังไง บางช่วงเหมือนได้จมอยู่ในความมืดเงียบ ๆ แต่จู่ ๆ ก็ถูกกระตุ้นด้วยแสง สี เสียง กลิ่น และสัมผัสอื่น ๆ ที่เข้ามาพร้อมกันแบบเต็มพิกัด
ผลงานแต่ละชิ้นไม่ได้อยู่นิ่ง ๆ แต่เหมือนมีชีวิต เคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง และวิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลา ถึงจะกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ แต่ก็มีการแบ่งโซนให้มีอารมณ์ต่างกัน เช่น โซนสงบ ชวนให้คิด โซนสนุก มีความขึ้เล่น หรือบางจุดที่ทำให้รู้สึกมึน ๆ นิดหน่อย

“Underground”

visiting teamLab Biovortex Kyoto

โซนใต้ดินที่ให้ฟีลคล้าย teamLab Borderless ในโตเกียว ทั้งห้องดอกไม้ที่ปกคลุมผนัง แสงเคลื่อนไหวไปมาตามการเดินของเรา และทางเข้าสลัว ๆ ที่เหมือนเป็นประตูไปสู่อีกโลกหนึ่งของศิลปะ ตามแบบฉบับของ teamLab จริง ๆ
สำหรับใครที่มีเวลาไม่มากและเลือกเข้าชม teamLab ได้แค่ที่เดียว ก็ต้องบอกเลยว่าที่นี่คุ้มสุด ๆ ! เพราะจะได้เห็นผลงานไฮไลต์อย่าง “Infinite Crystal World” ที่เต็มไปด้วยไฟระยิบระยับเหมือนโลกแห่งคริสตัล, “Nirvana: Fleeting Flowers” ที่มีสัตว์จากดอกไม้เคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวา และ “Forest of Resonating Lamps” ห้องกระจกที่เต็มไปด้วยโคมไฟแขวนสุดแฟนตาซี

และอีกหนึ่งผลงานที่ทีม Japankuru ชอบมากก็คือ “What a Loving, and Beautiful World.” ที่เต็มไปด้วยความอินเตอร์แอคทีฟและเสน่ห์ชวนให้ตกหลุมรักแบบไม่รู้ตัว 💫

visiting teamLab Biovortex Kyoto

ถ้าอยากดูอะไรใหม่ ๆ ต้องไปลอง “Morphing Continuum” แต่จะบอกว่า “ไปดู” ก็อาจไม่ถูกนัก เพราะงานนี้ต้อง “เข้าไปอยู่ในนั้น” มากกว่า ภายในเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยลูกทรงกลมเรืองแสง ที่เคลื่อนไหวไปมาเหมือนประติมากรรมมีชีวิต แต่ละลูกจะตอบสนองต่อกันเอง รวมถึงคนในห้องด้วย
สำหรับห้องนี้ อาจจะต้องเตรียมใจไว้หน่อยว่าอาจโดนลูกบอลลอย ๆ ชนหน้าเบา ๆ บ้าง(เอาจริง ๆ เผลอสนุกไปด้วยอยู่นะ) ด้วยความที่มีหลายองค์ประกอบเคลื่อนไหวพร้อมกัน บางคนอาจรู้สึก มึน ๆ นิดหน่อย แต่ถ้าปล่อยใจสนุกไปกับมันได้ บอกเลยว่าสวยและน่าประทับใจมาก

visiting teamLab Biovortex Kyoto

ทริคแนะนำ: ถ้าจุดไหนคนเยอะหรือคิวยาว ลองเดินไปโซนอื่นก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่ เพราะคนจะมาเป็นช่วง ๆ ถ้าได้เข้าไปตอนคนน้อย จะเดินดูได้สบายกว่า และถ่ายรูปก็ง่ายขึ้นด้วย

ประสบการณ์ใหม่ผ่าน “Sculpture and Painting”

เมื่อขึ้นมาที่โซน “Sculpture and Painting” จะรู้สึกได้เลยว่าพื้นที่ถูกแบ่งเป็นสัดส่วนมากขึ้น แต่ละโซนเชื่อมกันด้วยทางเดินสีดำให้ฟีลลึกลับนิด ๆ ไฮไลต์ของชั้นนี้คือผลงานใหม่ของ teamLab ที่เกียวโต ซึ่งต้องเตรียมตัวเพิ่มนิดหน่อยก่อนเข้าไป!

ก่อนจะเข้าไปในโซน Massless Amorphous Sculpture แนะนำให้ใส่หน้ากาก (มีแจกฟรี) และควรมีเสื้อกันฝน (ซื้อหรือเตรียมมาเองก็ได้) เพราะอาจจะเลอะนิดหน่อย ถ้าถามว่าทำไมถึงเลอะ เพราะะว่าภายในพื้นที่นี้ งานประติมากรรมถูกสร้างจากฟองคล้ายสบู่ ที่รวมตัวกันเป็นก้อน บางจุดกองเป็นภูเขา บางจุดลอยอยู่เหนือหัว หรือรวมตัวเป็นรูปร่างเหมือนประติมากรรมลอยไร้น้ำหนัก ในห้องนี้เราสามารถเอื้อมมือไปแตะ เล่น หรือหลบฟองที่ลอยมาใกล้หน้าได้ บางจังหวะต้องก้มตัวหลบกันให้วุ่น แต่เพราะรู้ว่าจะต้องเลอะ ตรงทางออกห้องนี้เขามีที่ให้ล้างมือทำความสะอาด หมดกังวลเรื่องตัวเหนียวเหนอะไปได้เลย

อีกหนึ่งไฮไลต์ของโซนนี้ คือโซน “Transient Abstract Life and Return” แบ่งออกเป็น 3 ส่วน เริ่มจากสระน้ำหมุนสีสันสดใส จากนั้นจะได้เดินบนแพลตฟอร์มกระจก เหนือของเหลวเมทัลลิกที่ไหลพลิ้วสวยมาก และห้องสุดท้าย เราสามารถใส่รองเท้าบูทยางเดินลงไปในของเหลวเพื่อดูการเคลื่อนไหวในพื้นที่เล็ก ๆ นั้นจริง ๆ ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแฟนตาซีเลย

“Megaliths”

บริเวณใจกลางของชั้นนี้ยังมีพื้นที่ที่รวมเอาโครงสร้างเรืองแสงจาก “Megaliths in the Open Universe” เข้ากับพืชจริงจาก “Eternal Existence in the Sun and Rain” จนเกิดเป็นบรรยากาศที่ดูทั้งโบราณและล้ำอนาคตในเวลาเดียวกัน และถ้าลองเดินสำรวจให้ทั่ว จะพบว่ายังมีผลงานอีกหลายชิ้นซ่อนอยู่ตามมุมมืดหรือปลายทางเดิน รอให้เราค่อย ๆ ค้นพบด้วยตัวเอง

visiting teamLab Biovortex Kyoto

อย่างเช่น “Massless Sun and Surface of the Sky” ที่ให้เราเหมือนได้ถือพระอาทิตย์ดวงเล็กไว้บนฝ่ามือ หรือเดินต่อไปยัง “Living Crystallized Light” ที่ทุกย่างก้าวเหมือนปลุกพลังสายฟ้าขึ้นมาจากพื้นตรงหน้า เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยเติมความรู้สึกเหนือจริงให้กับทั้งชั้นได้อย่างดี

visiting teamLab Biovortex Kyoto

Athletics Forest (& Future Park)

the Athletics Forest & Future Park at teamLab Biovortex Kyoto

สำหรับใครที่มาเที่ยวกับเด็กพลังล้น หรือแค่เป็นคนที่ยังอินกับความสนุกแบบเด็ก ๆ อยู่ โซน Athletics Forest ของ teamLab จะทำให้เรายิ้มได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไป เพราะที่นี่เหมือนคำตอบของคำถามว่า “ถ้า teamLab ลองสร้างสนามเด็กเล่นขึ้นมาจริง ๆ จะออกมาเป็นยังไง?” พื้นที่ทั้งหมดเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหว ทั้งเนินและแอ่งที่ดูเหมือนมีชีวิต มีซาลาแมนเดอร์ตัวเล็ก ๆ วิ่งไปมา และผีเสื้อที่บินพลิ้วอยู่รอบตัว ผสมกับเครื่องเล่นที่ได้แรงบันดาลใจจาก jungle gym หรือแทรมโพลีน ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่ “ดูงานศิลปะ” แต่เป็นการเข้าไปเล่นอยู่ในงานศิลปะจริง ๆ

the Athletics Forest & Future Park at teamLab Biovortex Kyoto

ความสนุกของโซนนี้คือไม่มีเส้นทางตายตัว เราสามารถเลือกเดิน เล่น หรือใช้เวลาได้ตามใจชอบ แต่ถ้าจะให้ Japankuru แนะนำเป็นพิเศษ หนึ่งในงานที่หลายคนตกหลุมรักคือ “Rapidly Rotating Bouncing Spheres in the Caterpillar House” ที่เราจะได้กระโดดไปมาท่ามกลางลูกบอลที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เป็นโมเมนต์ที่ทำให้เผลอหัวเราะออกมาแบบไม่รู้ตัว

the Athletics Forest & Future Park at teamLab Biovortex Kyoto

อีกงานที่น่ารักและชวนลองไม่แพ้กันคือ “Sliding through the Fruit Field” สไลเดอร์ที่ teamLab อธิบายไว้ว่าเหมือนผลไม้กำลังเติบโตไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของเรา ให้ฟีลทั้งสดใสและแฟนตาซีในเวลาเดียวกัน

พื้นที่นี้ยังเชื่อมต่อกับ Future Park ซึ่งอยู่บนชั้นเดียวกัน โดยบรรยากาศจะคล้ายโซนสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยงาน interactive ขนาดเล็ก เหมือนพิพิธภัณฑ์เด็กที่ถูกออกแบบใหม่ในสไตล์ของ teamLab หนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากคือ “Sketch Ocean” รวมถึงผลงานที่คล้ายกันอย่าง “Graffiti Nature and Beating Earth” ที่เราจะสามารถระบายสีสิ่งมีชีวิตตามจินตนาการ จากนั้นนำไปสแกน แล้วดูผลงานของตัวเองมีชีวิตขึ้นมา และแหวกว่ายอยู่บนผนัง หรือเคลื่อนไหวไปบนพื้นตรงหน้า ความรู้สึกตอนเห็นสิ่งที่เราวาดขยับได้จริง ๆ เป็นอะไรที่ทั้งสนุกและน่าประทับใจสุด ๆ
และถ้าใครชอบผลงานที่ตัวเองวาดขึ้นมาจนอยากพาน้องกลับบ้านด้วย สามารถแวะที่ “Sketch Factory” เพื่อพิมพ์ลายลงบนของที่ระลึกอย่างแม่เหล็กหรือกระเป๋าผ้า กลายเป็นของที่ระลึกสุดพิเศษแค่ชิ้นเดียวในโลก

วางแผนเที่ยว teamLab Biovortex Kyoto

ไปยังไง?

สิ่งที่ทำให้ teamLab เป็นที่ ๆ ทุกคนประทับใจอยู่เสมอ คือการเลือกโลเคชั่นที่คิดมาแล้วว่านักท่องเที่ยวเดินทางไปได้ง่าย และที่ teamLab Biovortex Kyoto ก็เช่นกัน ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีเกียวโต เดินลงมาตามถนนประมาณ 7–10 นาทีก็ถึง เป็นระยะที่เดินสบาย แม้จะลากกระเป๋าเดินทางมาก็ไม่ลำบาก (ข้างในก็มีล็อกเกอร์สำหรับฝากกระเป๋าใบใหญ่ได้ด้วย)

ซื้อตั๋วยังไง?

โดยปกติแล้ว teamLab ส่วนใหญ่ รวมถึงที่นี่ใช้ระบบจองวันและเวลาเข้าล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงวันหยุดหรือสุดสัปดาห์ ช่วงพีค ๆ ก็มักจะเต็มตั้งแต่หลายวันก่อน ตั๋วจะเปิดขายล่วงหน้าประมาณ 2 เดือน เพราะฉะนั้นถ้ารู้วันที่อยากไปแล้ว แนะนำให้รีบจองไว้ก่อนเลยจะชัวร์ที่สุด แม้ว่าบางครั้งอาจมีตั๋วหน้างานเหลือ แต่ไม่อยากให้ทุกคนมาเสียเที่ยว จึงแนะนำให้จองล่วงหน้าก่อนจะดีที่สุด
แต่ถ้าใครที่ยังล็อกวันเป๊ะ ๆ ไม่ได้ แนะนำให้จองผ่านเว็บไซต์ทางการ เพราะในบางกรณีอาจสามารถเปลี่ยนแปลงวันเข้าชมได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด หากซื้อผ่านเว็บอื่น ๆ โดยปกติแล้วตั๋วจะไม่สามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้

ทริคแนะนำ: ถ้าไม่มีแพลนตายตัว ลองเลือกช่วงเวลาที่ไม่ค่อยฮิต เพราะราคาตั๋วเป็นแบบปรับตามช่วงเวลา (dynamic pricing) ซึ่งอาจช่วยประหยัดไปได้อีกเล็กน้อย

ใช้เวลากี่ชั่วโมงใน teamLab Kyoto?

ถ้ากำลังจัดแพลนเที่ยวเกียวโต แล้วลังเลว่าจะใส่ที่นี่ไว้ตรงไหนดี ทีม Japankuru แนะนำว่าเผื่อเวลาไว้เยอะหน่อยจะดีที่สุด! เพราะ teamLab Biovortex Kyoto ใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตร การรีบเดินผ่านจะทำให้พลาดเสน่ห์ของหลาย ๆ โซนไปอย่างน่าเสียดาย อย่างน้อยควรเผื่อเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเป็นขั้นต่ำ แต่จากประสบการณ์ที่เราไปมา ขนาดไม่ได้แวะโซนไหนนานเป็นพิเศษ ก็ยังใช้เวลาไปเกือบ 4 ชั่วโมงแบบไม่รู้ตัว

ทิ้งท้ายก่อนใส่ลงแพลนเที่ยว

visiting teamLab Biovortex Kyoto

ด้วยความที่ teamLab ที่นี่ทั้ง immersive และมีโครงสร้างเหมือนเขาวงกต สิ่งที่อยากแนะนำคือ “อย่ารีบ” ลองปล่อยตัวเองให้เดินหลงนิด ๆ แล้วค่อย ๆ ค้นพบอะไรใหม่ ๆ ตามทางเดินมืด ๆ ที่ซ่อนเซอร์ไพรส์ไว้ตลอด ตั้งแต่งานที่เต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวและพลังงาน ไปจนถึงช่วงเวลาสงบ ๆ อย่างการนั่งระบายสีในโซน Athletics Forest และ Future Park ที่นี่เหมาะทั้งกับคนที่มาเป็นครั้งแรก และแฟน teamLab ตัวจริง
สรุปทิ้งท้ายสำหรัลใครที่อยากได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด ควรจองตั๋วล่วงหน้า เลือกช่วงเวลาที่คนไม่แน่นเพื่อถ่ายรูปได้สวย ๆ และเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง แต่เชื่อเถอะว่า พอเข้าไปแล้ว ต่อให้ใช้เวลา 4 ชั่วโมงก็ยังรู้สึกว่าไม่พออยู่ดี

▶︎ ที่เที่ยวอื่น ๆ ในเกียวโต

ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURUFacebookInstagramX(twitter)

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS