Sponsored

รวมร้านอร่อยสถานีโตเกียว: คาเฟ่ อาหารญี่ปุ่น และอิซากายะที่ห้ามพลาด

บทความนี้มีเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน

  • X
  • line

มาเที่ยวโตเกียวแล้วเกิดคำถามว่า “วันนี้จะกินอะไรดี?” ถ้าไม่อยากเสียเวลาคิดให้ปวดหัว ต้องอ่านบทความนี้! เพราะเรารวมลิสต์ร้านอร่อยตั้งแต่คาเฟ่ อาหารญี่ปุ่น ไปจนถึงอิซากายะไว้ให้ครบในที่เดียวที่ Yaechika(ยาเอะจิกะ) เดินง่าย กินสะดวก ไม่มีพลาด

จากคาเฟ่ถึงอิซากายะ เลือกกินได้ตามต้องการกับ Yaechika(ยาเอะจิกะ)

ในบทความแรก เราพาไปรู้จักภาพรวมของพื้นที่ทั้งหมด และบทความที่ 2 เน้นเอาใจสายช้อปกันไปแล้ว มาถึงในบทความนี้ ก็ได้เวลาพาไปตะลุยโซนของกินกันแบบจริงจังกันแล้ว Yaechika(ยาเอะจิกะ) คือแหล่งรวมร้านอาหารและคาเฟ่มากกว่า 60 ร้าน ที่ช่วยให้ได้ลิ้มรสความอร่อยของโตเกียวแบบเต็ม ๆ จะพักจิบกาแฟเบา ๆ ระหว่างช้อปปิ้ง แวะกินมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นแบบอิ่มจริงจัง หรือปิดท้ายวันด้วยเครื่องดื่มสักแก้ว ก็สามารถเลือกได้ตามจังหวะการเดินทาง

บทความนี้จะแบ่งร้านแนะนำออกเป็น 3 หมวดหลัก ได้แก่คาเฟ่สำหรับนั่งพักผ่อน อาหารญี่ปุ่นที่ให้ฟีลเที่ยวญี่ปุ่นแบบเต็มอารมณ์ และอิซากายะสำหรับสายดื่มชิล ๆ พร้อมของอร่อย จัดมาให้เลือกตามอารมณ์และสไตล์การเที่ยว ใครที่อยากสนุกกับการตะลุยกินในที่เดียว ลองเปิดใจให้ Yaechika(ยาเอะจิกะ) แล้วจะรู้ว่าการเลือกกินตามฟีลมันสนุกกว่าที่คิด

ถูกใจสายคาเฟ่! 3 คาเฟ่แนะนำใน Yaechika(ยาเอะจิกะ)

Tully’s Coffee

หนึ่งในเสน่ห์ของ Yaechika(ยาเอะจิกะ) คือการมีคาเฟ่ให้แวะพักระหว่างช้อปปิ้งได้แบบไม่ต้องออกไปไหนไกล ถ้ารู้สึกว่าเดินเพลินเกินไปเมื่อไหร่ ก็สามารถหาที่นั่งพัก จิบกาแฟ เติมพลังต่อได้ทันที คาเฟ่แรกที่อยากแนะนำคือร้านที่หลายคนคุ้นเคยกันดีอย่าง Tully’s Coffee

Tully’s Coffee เป็นร้านกาแฟสเปเชียลตี้จากซีแอตเทิลที่ขึ้นชื่อเรื่องความพิถีพิถันในการคัดเลือกเมล็ดกาแฟจากทั่วโลก เอสเพรสโซแต่ละแก้วชงโดยบาริสต้าแบบแก้วต่อแก้ว ให้รสชาติเข้ม มีบอดี้ชัด และกลิ่นหอมลึก เหมาะสำหรับคนที่อยากได้กาแฟคุณภาพดีแบบจริงจังระหว่างวัน

นอกจากกาแฟแล้ว เมนูอาหารเบา ๆ อย่างแซนด์วิชหรือของทานเล่นก็มีให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับการแวะกินมื้อเบา ๆ ระหว่างช้อป หรือพักเติมพลังแบบบรันช์สั้น ๆ ไม่หนักท้องเกินไป เป็นร้านที่นั่งสบาย ใช้ง่าย และเข้ากับจังหวะการเดินเที่ยวในสถานีโตเกียวได้ดีมาก

Tully’s Coffee

เวลาเปิด–ปิด: วันธรรมดา 6:45–22:00 / เสาร์–อาทิตย์ และวันหยุด 7:00–22:00

รายละเอียดร้านและการเดินทาง

เว็บไซต์ทางการ

Hoshino Coffee

คาเฟ่ถัดมาที่อยากชวนแวะคือ Hoshino Coffee ร้านกาแฟที่โดดเด่นด้วยการดริปกาแฟแบบแก้วต่อแก้ว ให้ได้ลิ้มรสกาแฟหอมละมุนในบรรยากาศแสนผ่อนคลาย ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนไม้และแสงไฟนุ่ม ๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น ชวนให้นึกถึงคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่แฝงกลิ่นอายความคลาสสิก เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบฟีลเรโทรและอยากนั่งพักแบบไม่เร่งรีบ

นอกจากกาแฟแล้ว เมนูอาหารก็ไม่น้อยหน้า ตั้งแต่ซูเฟล่แพนเค้กเนื้อนุ่มฟูละลายในปาก ไปจนถึงสปาเกตตีอบเตารสชาติเข้มข้น กินง่ายแต่อิ่มกำลังดี เหมาะกับการแวะมานั่งพัก ชาร์จพลังและปล่อยเวลาให้ไหลไปช้า ๆ ระหว่างวันท่องเที่ยว

Hoshino Coffee

เวลาเปิด–ปิด: 8:00–21:30 (รับออร์เดอร์สุดท้าย 20:30)

รายละเอียดร้านและการเดินทาง

เว็บไซต์ทางการ

Kanno Coffee

คาเฟ่ร้านสุดท้ายที่อยากแนะนำคือ Kanno Coffee ร้านกาแฟสเปเชียลตี้ที่ถ่ายทอดแนวคิดการต้อนรับแบบญี่ปุ่นผ่านกาแฟหนึ่งแก้ว ภายในร้านออกแบบอย่างเรียบหรู สะท้อนความงามแบบญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ให้บรรยากาศที่เงียบสงบ และเหมาะกับการตั้งใจดื่มกาแฟดี ๆ สักแก้วท่ามกลางความวุ่นวายของสถานีโตเกียว

จุดเด่นของร้านคือการได้ลองชิมกาแฟออริจินัลเบลนด์ถึง 3 แบบในคราวเดียว เริ่มจาก Yōsen (陽煎) กาแฟคั่วอ่อนที่มีกลิ่นหอมฟลอรัลคล้ายดอกมะลิ พร้อมรสเปรี้ยวสดใสแบบชุ่มฉ่ำ ถัดมาคือเมนเบลนด์ของร้านอย่าง Shinsen (神煎) ให้รสชาติสมดุล กลมกล่อม มีกลิ่นหอมคล้ายถั่วคั่ว และปิดท้ายด้วย Gessen (月煎) กาแฟคั่วเข้มที่โดดเด่นด้วยกลิ่นดาร์กช็อกโกแลตและรสขมลึกหนักแน่น เลือกดื่มได้ตามรสนิยมของตัวเอง หรือสั่งมาลองเปรียบเทียบทั้งสามแบบก็น่าอร่อยไม่แพ้กัน นี่คือเสน่ห์ของ Kanno Coffee ที่ทำให้การดื่มกาแฟธรรมดา กลายเป็นประสบการณ์พิเศษระหว่างทริปได้อย่างน่าประทับใจ

Kanno Coffee

เวลาเปิด–ปิด: 7:30–22:00

รายละเอียดร้านและการเดินทาง

เว็บไซต์ทางการ

ลิสต์ร้านอร่อย อิ่มทั้งท้อง อุ่นทั้งใจ

Shabu Shabu Tajimaya

มาต่อกันที่ร้านอาหารกันบ้าง ใน Yaechika(ยาเอะจิกะ) ยังมีทั้งร้านอาหารญี่ปุ่นที่ให้บรรยากาศการท่องเที่ยวญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ รวมถึงร้านยอดนิยมสำหรับวันที่อยากรับประทานอาหารให้อิ่มจริงจังอยู่เรียงราย

ร้านแรกที่ขอแนะนำคือ Shabu Shabu Tajimaya ร้านที่เราสามารถเพลิดเพลินกับชาบูชาบูและสุกี้ยากี้แบบไม่อั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารอย่างคุ้มค่าและอิ่มอร่อย ทุกคอร์สประกอบด้วยผักสด ข้าว แกงกะหรี่ และไอศกรีมแบบรับประทานได้ไม่จำกัด รวมถึงซอฟต์ดริงก์บาร์ (เมนูมื้อกลางวันมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก) อีกทั้งยังเป็นจุดที่ช่วยเติมพลังหลังจากเดินทั่ว Yaechika(ยาเอะจิกะ) ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ภายในร้านยังมีห้องส่วนตัวที่รองรับได้มากกว่า 20 คน เหมาะสำหรับเป็นร้านมาใช้เวลาร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัวอย่างผ่อนคลาย

Shabu Shabu Tajimaya

เวลาเปิด–ปิด: 11:00–22:00 (เข้าร้านได้ถึง 21:00 / สั่งอาหารได้ถึง 21:30)

รายละเอียดร้านและการเดินทาง

เว็บไซต์ทางการ

Tokyo Curry Quartet

อีกหนึ่งเมนูที่ถือว่าพลาดไม่ได้เมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่นคือ “แกงกะหรี่” แกงกะหรี่ญี่ปุ่นมีเสน่ห์ตรงที่นำแกงกะหรี่จากหลากหลายประเทศมาปรับให้เข้ากับสไตล์ญี่ปุ่น ทำให้มีความหลากหลายและเลือกรับประทานได้ง่าย ยากที่จะเจอร้านไม่อร่อยจนทำให้ต้องผิดหวัง ใน Yaechika(ยาเอะจิกะ) มีโซน Tokyo Curry Quartet ที่รวมร้านแกงกะหรี่ชื่อดัง 4 ร้านให้ได้เพลิดเพลินกับเสน่ห์ของแกงกะหรี่หลากหลายรูปแบบในที่เดียว

2 ร้านที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ ร้านแรกคือ Okushiba Shoten ร้านซุปแกงกะหรี่ที่ใช้ดาชิกุ้งสูตรลับเป็นเบส เมนูยอดนิยมอย่าง Okushiburg Curry เป็นจานที่มาพร้อมแฮมเบิร์กชิ้นใหญ่ เนื้อนุ่มฉ่ำ อิ่มเต็มที่ ทันทีที่รับประทานเข้าไปจะได้ลิ้มรสอูมามิจากดาชิกุ้งที่อบอวลไปทั่วปาก

อีกหนึ่งร้านคือ Akihabara Caligari จุดเริ่มต้นจากการเป็นร้านเล็ก ๆ เพียง 10 ที่นั่งในย่านชิบูยะเมื่อปี 2005 เพื่อเผยแพร่แกงกะหรี่ที่เคยเป็นเมนูยอดนิยมในคลับเก่าแก่ย่านกินซ่า ปัจจุบันเติบโตเป็นแบรนด์ที่มีสาขาในประเทศญี่ปุ่น 18 แห่ง และต่างประเทศอีก 2 แห่ง สำหรับสาขายาเอสุ สามารถลิ้มลองรสชาติแบบต้นตำรับสาขาหลัก

Okushiba Shoten

เวลาเปิด–ปิด: 11:00–22:00 (สั่งอาหารได้ถึง 21:30)

รายละเอียดร้านและการเดินทาง

เว็บไซต์ทางการ

Akihabara Caligari

เวลาเปิด–ปิด: 11:00–22:00 (สั่งอาหารได้ถึง 21:30)

รายละเอียดร้านและการเดินทาง

เว็บไซต์ทางการ

Tenya (เทนยะ)

ร้านถัดไปที่อยากแนะนำคือร้านยอดฮิตอย่าง Tenya (เทนยะ) ขึ้นชื่อเรื่องข้าวหน้ากุ้งเทมปุระกรอบ ๆ หากอยากรับประทานเทมปุระหรือโซบะ มั่นใจในคุณภาพของร้านนี้ได้เลย เทมปุระที่ทอดสดใหม่ทั้งกุ้งและผักวางมาเต็มชาม ราดด้วยซอสโชยุรสหวานเค็มที่เข้ากันได้ดี เกิดเป็นความอร่อยที่ทานจนหมดได้ไม่ยาก

นอกจากข้าวหน้าเทมปุระแล้ว ยังมีเมนูโซบะและอุด้งให้เลือกตามความชอบ รวมถึงชุดอาหารและเมนูเดี่ยวต่าง ๆ อีกด้วย อีกทั้งยังมีเมนูตามฤดูกาลให้ได้ลิ้มลอง ทำให้สามารถพบกับรสชาติใหม่ ๆ ได้ทุกครั้งที่แวะมา สามารถเลือกนั่งรับประทานที่ร้านหรือใช้บริการซื้อกลับบ้านได้ หากช่วงเวลาที่ร้านค่อนข้างแออัด ก็สามารถนำกลับไปทานอย่างสบาย ๆ ที่ที่พักได้เช่นกัน

Tenya (เทนยะ)

เวลาเปิด–ปิด: วันธรรมดา 10:00–22:00 (สั่งอาหารได้ถึง 21:30) / เสาร์–อาทิตย์ และวันหยุด 10:00–21:00 (สั่งอาหารได้ถึง 20:30)

รายละเอียดร้านและการเดินทาง

เว็บไซต์ทางการ

Sushiro (ซูชิโร)

ที่ Yaechika (ยาเอะจิกะ) มีซูชิสายพานที่เป็นตัวแทนของญี่ปุ่นอย่าง Sushiro(ซูชิโร) ด้วย หนึ่งในร้านซูชิสายพานแนะนำสำหรับคนที่อยากทานอาหารอร่อยแบบรวดเร็ว แม้ตารางเที่ยวจะแน่นเอี๊ยด นอกจากซูชิหลากหลายหน้าที่ช่วยให้รู้สึกได้ถึงการมาเยือนญี่ปุ่นแล้ว ยังมีอาหารทานเล่นและของหวานให้เลือกครบ เพลิดเพลินได้ตั้งแต่ของคาวยันของหวานในที่เดียว ด้วยคุณภาพที่คุ้มค่าเกินราคานี้ ทำให้เป็นมื้อที่อิ่มอร่อยและน่าพึงพอใจสุด ๆ !

Sushiro สาขายาเอะจิกะ

เวลาเปิด–ปิด: วันธรรมดา 11:00–22:30 (รับออร์เดอร์สุดท้าย 22:15) / วันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุด 10:30–22:30 (รับออร์เดอร์สุดท้าย 22:15)

รายละเอียดร้านและข้อมูลการเดินทาง

เว็บไซต์ทางการ

ตรอกราเมน Tokyo Ramen Yokocho

ถัดมาคือจุดรวมของกินที่เป็นสัญลักษณ์ของ Yaechika (ยาเอะจิกะ) อย่างตรอกราเมนโตเกียว Tokyo Ramen Yokocho ที่นี้เป็นแหล่งรวมของร้านราเมนชื่อดังทั้งหมด 7 ร้าน เรียงรายอยู่ตามตรอกเล็ก ๆ กลิ่นน้ำซุปเข้มข้นที่ลอยออกมาจากทางเข้า ไปจนถึงภาพของลูกค้าท้องถิ่นที่นั่งซดเส้นเงียบ ๆ ตรงเคาน์เตอร์ ล้วนทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่สามารถสัมผัสวัฒนธรรมราเมนของญี่ปุ่นแท้ ๆ จนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่ในย่านช้อปปิ้งใต้ดินที่สุดโมเดิร์น

เคล็ดลับสำหรับใครที่อยากมาทานที่สาขานี้: แม้สาขานี้จะมีลูกค้าเยอะกว่าสาขาหลักที่ชินจูกุ แต่สามารถระบายและหมุนเวียนคนได้ดีกว่า ทำให้รอน้อยกว่าสาขาชินจูกุ แนะนำให้มาช่วงเช้า จะได้นั่งทานสบาย ๆ

ฟูอุนจิ(風雲児)

เวลาเปิด–ปิด: 11:00–23:00 (รับออร์เดอร์สุดท้าย 22:30)

รายละเอียดร้านและข้อมูลการเดินทาง

เว็บไซต์ทางการ

อีกร้านหนึ่งที่อยากแนะนำคือกังโซะ อาบุระโด จุดเด่นคือสามารถปรุงอาบุระโซบะให้เป็นรสชาติแบบที่ชอบได้เอง ด้วยเครื่องปรุงหลากหลายชนิด บวกกับบรรยากาศร้านที่ดูทันสมัย ทำให้เป็นร้านยอดฮิตที่ได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าผู้หญิงจำนวนมาก

แม้จะทานแบบไม่ปรุงเพิ่มก็อร่อยเพียงพออยู่แล้ว แต่ความสนุกที่แท้จริงอยู่ที่การเปลี่ยนรสชาติระหว่างทาง บนโต๊ะมีเครื่องปรุงให้เลือกใส่อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นงา ผงกะหรี่ พริกป่น สาหร่ายผง และพริกไทย สามารถปรับรสให้ตรงกับความชอบได้ตามใจ เริ่มจากการทานรสพื้นฐานก่อน จากนั้นค่อยเติมผงกะหรี่เพื่อเพิ่มความเข้มข้น ปิดท้ายด้วยพริกป่นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสเผ็ด ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับรสชาติที่หลากหลายในหนึ่งชาม และทานได้จนหมดโดยไม่รู้สึกเบื่อ

กังโซะ อาบุระโด (元祖油堂)

เวลาเปิด–ปิด 7:00–23:00 (รับออร์เดอร์สุดท้าย 22:30)

รายละเอียดร้านและข้อมูลการเดินทาง

เว็บไซต์ทางการ

จิบเพลิน! อิซากายะฉบับคนโลคอลใน Yaechika (ยาเอะจิกะ)

Uminchu Shubo

เสน่ห์ของ Yaechika (ยาเอะจิกะ) คือการรวมร้านอาหารหลากหลายแนวไว้ครบ ทำให้สามารถเพลิดเพลินได้ตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แม้ในช่วงกลางคืนก็ยังสามารถหาร้านนั่งเล่นได้ หลายคนคงอยากปิดท้ายทริปด้วยการดื่มสักแก้ว ร้านที่อยากแนะนำในโอกาสนี้คือ Uminchu Shubo ที่นี่เป็นอิซากายะอาหารโอกินาว่า ให้เราได้สัมผัสบรรยากาศโอกินาว่าอย่างเต็มที่แม้อยู่กลางโตเกียว ทั้งภายในร้านตกแต่งสไตล์บ้านเรือนคึกคักแบบโอกินาว่า ทั้งอาหารโอกินาว่าแบบต้นตำรับ และเหล้าพื้นเมืองอย่างอาวาโมริ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากปิดท้ายการเดินทางด้วยเครื่องดื่มสักแก้วในบรรยากาศพิเศษเล็ก ๆ

Uminchu Shubo (海人酒房)

เวลาเปิด–ปิด: วันธรรมดา 11:00–23:00 (รับออร์เดอร์สุดท้าย 22:00) / เสาร์–อาทิตย์ และวันหยุด 11:00–22:00 (รับออร์เดอร์สุดท้าย 21:00)

รายละเอียดร้านและข้อมูลการเดินทาง

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

Yaesu Motsuyaki Sakaba Teketeke

ร้านสุดท้ายที่อยากแนะนำคือ Yaesu Motsuyaki Sakaba Teketeke อิซากายะที่ให้ความสำคัญกับความสดของวัตถุดิบเป็นอย่างมาก โดยมีการจัดการและเตรียมวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันภายในร้าน ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับอาหารได้อย่างสบายใจ

เมนูซิกเนเจอร์อย่างโมสึยากิ มาในชิ้นใหญ่ กินเต็มคำ คลุกเคล้าด้วยซอสหวานเค็มอย่างเข้มข้น พอกัดเข้าไปจะได้สัมผัสหนึบ ๆ พร้อมรสอูมามิที่ชวนติดใจ ภายในร้านให้บรรยากาศคึกคักแบบร้านแผงลอย มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ของทอด ของย่าง สลัด เมนูหม้อ ไปจนถึงอาหารจานหลักและของหวาน เหมาะกับการมาเป็นกลุ่มแล้วสั่งมาแบ่งกันหลาย ๆ อย่าง นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มสูตรเฉพาะของร้านให้เลือกดื่มคู่กับอาหารได้อีกด้วย เป็นอีกร้านที่เหมาะสำหรับคนที่อยากปิดท้ายวันด้วยบรรยากาศท้องถิ่นแบบเข้ม ๆ

Yaesu Motsuyaki Sakaba Teketeke

เวลาเปิด-ปิด: 11:00–23:00 (รับออร์เดอร์สุดท้าย 22:30)

รายละเอียดร้านและข้อมูลการเดินทาง

เว็บไซต์ทางการ

เข้าแล้วออกไม่ได้ กับดักความอร่อยเหมือนโดนหลุมดำดูด

แวะคาเฟ่นั่งพัก เติมพลังด้วยมื้ออาหารแบบจัดเต็ม และปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มสบาย ๆ ที่อิซากายะ เมื่อก้าวเท้าเข้ามาที่ยาเอะจิกะแล้ว อาจเผลออยู่ยาวไม่รู้ตัวเหมือนโดนหลุมดำใน Yaechika(ยาเอะจิกะ)ดูด!
ถ้าอยากสัมผัสความหลากหลายของอาหารโตเกียวแบบกระชับและมีประสิทธิภาพที่สุด ที่นี่คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะอยากกินหรืออยากดื่มแบบไหน ก็ชวนให้แวะกลับมาได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก

ก่อนหน้านี้เรามีลงบทความแนะนำที่ช้อปไว้ด้วย ใครที่ไม่อยากพลาดร้านค้ามากมาย อย่าลืมเข้าไปดูควบคู่กันด้วยนะ

คู่มือการช้อปปิ้งฉบับสมบูรณ์ของ Yaechika (ยาเอจิกะ)

ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURUFacebookInstagramX(twitter)

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS