วิธีการเดินทางระหว่างโตเกียวและโยโกฮาม่าที่ดีที่สุดจากสนามบินฮาเนดะ ด้วยรถบัสรับส่งสนามบินฮาเนดะ!

Tokyo Entertainment 2018.09.20
  •  
 
เดินทางไปโยโกฮาม่าด้วยการนั่งรถบัสลีมูซีนของสนามบินฮาเนดะ Keikyu Bus~
เมื่อเพื่อนๆมาเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น หลายๆคนก็มักจะใช้บริการสนามบินนาริตะกันทั้งนั้น แต่ว่าในไม่กี่ปีผ่านมานี้ การมาลงเครื่องที่สนามบินฮาเนดะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ที่สร้างสนามบินนานาชาติขึ้นมา และตอนนี้ที่ใจกลางญี่ปุ่นก็มีสนามบินหลักๆสองแห่งแล้ว แล้วคำถามที่มักจะได้ยินกันบ่อยๆเลยก็คือ "จะไปลงเครื่องที่สนามบินไหนดีละ?" จริงๆแล้วไปลงที่สนามบินไหนก็ได้ แต่ถ้าหากเพื่อนๆอยากจะเดินทางเข้าเมืองไวๆแล้วละก็ สนามบินฮาเนดะก็จะเหมาะสมกับเพื่อนๆที่สุด เพราะว่าสนามบินนาริตะนั้น ใช้เวลาถึงสองชั่วโมงในการเข้าเมือง แต่สนามบินฮาเนดะนี้ใช้เวลาเพียงครึ่งเดียวของสนามบินนาริตะเท่านั้น เป็นสนามบินที่เดินทางเข้าเมืองได้สะดวกสุดๆไปเลยละ~!

JAPANKURU อยากจะแนะนำรถบัสของทางสนามบินฮาเนดะที่ทั้งราคาถูก, สะดวกสบาย และไม่ต้องเคร่งเครียดกับการเดินทางแบบอื่นๆที่ดูจะลำบากๆ ในครั้งนี้ แทนที่พวกเราจะนั่งรถบัสมุ่งตรงเข้ากรุงโตเกียว แต่พวกเราจะมุ่งตรงไปยังโยโกฮาม่า (Yokohama) แทนละ! และพวกเราก็จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่างๆในจังหวัดคานางาวะ ที่เมืองโยโกฮาม่ากัน~

ข้อดีของการเดินทางไปโยโกฮาม่าจากสนามบินฮาเนดะ

เมืองโยโกฮาม่า (Yokohama) เป็นที่น่าเศร้าสุดเสียใจเพราะอยู่นอกโตเกียว เมื่อผู้คนมาเที่ยวที่โตเกียวกัน ก็ไม่ได้มาที่โยโกฮาม่า นี่มันน่าเสียดายอย่างมากเลยนะ เพราะว่าที่นี่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากมายเต็มไปหมด และรถบัส Keikyu Bus จากสนามบินฮาเนดะนี้ ก็จะพาเพื่อนๆมุ่งตรงไปยังโยโกฮาม่า (อันที่จริงก็มีจุดหมายปลายทางอื่นๆอีก แต่ว่าพวกเราจะมาแนะนำกันภายหลังนะ) ซึ่งนี้ก็เป็นทางเลือกในการต่อรถไปยังเมืองที่มีความวุ่นวายได้ดีมากๆเลยละ และเนื่องจากจังหวัดคานางาวะนั้นก็มีสิ่งต่างๆ และสถานที่ต่างๆที่น่าสนใจ และห้ามพลาดอยู่มากมายหลายจุดด้วยกัน พวกเราจึงจะมาแนะนำบางส่วนให้เพื่อนๆได้ชมกัน และเพื่อนๆสามารถเก็บไปประยุกต์กับแผนการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นของเพื่อนๆได้เลยนะ!
 

โยโกฮาม่า (Yokohama)

เมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงอย่างกรุงโตเกียวของประเทศญี่ปุ่น นั้นก็คือเมือง โยโกฮาม่า (Yokohama) เมืองนี้เป็นที่รู้จักกันในฐานะเมืองท่าของญี่ปุ่น ที่ทำให้ญี่ปุ่นได้แลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้ากับนานาชาติ ที่นี่มีบรรยากาศที่ค่อนข้างต่างไปจากโตเกียวอย่างมาก หลักๆเลยก็คือ อิทธิพลจากประเทศฝั่งตะวันตก แต่ที่นี้ก็ยังคงเป็นญี่ปุ่นนะเออ! ดังนั้นเพื่อนๆก็จะได้เห็นมุมมองของที่นี่ที่แตกต่างกันออกไปจากญี่ปุ่นปกติที่เพื่อนๆคุ้นชินกันละ

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในโยโกฮาม่า

  • โกดังอิฐแดงโยโกฮาม่า
    (Yokohama Red Brick Warehouse
    横浜赤レンガ倉庫)


    ที่โกดังอิฐแดงโยโกฮาม่านี้เป็นหนึ่งในสถานที่ของโยโกฮาม่าที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากที่สุดเลยละ อาคารที่ตั้งอยู่ติดกับท่าเรือนี้ เคยเป็นโกดังเก็บสินค้ามาก่อน แต่ว่าในตอนนี้ได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว และมีขายทั้งของฝาก รวมถึงสินค้าต่างๆของโยโกฮาม่าอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีร้านอาหาร และคาเฟ่ชิคๆให้นั่งกันชิวๆ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนญี่ปุ่น และคนต่างชาติเลยทีเดียว

    ★Yokohama Red Brick Warehouse
    Google Maps
  • ไชน่าทาวน์โยโกฮาม่า
    (Yogohama Chinatown
    横浜中華街)


    ในเมืองใหญ่ๆทุกที่ทั่วโลก จะต้องมีไชน่าทาวน์อย่างแน่นอน และหนึ่งในสามไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ก็คือ ไชน่าทาวน์โยโกฮาม่าที่นี่นั่นเอง ที่นี่มีร้านอาหารจีนอยู่ประมาณ 300 ร้าน และยังมีร้านค้าอีกมากมายให้แวะช็อปปิ้งกัน และแม้ว่าเพื่อนๆบางคนอาจจะไม่ได้ชอบการช็อปปิ้ง ที่นี่ก็นังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างให้มาสัมผัส มาเที่ยวชมกันนะ

    ★Yokohama Chinatown
    Google Maps
  • มินาโตะ มิไร
    (Minato Mirai
    みなとみらい)


    มินาโตะ มิไร มีความหมายว่า "ท่าเรือแห่งอนาคต" และแน่นอนว่านี่ก็คือท่าเรือแห่งอนาคตจริงๆ! ทั้งวิวในยามค่ำคืน ตึกสูงต่างๆ ตึกแลนด์มาร์ค และสวนสนุกชิงช้าสวรรค์ Yokohama Cosmo World's Ferris Wheel ทั้งหมดนี่เป็นที่โด่งดังสุดๆ และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งมินาโตะ มิไรอีกด้วย!

    ★Otsanbashi
    Google Maps

สนามบินฮาเนดะ⇄รถบัสตรงไปโยโกฮาม่า

จุดหลักๆที่อยากจะแนะนำเกี่ยวกับรถบัส Keikyu Bus นี้ก็คือ มีบริการฟรี Wi-Fi ให้บริการภายในรถบัสตลอดการเดินทาง นี่เป็นเรื่องใหญ่เลยนะสำหรับผู้ที่ใช่มือถืออยู่ตลอดเวลา เพราะว่าเมื่อเพื่อนๆที่ไหนๆก็มาเที่ยวถึงญี่ปุ่นแล้ว ก็ต้องอยากจะอัพรูปลงโซเชี่ยลมีเดียอวดเพื่อนคนอื่นๆ หรือหาข้อมูลต่างๆที่จำเป็นกันใช่ไหมละ แต่เพื่อนๆที่มาถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วจะพบว่า ที่นี่ไม่ได้มีบริการฟรี Wi-Fi มากเท่ากับประเทศอื่นๆ ฉะนั้นการมีฟรี Wi-Fi ให้บริการบนรถบัสตลอดการเดินทางแบบนี้ ก็เป็นข้อดีสุดๆไปเลยละ

ค่าโดยสารรถบัส ไปยังโยโกฮาม่า แค่ 580 เยนเองเหรอ?!

ค่าตั๋วสำหรับการเดินทางจากสนามบินฮาเนดะ ไปยังโยโกฮาม่า มีราคาเพียง 580 เยนเท่านั้น และอีกปัจจัยหนึ่งที่รถบัส Keikyu Bus ชนะรถไฟไปอย่างสิ้นเชิงเลยก็คือ เพื่อนๆไม่ต้องลากกระเป๋าขึ้นๆลงๆรถไฟรัวๆในกรุงโตเกียวที่สุดแสนจะวุ่นวายละ! ทุกๆคนที่ขึ้นรถบัส จะมีที่นั่งเป็นของตัวเอง และไม่ไปเบียดเสียดกับผู้อื่น รวมถึงกระเป๋าเดินแสนหนักของเพื่อนๆนั้นก็จะถูกเก็บไว้ที่ใต้ท้องรถ ดังนั้นจะเห็นได้ชัดเลยว่าเพื่อนๆจะมีความคล่องตัวมากกว่าการนั่งรถไฟเยอะ ส่วนเรื่องตั๋ว เพื่อนๆสามารถซื้อได้ที่ Arrival Lobby ขั้นสองเลย และจะสามารถทำการซื้อตั๋วได้ 2 วิธี นั่นก็คือ ไปซื้อที่หน้าเคาท์เตอร์ หรือจะซื้อกับเครื่องจำหน่ายตั๋วก็ได้ ถ้าหากเพื่อนๆไปซื้อตั๋วที่เคาท์เตอร์ เพื่อนๆก็แค่บอกจุดหมายปลายทางที่จะไป เพียงเท่านี้ก็จะได้ตั๋วแล้ว แต่ถ้าหากเพื่อนๆซื้อกับเครื่องจำหน่ายตั๋ว ก็มีขั้นตอนง่ายๆไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น ก็คือ เปลี่ยนภาษาเป็นภาษาที่เพื่อนๆต้องการ และเลือกจุดหมายปลายทาง แค่นี้เลย!

แนะนำเส้นทางรถบัสอื่นๆ

อย่างที่เราได้กล่าวไปในข้างต้นแล้ว รถบัส Keikyu Bus ยังให้บริการในเส้นทางอื่นๆจากสนามบินฮาเนดะอีก
โดยมีมากกว่า 50 เส้นทางเลยทีเดียว
และเพื่อให้เพื่อนๆได้ไอเดียดีๆกันไปว่าจะเดินทางไปที่ไหนดีโดยรถบัส พวกเราจะกล่าวคร่าวๆให้ฟังนะ

จากสนามบินฮาเนดะ ไปชิบูย่า

ชิบูย่า (Shibuya) เป็นย่านใจกลางเมืองที่เป็นดั่งตัวแทนของกรุงโตเกียว
จากสนามบินฮาเนดะ เพื่อนๆสามารถเดินทางมาชิบูย่าได้โดยรถไฟเช่นกัน แต่เพื่อนๆจะต้องเปลี่ยนสายรถไฟระหว่างทาง ซึ่งจะค่อนข้างวุ่นวายสุดๆไปเลยละ ไหนจะผู้คนมากมายอีก แล้วยังจะสัมภาระหนักๆอีก แต่การใช้รถบัสนั้น เพื่อนๆสามารถนั่งสวยๆ สบายๆได้ตลอดทาง แล้วยังได้ชมวิวทิวทัศน์ของถนนในกรุงโตเกียวอีกด้วย และในขณะที่เพื่อนๆอยู่ที่ชิบูย่า เพื่อนๆสามารถเพลิดเพลินไปกับร้านอาหารสไตล์อิซากายะ (คล้ายๆร้านเหล้า), คาราโอเกะ, ช็อปปิ้ง หรือจะเดินชมรอบๆเมือง ชมตึกสูงๆ แสงสีเสียงต่างๆก็ได้

★ Shibuya Mark City
💴ค่าใช้จ่าย: ผู้ใหญ่ 1,030 เยน และเด็ก 520 เยน
ตารางเวลาเดินรถไปชิบูย่า

คามาคุระ

รถบัส Keikyu Bus ยังมีเส้นทางมุ่งตรงไปคามาคุระ (Kamakura) ด้วยนะ! คามาคุระเป็นสถานที่ที่แม้แต่ชาวญี่ปุ่นก็ยังมาเยี่ยมชมกันบ่อยๆ หลักๆก็เพื่อมาเยี่ยมชมพระพุทธรูปใหญ่ยักษ์นี้ นี่คือพระพุทธรูปที่มีความสูงถึง 11.4 เมตร และหนักถึง 121 ตันเลยทีเดียว!

และวัดฮาเซเดระ (Hase-dera Temple (長谷寺)) นี้เป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่เพื่อนๆต้องห้ามพลาดกันเลยละ ที่นี่เดินเพียงไม่กี่นาทีจากวัดโคโตคุอิน (Kotoku-in (高徳院)) เท่านั้น ดังนั้นเพื่อนๆก็สามารถไปเที่ยวได้ทั้งสองวัดในวันเดียวเลย และเมื่อไปเยี่ยมชมที่วัดโคโตคุอินแล้ว เพื่อนๆสามารถปีนเข้าไปในพระพุทธรูปองค์ใหญ่ได้ด้วย เพื่อที่จะเข้าไปสอดส่องวิวทิวทัศน์ และทะเลอันสวยงามของเมืองคามาคุระล่ะ

★ To Kamakura Railway Station
💴ผู้ใหญ่ 1,370 เยน และเด็ก 690 เยน
🚌เวลาเดินทาง: ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
ตารางเวลาเดินรถไปคามาคุระ

ฮาโกเน่

ฮาโกเน่ (Hakone) เป็นที่ที่ผู้คนจากแดนไกลมาสัมผัสประสบการณ์กับบ่อน้ำร้อนกัน ที่หนึ่งในจุดบ่อน้ำร้อนที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่น ที่นี่เพื่อนๆสามารถมาเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้งต่างๆที่สุดยอดของฮาโกเน่ได้เลย! อย่างอุทยานแห่งชาติฟูจิฮาโกเน่อิซึ (Fuji-Hakone-Izu National Park) ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่ประกอบไปด้วยถึง 3 เขตจังหวัดของญี่ปุ่น นั่นก็คือ ยามานาชิ (Yamanashi), ชิซูโอกะ (Shizuoka) และคานางาวะ (Kanagawa)

โตเกียวสกายทรี

โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) เป็นหอคอยส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นที่รู้จักกันในฐานะสัญลักษณ์ประจำกรุงโตเกียว ที่นี่เป็นที่ที่ต้องไปให้ได้เลยละ นอกจากจะต้องขึ้นไปบนหอคอยเพื่อชมวิวทิวทัศน์รอบกรุงโตเกียวให้ได้แล้ว ก็ยังมีร้านค้า และร้านอาหารต่างๆมากมายที่ต้องไปจับจ่ายใช้สอยกันให้ได้เลย

★ Tokyo Skytree Town
💴ผู้ใหญ่ 920 เยน และเด็ก 460 เยน
⏰เวลาเดินทาง: ประมาณ 1 ชั่วโมง
ตารางเวลาเดินรถไปยังโตเกียวสกายทรี

นิกโก้

รถบัส Keikyu Bus ก็ยังมีเส้นทางที่มุ่งตรงจากสนามบินฮาเนดะ ไปยังนอกกรุงโตเกียวอย่างเมืองนิกโก้ (Nikko) และออนเซ็นคินุกาวะ (Kinugawa Onsen) ในจังหวัดโทจิกิ อย่างแรกเลยคือ ถ้าหากอากาศดีมากๆแล้วละก็ ไปที่ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine (東照宮)) ที่ถูกจัดเป็นหนึ่งในแหล่งมรดกโลกเช่นกัน ที่ศาลเจ้านี้เป็นเหมือนดั่งสัญลักษณ์ของโทคุกาว่า อิเอยะสึ (Tokugawa Ieyasu) ผู้เป็นโชกุนของราชสำนักญี่ปุ่น และรวบรวมญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่นในช่วงศตวรรษที่ 16 รวมถึงเริ่มต้นยุคเอโดะ (หรือยุคโทคุกาว่า) อีกด้วย เป็นยุคหลักๆของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่เริ่มรับพุทธศาสนา และการออกแบบสถาปัตยกรรมแบบแปลกๆใหม่ๆเข้ามา
การไปเที่ยวชมที่แหล่งมรดกโลกนิกโก้นั้น ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ห้ามพลาด แต่ยังมีอีกหลายๆอย่าง อย่างสถานที่ในใจกลางเมืองที่เล็กๆและเงียบสงบ แม่น้ำคินุกาว่า (Kinugawa River (鬼怒川)) มีเหล่ารีสอร์ทที่มีบ่อน้ำร้อนในตัว รวมๆแล้วทั้งกลางแจ้งและในร่ม ก็เป็นร้อยเลยละ
และที่นี่ก็ยังมีธีมพาร์คอย่าง เอโดะวันเดอร์แลนด์นิกโก้เอโดะมุระ (Edo Wonderland Nikko Edomura) ที่จะห้อมล้อมไปด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นแบบสไตล์เอโดะเลยละ!

★ Nikko / Kinugawa Onsen
💴ผู้ใหญ่ 3,300 เยน และเด็ก 1,650 เยน
ตารางเวลาเดินรถไปยังนิกโก้

จากสนามบินฮาเนดะ มุ่งตรงไปยังโยโกฮาม่า โดยรถบัส Keikyu Bus

การนั่งรถไฟสุดวุ่นวายแออัดในกรุงโตเกียว ก็อาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องทำสำหรับหลายๆคนเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น แต่ถ้าหากต้องนั่งรถไฟไปด้วยกระเป๋ามากมายสุดรุงรัง และจบด้วยการเจ็บตัว เจ็บไหล่ เจ็บมือแล้วละก็ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการต้องต่อรถไฟเป็นชั่วโมงๆหลายๆต่อเลยละ อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้น (หรือจะจบ) การเดินทางด้วยรถบัส Keikyu Bus ไปยังโยโกฮาม่า (หรือจะกลับจากโยโกฮาม่าก็ตาม) ที่ใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาทีนี้ เป็นสิ่งที่พวกเราอยากจะแนะนำให้ใช้บริการสุดๆเลยละ เมื่อเพื่อนๆถึงจุดหมาย เก็บกระเป๋าเรียบร้อย มือไม่ต้องหิ้วกระเป๋าไปมา เพื่อนๆก็สามารถไปผจญภัยบนรถไฟสุดวุ่นวายของโตเกียวเท่าไรก็ได้ตามแต่ที่เพื่อนๆต้องการเลยละ!

ดังนั้นถ้าเพื่อนๆกำลังวางแผนที่จะมาลงเครื่องที่สนามบินฮาเนดะแล้วละก็ อย่าลืมมองหารถบัส Keikyu Bus นะ!
★ Keikyu Bus
เว็บไซต์ทางการของ Keikyu Bus


สำหรับหัวข้อที่น่าสนใจเพิ่มเติม
อย่าลืมติดตามข่าวสารและบทความใหม่ๆทุกวันของพวกเราได้ที่ JAPANKURU🐶

หรือเพิ่มพวกเราบน Google+InstagramFacebook และแบ่งปันรูปภาพสไตล์ญี่ปุ่นของคุณกัน💖🗾
Basic Info
NameKeihin Keikyu Bus
StationHaneda Airport
Websitehttp://hnd-bus.com/
Comment
POST
Related Article
  • PARTNERS