ฉลองครบรอบ 100 ปี ฮาจิโกะกับ 10 เรื่องราวเกี่ยวกับฮาจิโกะ (ตอนที่ 1)

  • X
  • line

รวบรวมหลากเรื่องราวของ “ฮาจิสุนัขยอดกตัญญู” หรือชื่อเล่นที่คนญี่ปุ่นนิยมเรียกกันว่า “ฮาจิโกะ” ที่ทั้งซึ้งทั้งเศร้า แต่ก็อบอุ่นหัวใจ



รูปปั้นฮาจิโกะมีชื่อเสียงในฐานะจุดนัดพบยอดนิยมของคนญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีมือถือใช้กันแพร่หลาย และปัจจุบันก็ยังเป็นจุดท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็ต่างมาเช็คอิน 

เนื่องในโอกาสที่เดือนพฤศจิกายนปี 2023 เป็นช่วงของการฉลองครบรอบอายุ 100 ปีของฮาจิโกะ ทางเพจเจแปนคุรุเลยขอรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับฮาจิโกะยอดสุนัขผู้ซื่อสัตย์ผู้โด่งดังให้ได้อ่านกันค่ะ

1.ประวัติของฮาจิโกะ



Wikipedia

ลูกสุนัขตัวหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1923 ที่จังหวัดอากิตะ 
เมื่ออายุได้ประมาณ 50 วันก็ได้ย้ายมาอยู่ที่โตเกียวกับศาสตราจารย์อุเอโนะ ฮิเดซาบุโร (上野英三郎) ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยโตเกียว (Tokyo Imperial University) ศ.อุเอโนะตั้งชื่อให้ลูกสุนัขตัวนั้นว่า ฮาจิ (ハチ) และเลี้ยงดูด้วยความรักชนิดที่ว่ากินข้าวพร้อม ๆ กันเลยทีเดียว

ฮาจิเติบโตขึ้นท่ามกลางความรักความเอาใจใส่ของผู้เป็นเจ้านายและเริ่มออกเดินทางไปรับส่งศ.อุเอโนะไปทำงานทุกวัน ทว่าในปี 1925 ศาสตราจารย์อุเอโนะก็ได้เสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยภาวะเลือดออกในสมองในที่ทำงาน รวมเวลาที่ทั้ง 2 ได้อยู่ด้วยกันเพียงประมาณ 1 ปี 4 เดือน



shibukei

หลังจากศาสตราจารย์อุเอโนะเสียชีวิต ภรรยาของศาสตราจารย์ก็ได้ย้ายออกจากบ้านเดิมซึ่งอยู่ห่างจากสถานีชิบูย่าประมาณเดิน 5 นาทีไปอยู่ในที่ที่ไกลออกไปโดยพาฮาจิไปด้วยกัน แต่ทว่าเมื่อภรรยาทราบว่าฮาจิยังคงเดินทางออกไปรับสามีถึงสถานีรถไฟชิบูย่าเหมือนเช่นเคยทุกวัน เธอจึงตัดสินใจนำฮาจิไปฝากไว้กับคนที่อาศัยอยู่ใกล้ชิบูย่าแทน 

ไม่ว่าจะเป็นวันที่ฝนตก แดดออก ลมแรง หรือมีหิมะตกฮาจิก็จะไปรอรับที่เจ้านายที่หน้าสถานีชิบูย่าตอน 9 โมงเช้า และตอน 4 โมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาออกและกลับจากทำงานของศ.อุเอโนะทุกวัน ๆ

แม้ภายหลังฮาจิโกะจะโด่งดังในฐานะ “ฮาจิโกะยอดสุนัขผู้ซื่อสัตย์ (忠犬ハチ公) ” จนถูกเชิญไปต่างประเทศหรือได้แสดงหนัง ทั้งยังเป็นที่รักของผู้คนจำนวนมากขนาดมีรูปปั้นเป็นของตัวเอง แต่จุดจบของมันค่อนข้างน่าเศร้าและเดียวดาย



Wikipedia

หลังจากก็รอคอยเจ้านายอย่างยาวนานหลายปี ในวันที่ 8 มีนาคม 1935 ฮาจิโกะในวัย 11 ปีจากโลกนี้ไปในอย่างเงียบงันตามลำพังบริเวณใกล้กับสถานีชิบูย่า จากการผ่าชันสูตรพบว่าฮาจิโกะเสียชีวิตด้วยการติดพยาธิหนอนหัวใจและโรคต่าง ๆ อีกหลายโรค ทั้งยังพบสิ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นไม้ไก่ย่างอีกประมาณ 3 – 4 ไม้ในกระเพาะอาหารอีกด้วย 

เหล่าผู้คนที่ทราบถึงการจากไปของฮาจิโกะก็ได้พากันมาแสดงความอาลัยและวางดอกไม้ที่รูปปั้นฮาจิโกะกันเป็นจำนวนมาก

2.น้องไม่ใช่หมาพันธุ์ชิบะ แต่เป็นหมาพันธุ์อาคิตะ



freepik

รูปปั้นฮาจิโกะทำให้หลาย ๆ คนติดภาพจำว่าฮาจิโกะเป็นหมาตัวเล็ก ๆ อีกทั้งด้วยลักษณะที่เป็นหมาญี่ปุ่นหางม้วนซึ่งคล้ายกับหมาชิบะก็ยิ่งชวนให้เข้าใจผิดว่าน่าจะเป็นตัวประมาณหมาชิบะ แต่จริง ๆ แล้วฮาจิโกะเป็นหมาอาคิตะสีขาวออกเหลืองอ่อน ๆ และเป็นหมาไซซ์ใหญ่ 

แม้ว่ามองเผิน ๆ 2 สายพันธุ์นี้จะดูคล้ายกันมาก แต่ข้อแตกต่างที่สังเกตได้ชัดที่สุดก็คือขนาดตัว หมาชิบะเป็นหมาไซซ์เล็ก ตัวผู้สูงเฉลี่ยประมาณ 35 – 43 ซม. ส่วนหมาอาคิตะเป็นหมาไซซ์ใหญ่ ตัวผู้สูงเฉลี่ยประมาณ 64 – 70 ซม. 

หมาอาคิตะมีลักษณะนิสัยที่เป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์คือรักและซื่อสัตย์กับเจ้าของมาก ๆ จนทำให้ใครหลายคนที่ได้ลองเลี้ยงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคงเปลี่ยนไปเลี้ยงหมาพันธุ์อื่นไม่ได้แล้ว

3.ทำไมฮาจิหูพับข้างหนึ่ง



Wikipedia

หากสังเกตรูปปั้นของฮาจิโกะดูดี ๆ จะเห็นว่าหูซ้ายของฮาจิโกะพับลง ซึ่งตามปกติแล้วหมาพันธุ์อาคิตะจะมีหูตั้งตรงทั้ง 2 ข้าง ซึ่งแน่นอนว่าฮาจิโกะซึ่งเป็นหมาอาคิตะสายพันธุ์แท้ก็เกิดมาพร้อมหูที่ตั้งตรงเช่นกัน

ว่ากันว่าสาเหตุที่หูพับไปข้างหนึ่งเกิดจากการกัดกับหมาจรจัดตัวอื่นตอนที่มารอเจ้านายกลับบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ก็กลายมาเป็นอีกจุดที่ประทับใจคนมาก เพราะแม้จะมีอุปสรรคทั้งสภาพอากาศ เหล่าผู้คนที่ไม่ชอบให้มีหมามาป้วนเปี้ยนหน้าสถานีรถไฟ ไปจนถึงหมาตัวอื่นที่เข้ามามีเรื่องด้วย แต่ฮาจิโกะก็ไม่เคยย่อท้อ ยังคงมารอรับผู้เป็นเจ้านายอยู่เช่นเดิมไม่เคยขาด

4.รูปปั้นฮาจิโกะไม่ได้มีแค่ที่หน้าสถานีรถไฟชิบูย่า

ด้วยความรักของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อฮาจิโกะ ทำให้มีการสร้างรูปปั้นเอาไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับฮาจิโกะ

โตเกียว
 –หน้าสถานีรถไฟชิบูย่า (忠犬ハチ公像)
 –หน้าคณะเกษตรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยโตเกียว (上野英三郎博士とハチ公)

เมืองโอดาเตะ จังหวัดอาคิตะ (บ้านเกิดของฮาจิโกะ)
 –หน้าสถานีรถไฟโอดาเตะ (忠犬ハチ公像)
 –หน้าศูนย์บริการการท่องเที่ยวเมืองโอดาเตะ อาคิตะอินุ โนะ ซาโตะ (大館市観光交流施設 秋田犬の里) 

เมือง Tsu จังหวัดมิเอะ (บ้านเกิดของศ.อุเอโนะ)
 –ใกล้สถานีฮิไซ (久居駅) 



นอกจากรูปปั้นอย่างเป็นทางการแล้ว ในละแวกชิบูย่าก็ยังมีรูปปั้นฮาจิโกะแนวน่ารัก ๆ อยู่อีกหลายตัวอย่างเช่นฮาจิโกะปลิวลมที่หน้าทาวเวอร์เรคคอร์ด สาขาชิบูย่าหรือที่หน้าเมกก้า ดองกี้โฮเต้ สาขาชิบูย่า สมเป็นดาวเด่นแห่งย่านนี้จริง ๆ

5.จริง ๆ แล้วศ.อุเอโนะไม่ได้ขึ้นลงรถไฟที่ชิบูย่าทุกวัน



kadanhanagocoro

ที่จริงแล้วจุดที่ฮาจิไปรับส่งศ.อุเอโนะทุกวันสมัยศ.ยังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่ที่สถานีชิบูย่า แต่เป็นที่โคมาบะ (駒場) ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยโตเกียว ทว่าด้วยหน้าที่การงานของศ.ทำให้เขามักต้องเดินทางออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดอยู่บ่อยครั้ง และหลาย ๆ ครั้งก็มักจะออกเดินทางจากสถานีชิบูย่านั่นเอง 

จากจุดนี้ทำให้คนคาดเดาว่า ฮาจิที่ไม่รู้ว่าเจ้านายได้จากโลกนี้ไปแล้วน่าจะคิดไปว่าที่ศ.ไม่กลับบ้านติดกันหลาย ๆ วันก็เป็นเพราะไปทำงานที่อื่นไกล ๆ เฉย ๆ ถ้าไปรอที่หน้าสถานีชิบูย่าเหมือนตอนที่เดินทางไปทำงานต่างจังหวัด ก็จะได้เจอกับเจ้าของที่กลับมาในสักวัน

เรื่องราวของฮาจิโกะยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ พบกับอีก 5 เรื่องราวได้ในบทความตอนที่ 2 เลยค่ะ

ติดตามเรื่องราว ข้อมูล และข่าวสารส่งตรงจากญี่ปุ่นกับ Japankuru ได้ทาง X (Twitter) และ Facebook!

Stories from Japankuru's Thai staff.

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS