Sponsored

วัฒนธรรมการกินอาหารป่าทางตอนเหนือของเกียวโต

บทความนี้มีเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน

  • X
  • line

เมื่อพูดถึงเกียวโตก็จะต้องนึกถึง วัด ศาลเจ้า บ้านโบราณตามตรอกซอกซอยเล็กๆ ไมโกะ ศิลปะวัฒนธรรม อาหารชั้นเลิศ และ game meat (การล่าสัตว์ป่าเพื่อเป็นอาหาร) ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วคนก็มักจะไปเที่ยวกันเฉพาะวัดทองหรือศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ ไม่ได้ไปทั่วทั้งเมืองเกียวโต รวมถึงไม่ได้ไปเห็นวัฒนธรรมการกินอาหารป่าด้วย! ทำให้ทีม JAPANKURU (เจแปนคุรุ) ได้ตัดสินใจออกทริปไปทางจะวันตกของเกียวโต จากนั้นก็จะขึ้นเหนือไปในแถบทัมบะ ที่เคยเป็นจังหวัดติดทะเลญี่ปุ่น

บทความนี้เป็นการพูดถึงการล่าสัตว์ป่าเพื่อนำมารับประทานบริเวณทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น อย่างไรก็ตามการล่าสัตว์ป่าเพื่อซื้อขายหรือปรุงอาหารถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย (ที่มา: posttoday)

Wild Game อาหารแบบดั้งเดิม ของทางตอนเหนือของเกียวโต

เนื่องด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันสมบูรณ์ของเกียวโต บวกกับอุณหภูมิที่พอเหมาะ ทำให้ทั้งมนุษย์และสัตว์ป่ามีคุณภาพชีวิตที่ดี ชาวบ้านสามารถรักษาสิ่งแวดล้อมของเมืองตนเองได้ เราจึงไปดูว่าคนในทัมบะนั้นใช้ชีวิตกันอย่างไร รวมถึงไปรู้จักกับ “gibier” ให้มากขึ้นด้วย



“Gibier” เป็นภาษาฝรั่งเศส หมายถึงอาหารป่า และเป็นการเชื่อมโยงถึงวัฒนธรรมการทำอาหารของคนยุโรปชนชั้นสูงในอดีต โดยคำนี้ไม่ค่อยนิยมใช้ในภาษาอังกฤษสักเท่าไร แต่มีการใช้ในภาษาญี่ปุ่นอย่างกว้างขวาง ซึ่งในปัจจุบันญี่ปุ่นมีการพูดถึงวัฒนธรรมการล่าสัตว์ อาหารป่า โดยเฉพาะเนื้อกวาง และหมูป่า จนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ได้รับการยกย่อง



แม้ว่าวัฒนธรรม Gibier จะทำให้หลายประเทศจับตามองญี่ปุ่น แต่เมนูต่างๆก็ค่อยๆหายไปตั้งแต่ในยุคเมจิ (ปีค.ศ.1868 – 1912) แต่ก็ยังมีวัฒนธรรมเหล่านี้หลงเหลืออยู่ในญี่ปุ่น โดยชาวบ้านก็พยายามนำอาหารเหล่านี้กลับมาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ส่วนอาหารป่าที่ขึ้นชื่อก็คือ อาหารป่าจากทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต และพื้นที่ที่เคยเป็นจังหวัดหนึ่งของญี่ปุ่นอย่าง ทัมบะ



ในการเดินทางครั้งนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นอย่าง คุณ Kentaro Nakajima ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอาหารป่าแทบทุกวัน ทั้งออกไปล่าสัตว์และนำมาปรุงอาหาร คุณ Nakajima เริ่มหันมาสนใจอาหารป่าจากการที่เขาทำงานเป็นเชฟอาชีพ จนในปัจจุบันเขาได้ทำหน้าที่บริหารงานของ Kentaro’s Kyoto Gibier ที่มีทั้งวัตถุดิบในการทำอาหารสำหรับทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น 

เราได้ยิงคำถามกับคุณ Nakajima ด้วยความสงสัยหลายอย่าง ทำไมถึงสนใจในอาหารป่าเหล่านี้ ทั้งๆที่เราสามารถหาซื้อเนื้อสัตว์ที่ตัดแต่งมาเรียบร้อยแล้วได้จากซูปเปอร์มาร์เก็ต แล้วคนเกียวโตตอนเหนือเขาออกล่าสัตว์กันทุกคนหรือเปล่า แล้วกินแต่กวางและหมูป่าหรือไม่ 

คุณ Nakajima ได้บอกเราว่า “คำว่า ‘Gibier’ นั้นอธิบายง่ายๆก็คือ อาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ป่าของทางยุโรป และในส่วนของญี่ปุ่นนั้น เราใช้คำนี้ในเชิงที่ต้องการสนับสนุนให้ผู้คนได้ใช้ประโยชน์จากเนื้อสัตว์ป่าที่มีอยู่ในท้องถิ่นของตน” คุณ Nakajima ได้อธิบายให้เราฟังถึงการทำงานว่า wild game นั้นมีการทำอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะหากปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ กวางและหมูป่าก็จะมีประชากรมากเกินไป เข้าไปทำลายพืชผลของเกษตรกร และเกิดปัญหาการทำร้ายร่างกายตามมา ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะได้แก้ปัญหาจำนวนสัตว์ป่าที่มีมากเกินไป และยังเป็นการจัดหาแหล่งอาหารจากท้องถิ่น โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ได้ทั้งความอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการ 

ดูวิดีโอที่ทาง Japankuru ได้ทำขึ้นตอนไปทริปเกียวโต ในช่องของกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และการประมง

ทัวร์กิน Gibier

ต้องขอขอบคุณคุณ Kentaro Nakajima ที่ได้สานต่อวัฒนธรรมนี้ ทำให้บ้านและร้านอาหารหลายแห่งในทางตอนเหนือของเกียวโต ยังคงมีวัฒนธรรมการล่าสัตว์นี้อยู่ ไม่ว่าจะจากตู้เย็นเล็กๆในร้านขายของชำ ไปจนถึงอาหาร fine dining 

โอนิโซบะเนื้อกวางและลูกชิ้นหมูป่า



อาหารป่ามื้อแรกได้มาอยู่ตรงหน้าแล้ว โอนิโซบะเป็นโซบะที่เคยถูกนำไปเสริฟให้แก่ไดเมียวผู้ปกครองเมืองทัมบะ และได้รับการตั้งชื่อว่า โอนิ ซึ่งหมายถึงปีศาจหรืออสูร ในภาษาญี่ปุ่น นิยมรับประทานกับเนื้อกวางหรือหมูป่า และเมื่อลองเทียบขนาดกับเส้นโซบะทั่วไปแล้ว โอนิโซบะนั้นมีความหนาและอ้วนกว่า เข้ากันได้ดีกับเนื้อสัตว์ป่าเป็นอย่างดี

เนื่องจากมื้อนี้เป็นมื้อกลางวัน เราจึงเลือกเป็นโซบะแบบเย็น ในน้ำซุปที่มีเบสเป็นโชยุ พร้อมกับลูกชิ้นหมูป่า และเนื้อกวางสไลด์ คนที่ไม่ค่อยมีโอกาสในการรับประทานหมูป่า หรือเนื้อกวางบ่อยๆ อาจมีความรู้สึกว่าเนื้อมีกลิ่นเหม็น แต่เมื่อเราได้ลองกินเนื้อกวางจากที่นี่แล้ว กลับไม่ได้กลิ่นเหม็นแบบนั้นเลย เพราะเนื้อได้ผ่านการเคี่ยวอย่างดี ทำให้กลยกลิ่นสาบไปได้หมด เหลือไว้แต่ความนุ่มอร่อย



มีการทำเส้นโซบะสด ที่ใช้ทำโอนิโซบะกันตั้งแต่ช่วง 1800s แต่ในปัจจุบันร้านนี้ดำเนินการโดยพนักงานสองคนที่เป็นกันเองสุดๆ และยังให้ข้อมูลต่างๆกับเราอีกด้วย หากใครมีโอกาสได้ไปชิมลองชวน Mami และ Nana-hime หัวหน้าเชฟคุยดูน่า ทั้งคู่น่ารักมากๆ 

Onisobaya (大江山鬼そば屋)
1248 Kumohara, Fukuchiyama, Kyoto
เวลาเปิดปิด: 11:00 – 15:00 (ปิดวันอังคารและพุธ)
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น)
 

บาร์บีคิว Gibier



มื้อต่อไปของเรา เราขอเลือกวัตถุดิบเองละกัน เราจึงมุ่งหน้าไปยังร้านขายของชำที่มีทั้งพืชผักที่ปลูกในพื้นที่ และตู้เย็นที่เต็มไปด้วย Gibier หรือเนื้อสัตว์ป่า ที่คุณ Kentaro Nakajima เป็นผู้นำเนื้อสัตว์ไปแช่ไว้เองกับมือ

คุณ Nakajima ได้บอกกับเราว่า ที่ทัมบะนั้นมีอุณหภูมิที่พอหมด และมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทำให้นอกจากพืชผลอย่างข้าวหรือผักเติบโตได้ดีแล้ว  เกาลัคป่าและลูกโอ๊คก็มีรสชาติดีเช่นกัน ซึ่งบรรดากวาง และหมูป่าก็ได้กินสิ่งเหล่านี้เป็นอาหาร ทำให้เนื้อของพวกมันมีรสชาติดีเช่นกัน

หลังจากที่เราได้บอกกับคุณ Nakajima ว่าเราอยากจะกินบาร์บีคิวและเนื้อย่างที่ทำจากเนื้อเหล่านี้ เขาจึงแนะนำให้เรากินเนื้อหมูป่าที่มีมันแทรกบางๆ ซึ่งเหมาะแก่การทำแบบปิ้งย่าง เราเลยทุกอย่างมาอย่างละนิด รวมถึงเนื้อกวางด้วย

Yaku no Kogenichi Grocery (やくの高原市)
2171 Yakunocho Hirano, Fukuchiyama, Kyoto
เวลาเปิดปิด: 9:30 – 17:00 (ปิดทุกวันพุธที่ 3 ของเดือน)
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น)



Amanohashidate เป็นที่ตั้งแคมป์ที่มีเสน่ห์ด้วยเต็นท์ทรงโดม หรือเรียกว่า แกลมปิ้ง (Glamping) พร้อมพื้นที่ทำครัว สามารถใช้เตาปิ้งในการทำบาร์บีคิวโดยจะเลือกเนื้อสัตว์จากที่ทางแคมป์เตรียมไว้ให้ หรือจะนำเนื้อกวางหรือหมูป่ามาปิ้งแบบเราก็ได้!

Farm Glamping Kyoto Amanohashidate
397-13 Nanbano, Miyazu, Kyoto
Official Website



แม้ว่าทักษะการย่างบาร์บีคิวจะไม่ใช่ระดับมือโปร แต่รสชาติที่ออกมานั้นก็ไม่เลวเลย แถมยังสนุกสุดๆ

Botan Nabe – หม้อไฟดอกโบตั๋น



แม้ว่าเราได้พยายามเลือกหมูป่าส่วนที่มีมันน้อยที่สุด เพื่อที่จะได้รับรสชาติที่ดีที่สุดของมัน แต่คุณ Nakajima ได้บอกกับเราว่า เนื้อหมูป่าที่มีสีแดงสดและล้อมรอบไปด้วยสีขาวของมันแบบนี้ คือส่วนที่ดีที่สุด และสามารถหารับประทานได้เฉพาะช่วงฤดูหนาว เพราะหลังจากที่หมูป่าได้กินอาหารอย่างเต็มที่ และมีไขมันสะสมจำนวนมาก เราโชคดีมากที่ได้กินในช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้ เราจึงไปลองชิมเมนูหมูป่าที่ร้าน Yuzuki ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดหรู



เราได้ลองกิน โบตันนาเบะ หรือหม้อไฟโบตัน เมนูนี้เต็มไปด้วยเนื้อหมูป่าสีสด ซึ่งที่มาของชื่อหม้อไฟโบตันนี้มาจาก ดอกโบตั๋น หรือดอก peony ซึ่งเรื่องที่มาของชื่อนี้ต้องย้อนกลับไปในอดีต ที่การกินอาหารป่าเป็นสิ่งต้องห้าม ผู้คนจึงใช้คำอื่นเรียกให้สละสลวยขึ้น แต่ทำไมถึงกลายเป็นดอกโบตั๋นหละ ก็เพราะสีของเนื้อ รวมถึงการจัดจานนั้นมีลักษณะคล้ายกับดอกโบตั๋นนั่นเอง

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย เราค่อยๆคีบเนื้อจุ่มลงไปในน้ำซุปรสมิโสะ ให้เนื้อค่อยๆเปลี่ยนสี จากนั้นก็ อื้ม…… ไม่มีกลิ่นคาว กลิ่นสาบ หรือกลิ่นเหม็นของเนื้อ มีแต่ความกลมกล่อมจากเนื้อ น้ำซุป และผัก

Yuzuki (ゆう月)
Yuri-16-1 Shichihyakkokucho, Ayabe, Kyoto
เวลาเปิดปิด: 11:30 – 15:00 / 18:00 – 22:00
เว็บไซต์

สตูว์เนื้อกวาง และ เนื้อย่าง ยากินิคุ



ที่สุดท้ายสำหรับทัวร์กินในเกียวโตตอนเหนือ จะมีอะไรมาสู้โอนิโซบะที่เราได้ลองหั่นเส้นเองกับมืออีกรึเปล่า? เราได้ขับรถไปยังฟาร์ม Ayabe Fureai Bokujo เพื่อไปดูสัตว์เลี้ยงที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น คุยกับ Shuichi Yura ในเรื่องชองร้านอาหาร และลองชิมเนื้อกวาง

Yura ได้บอกกับเราว่า “ทัมบะเป็นครัวของเกียวโต มีผลผลิตมากมาย ทำให้กวางมีอาหารดีๆกิน” นอกจากนี้เขายังบอกกับเราอีกว่า “แนะนำให้ลองกินเนื้อกวางย่างโดยโรยเกลือเพียงบางๆก่อน เพื่อให้ได้สัมผัสรสชาติของเนื้อกวางจากทัมบะ”

เนื้อกวางย่าง โรยเกลือนิดหน่อย



Yura ยังได้อธิบายอีกว่า เขามีเทคนิคเฉพาะที่ทำให้สตูว์ดึงรสชาติอูมามิออกมา ในตอนที่เขาได้ลองผิดลองถูกอยู่นั้น ก็ได้ลองเเอามิโสะโฮมเมดหมักแบบธรรมชาติที่ได้มาจากเกษตรกรใส่เข้าไปด้วย ซึ่งมันช่วยเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อกวาง และกลายเป็นส่วนผสมที่เข้ากันได้ดีกับสตูว์

เมื่อเราได้ลองชิมสตูว์ ก็ได้สัมผัสถึงรสชาติที่กลมกล่อม ของเนื้อกวางและน้ำสตูว์ที่ปรุงมาได้อย่างพอเหมาะ ความหวานจากเนื้อทำให้ได้ซอสที่เข้มข้น เหมาะกับว่าที่อากาศเย็นเป็นที่สุด



โดยปกติแล้วมิโสะที่ใช้ในการทำซุปมิโสะนั้น จะใช้เวลาในการหมักราว 1 ปี เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้น และมีรสของอูมามิออกมา แต่สตูว์นี้ได้ใช้มิโสะที่ใช้เวลาหมักประมาณ 10 ปี จึงไม่เหมาะกับซุปที่มีรสชาติอ่อน ซึ่งแทนที่พวกเขาจะทิ้งมันไป ก็ได้นำมาทำเป็นอาหารที่มีรสชาติกลมกล่อมขึ้นมาแทน



อย่าลืมแวะไปทักทายแพะกันด้วยนะ! 

Ayabe Fureai Bokujo Ranch/Fureai Shokudo Heidi's Kitchen (綾部ふれあい牧場/ふれあい食堂ハイジのキッチン)
Hinokimae-81 Idencho, Ayabe, Kyoto
เวลาเปิดปิด: 10:00 – 18:00 (ฤดูหนาวปิด 17:00)
เว็บไซต์ Ayabe Tourism

สถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียง

ตลอดทริปนี้ทีมงานของ Japankuru ได้ลองชิมอาหารป่าอร่อยๆไปหลายอย่าง ตอนนี้ก็ได้เวลาย่อยกันแล้ว ตามเราไปดูสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณตอนเหนือของเกียวโตกัน

อะมาโนะฮาชิดาเตะ (Amanohashidate, 天橋立) – จุดชมวิว Top 3 ของญี่ปุ่น



จุดชมวิวแห่งนี้เป็นจุดชมวิว Top 3 ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ซึ่งวิธีการดูวิวของที่นี่ก็คือก้มตัวลงแล้วมองลอดใต้ขา (ท่าเดียวกับที่พี่มากใช้เช็คดูว่า นางนากเป็นผีรึเปล่า!) ซึ่งเขาว่ากันว่าท่านี้จะทำให้เห็นสันทรายที่เหมือนกับมังกรกำลังบินขึ้นไปบนท้องฟ้า (หรือว่าทะเลนั่นหละ)

โยซาโนะ (Yosano, 与謝野町) และ ชิริเมนไคโด (the Chirimen Kaido, ちりめん街道)



ชิริเมนไคโด หรือ ถนนผ้าชิริเมน ถนนที่มีบ้านเก่าของตระกูลบิโตะ ตระกูลพ่อค้า และอุตสาหกรรมการทอผ้าชิริเมนของญี่ปุ่น ตั้งแต่สมัยเอโดะ (1603-1868) ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่ามีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี รวมถึงบ้านของตระกูลบิโตะที่มีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกได้อย่างลงตัว

เมืองนี้ยังเป็นเมืองแห่งศาลเจ้า และวัดพุทธ ทำให้มีบรรยากาศที่เงียบสงบอันเป็นเอกลักษณ์ของเกียวโต

อิเนะ (Ine, 伊根)



อิเนะมีชื่อเสียงเรื่องบ้านเรือไม้ฟุนะยะ ซึ่งเป็นสถานที่อนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ แม้ว่าบรรดาอาคารบ้านเรือนของญี่ปุ่นมักจะมีความคล้ายคลึงกัน มีสไตล์ร่วมกัน แต่สำหรับที่นี่แล้ว มีเอกลักษณ์ของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร สามารถลอยอยู่บนน้ำได้ สามารถพบบ้านลอยน้ำแบบนี้ได้ที่ไหนในญี่ปุ่น



เราออกไปเที่ยวในอ่าวด้วย water taxi กินลม ชมวิว พร้อมกับท้องน้ำที่ส่งแสงระยิบระยับในตอนพระอาทิตย์ตกดิน และป้อนข้าวเกรียบให้กับนกนางนวลที่บินผ่านไปมา



เมื่อได้ใช้เวลาในน้ำมาสักพักก็ถึงเวลาที่ต้องไปหาอะไรกินแล้ว และแน่นอนว่าไม่ใช้อาหารป่าอีกแล้ว เพราะเราอยู่ที่ทะเล ก็ต้องเป็นอาหารทะลเท่านั้น

Funeya Shokudo (舟屋食堂)
491 Hirata, Ine, Yoza District, Kyoto
เวลาเปิดปิด: 8:00 – 16:00 (ปิดวันพฤหัสบดี)
เว็บไซต์



ก่อนกลับอย่าลืมแวะไป Mukai Shuzo Sake Brewery สีของเหล้าที่นี่พิเศษจริงๆ นั่นก็คือสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของสาเกอายุ 250 ปี ที่กลมกล่อมจนมีรสชาติคล้ายไวน์ (น่าจะเข้ากันได้ดีกับสตูว์เนื้อกวางด้วยหละ)

Mukai Shuzo Sake Brewery (向井酒造)
67, Hirata, Ine, Yoza District, Kyoto
เวลา: 9:00 – 12:00 / 13:00 – 17:00

Miyama Kayabuki-no-Sato (美山かやぶきの里)



จุดสุดท้ายของเราก็คือ มิยามะ คายาบุกิ โนะ ซาโตะ หมู่บ้านเล็กๆที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ เต็มไปด้วยบ้านแบบญี่ปุ่นแบบโบราณที่สร้างขึ้นจากวัสดุธรรมชาติ เป็นบ้านที่หรูหราเหมาะกับชื่อมิยามะ (美山) หรือภูเขาที่สวยงามจริงๆ ที่นี่มีทั้งร้านค้า พิพิธภัณฑ์ และกิจกรรม workshop น่าสนใจกระจายตัวอยู่ในหมู่บ้าน หรือแค่จะเดินเล่นรอบๆ เข้าตรอกซอกซอยเล็กๆ แค่นี้ก็สนุกแล้ว

Miyama Kayabuki-no-Sato (美山かやぶきの里)
Miyamachokita, Nantan, Kyoto
Official Website
 



ทีม Japankuru รู้สึกว่าทริปนี้เป็นทริปที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอาหารที่แตกต่างจากอาหารญี่ปุ่นทั่วไปที่เคยรู้จัก ได้เรียนรู้ถึงประเพณีท้องถิ่นในการรักษาและการปกป้องภูมิภาคของตน นั้นมีความสำคัญอย่างไร ส่วนการล่าสัตว์ป่ามาทำเป็นอาหาร หรือ Gibier ของเกียวโตก็เป็นแค่เพียงส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งในชีวิตเท่านั้น ชาวบ้านก็ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผืนแผ่นดินนี้ พร้อมทั้งยังแสดงความขอบคุณต่อสิ่งที่ธรรมชาติได้ให้มา การล่าสัตว์ป่าเพื่อนำมารับประทานจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่นอันน่าทึ่ง ที่พบได้ในเกียวโตตอนเหนือจนถึงทุกวันนี้

ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยว ข่าวสาร หรือข้อมูลอัพเดตจากญี่ปุ่นได้ที่ Japankuru ทาง facebook ​ และ  twitter

Details

NAME:Tamba Region, Kyoto

MAP

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS