Sponsored

แพลนเที่ยวโอซาก้า 3 ย่าน: อุเมดะ นัมบะ USJ เที่ยว-กิน-ช้อป-พักครบจบ

บทความนี้มีเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน

  • X
  • line

โอซาก้า หนึ่งในที่เที่ยวยอดฮิตของนักท่องเที่ยว เพราะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์หลายด้าน ที่ไม่ว่าจะเพิ่งเคยมาครั้งแรก หรือกลับมาซ้ำ ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้เราได้สนุกเต็มอิ่ม ทั้งอาหารอร่อยจนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นครัวแห่งญี่ปุ่น ย่านช้อปปิ้ง และแลนด์มาร์คสวย ๆ สำหรับถ่ายรูปเก๋ ๆ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา อาจทำให้เราต้องวางแพลนเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถเก็บทุกสถานที่ที่อยากไปได้ 

วันนี้ JAPANKURU เลยขอมาแจกแพลนเที่ยวโอซาก้า สำหรับ 3 วัน 2 คืน แต่เต็มอิ่มแบบเหนือจรดใต้ ไปกับ 3 ย่านดังที่ใครมาก็ต้องไม่พลาด

1️⃣วันแรก: ย่าน Umeda ทางเหนือของโอซาก้า 

ย่าน Umeda ทางเหนือของโอซาก้า

เริ่มวันแรกแบบเอาใจสายช้อปที่ย่านศูนย์กลางทางเหนือของโอซาก้าอย่างอุเมดะ ตั้งอยู่ในเขตคิตะหรือทางเหนือของโอซาก้า แม้อาจจะไม่ใช่ย่านที่นักท่องเที่ยวนึกถึงเป็นที่แรก แต่หากอยากสัมผัสวิถีชีวิตและความคึกคักแบบคนท้องถิ่น บอกเลยว่าต้องมาที่นี่!

ย่านอุเมดะล้อมรอบไปด้วยห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร และจุดชมวิวสวย ๆ เดินทางง่ายด้วยรถไฟหลายสาย เป็นจุดเชื่อมต่อแห่งหนึ่งของโอซาก้าเลยก็ว่าได้ 

Grand Front Osaka

ห้าง Grand Front Osaka แหล่งช้อปปิ้งโอซาก้า

เมื่อมาถึงย่านอุเมดะแล้ว แนะนำให้เริ่มทริปที่ห้าง Grand Front Osaka ขึ้นชื่อว่าเป็นประตูต้อนรับสู่โอซาก้า เพราะสามารถเดินเชื่อมถึงจากสถานีโอซาก้า ภายในมีครบทั้งร้านค้าแฟชัน คาเฟ่ ร้านอาหาร และมีพื้นที่สีเขียวสำหรับพักผ่อนแทรกตามจุดต่าง ๆ เดินสบายแม้จะเป็นห้างใหญ่ใจกลางเมือง เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มทริปโอซาก้าด้วยการช้อปปิ้งเบา ๆ แต่บอกเลยว่างานนี้สายช้อปจะต้องได้ของติดไม้ติดมือกลับไปจากที่นี่แน่นอน 

Grand Front Osaka
ที่อยู่: 〒530-0011 4-20 Ofukacho, Kita-ku, Osaka City, Osaka Prefecture
เวลาทำการ: ร้านค้า 11.00 – 21.00 | ร้านอาหาร 11.00 – 23.00
*เวลาทำการอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับร้านค้า
เดินทาง: เดินประมาณ 3–5 นาที จากสถานี JR Osaka ทางออก North Gate
เว็บไซต์ทางการ

เดินช้อปผ่อนคลายกันแล้ว ถึงเวลาต้องเติมพลังกันหน่อย วันนี้อยากพาทุกคนไปที่ร้าน Sanuki Udon Shabu-Shabu Kumeya(讃岐うどんとしゃぶしゃぶ 粂屋) ที่เดินจาก Grand Front Osaka เพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้น

Sanuki Udon Shabu-Shabu Kumeya

ร้านชาบู สุกี้ยากี้แนะนำในโอซาก้า

บุฟเฟ่ต์ชาบูและสุกี้ยากี้เนื้อวัวและหมูญี่ปุ่น ทานคู่กับผัก อุด้ง และข้าวได้ไม่อั้น! อร่อยจนได้รับการจัดอันดับจากแอป Tabelog ของจีนให้เป็นร้านชาบูชาบูอันดับ 1 ในโอซาก้าประจำปี 2024 เลยทีเดียว

เมนูเซ็ตร้านสุกี้ยากี้

ไม่เพียงเท่านั้น สำหรับใครที่อยากลองอาหารเบา ๆ ที่ร้านมีทั้งอาหารเซ็ต Shōkadō และ Gozen Ryōri ในเซ็ตประกอบไปด้วยผักและวัตถุดิบต้มปรุงรสจัดเรียงอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีคัตสึด้ง (ข้าวหน้าหมูทอด), เทนด้ง, นาเบะยากิอุด้ง (อุด้งหม้อไฟ), เทมปุระอุด้ง และเนื้ออุด้ง ให้เราได้ลิ้มรสความหลากหลายของอาหารญี่ปุ่นในมื้อเดียว ตอบโจทย์ทุกคนที่มาด้วยกันได้แน่นอน!

ด้านหน้าร้าน Sanuki Udon Shabu-Shabu Kumeya

ร้านนี้เปิดตั้งแต่กลางวันถึงดึก ถึงจะเป็นร้านชาบูเป็นหลัก แต่ช่วงกลางวันก็มีเมนูอาหารหลากหลาย อย่างเมนูอาหารกลางวันขายดีอันดับหนึ่งคือ “ชุดข้าวหน้าทะเลรวมและอุด้งเทมปุระ” เหมาะสำหรับใครที่ไม่อยากทานหนักหรืออยากประหยัดเวลา 

อีกจุดที่ทำให้เหมาะกับนักท่องเที่ยวคือร้านมีเมนูภาษาอังกฤษและภาษาจีน แถมรับบัตรและระบบจ่ายเงินหลายรูปแบบ รวมถึง UnionPay, Alipay และ WeChat Pay ทานได้แบบไม่สะดุดแม้จะพกเงินสดมาไม่เยอะ

Sanuki Udon Shabu-Shabu Kumeya
ที่อยู่: ชั้น 14 ห้างไดมารูอุเมดะ (Osaka City, Kita Ward, Umeda 3-1-1 530-0001)
เวลาทำการ: 11.00 – 22.00 (L.O. 21.30)
เดินทาง: ทางเชื่อมต่อโดยตรงจากสถานี JR Osaka 

Umeda Sky Building

อิ่มอร่อยแล้วไปลุยต่อกันเลย ไหน ๆ ก็มาโอซาก้าทั้งทีจะช้อปปิ้งอย่างเดียวคงเสียดายแย่ ช่วงบ่ายเลยขอพาทุกคนไปชมวิวกว้าง ๆ ของโอซาก้ากันที่ Umeda Sky Building 

จุดชมวิวอันเป็นหนึ่งแลนด์มาร์คของย่านอุเมดะ โดดเด่นด้วยดีไซน์ตึกคู่ความสูง 40 ชั้น หรือกว่า 173 เมตร ให้เราได้มองเห็นโอซาก้าแบบกว้างสุดลูกหูลูกตา 

จุดชมวิวชื่อดังของโอซาก้า Umeda Sky Building

ตึกคู่นี้มีทางเดินลอยฟ้าบนชั้น 40 เป็นจุดเชื่อมระหว่างตึก เมื่อมองจากมุมด้านล่างแล้วให้ความรู้สึกเหมือนเป็นประตูสู่ท้องฟ้าเลยทีเดียว 

เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนสุด จะได้พบกับลานชมวิวกลางแจ้ง 360 องศา ที่เปิดให้มองเห็นโอซาก้าได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ยิ่งมาช่วงพระอาทิตย์ตก แสงสีส้มทองที่สะท้อนอาคารจะทำให้เมืองทั้งเมืองสวยจนอยากหยุดเวลาไว้เลย

จุดถ่ายรูปปัง ๆ ของที่นี่คืออุโมงค์บันไดเลื่อนจากชั้น 35 ไปจนถึงชั้น 39 ที่สามารถมองเห็นวิวด้านนอกได้ เหมาะกับทุกคนที่กำลังมองหาทั้งจุดชมวิวและจุดถ่ายรูปดี ๆ ในโอซาก้า 

Umeda Sky Building
ที่อยู่: 1-1-88 โอโยโดนากะ, คิตะ-คุ, โอซาก้า-ชิ, จังหวัดโอซาก้า
เวลาเปิดทำการ: 9:30-22:30
เดินทาง:
เดิน 7 นาทีจากสถานี JR Osaka
เดิน 9 นาทีจากสถานี Hankyu Osaka Umeda/สถานี Osaka Metro Umeda
เว็บไซต์ทางการ

ศาลเจ้าโอฮัตสึเทนจิน

ก่อนจะถึงเวลามื้ออาหารเย็น ขอพาแวะศาลเจ้าแห่งความรักประจำย่านอุเมดะอย่าง ศาลเจ้าโอฮัตสึเทนจินก่อน

ศาลเจ้าโอฮัตสึเทนจิน ขอพรในโอซาก้า

ศาลเจ้าโอฮัตสึเทนจิน เป็นศาลเจ้าเล็ก ๆ สงบร่มรื่นใจกลางย่านร้านอาหารคึกคัก มีชื่อเสียงจากตำนานความรักที่ถูกกีดกันของโอฮัตสึ หญิงสาวนักแสดง และโทคุเบะ หลานชายพ่อค้าตระกูลร่ำรวย ทั้งสองยอมปลิดชีพตัวเองที่ศาลเจ้าแห่งนี้ดีกว่าจะต้องถูกพรากจากกัน ด้วยเหตุนี้เองผู้คนจึงนิยมเดินทางมาขอพรด้านความรักกันที่นี่ เพื่อขอให้ความรักมั่นคงดังเช่นโอฮัตสึและโทคุเบะ(ใครอยากรู้ว่าแม่นจริงไหม งานนี้ต้องไปลองขอกันดูแล้ว!)

ศาลเจ้าโอฮัตสึเทนจิน
ที่อยู่: 2-5-4 Sonezaki, Kita-ku, Osaka City, Osaka Prefecture, 530-0057
เวลาทำการ: 6.00-23.00
เดินทาง:
・จาก JR Osaka Station เดินประมาณ 10 นาที
・จาก Osaka Metro Higashi-Umeda Station เดินประมาณ 5 นาที
・จาก Osaka Metro Umeda Station เดินประมาณ 8 นาที
เว็บไซต์ทางการ

Yakiniku Rikimaru สาขาโอฮัตสึเทนจิน

หลังจากเที่ยวและช้อปปิ้งกันมาทั้งวัน ก็ถึงเวลามื้อเย็น หากถามว่าอาหารประเภทไหนที่เหมาะจะเป็นมื้อเย็น หลาย ๆ คนคงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ปิ้งย่าง” เย็นนี้เลยจะพาทุกคนไปที่ Yakiniku Rikimaru สาขาโอฮัตสึเทนจิน เดินจากศาลเจ้ามาเพียง 2 นาทีเท่านั้น!

ร้านปิ้งย่างแนะนำในโอซาก้า Yakiniku Rikimaru สาขาโอฮัตสึเทนจิน

ใครที่กำลังมองหาร้านเนื้อย่างอร่อย ๆ ที่ทั้งคุ้มและสะดวก Yakiniku Rikimaru คือร้านที่ไม่ควรพลาด ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องบุฟเฟ่ต์เนื้อวัววากิวจัดเต็ม ที่รวมทั้งเมนูพิเศษอย่างซูชิเนื้อวากิว

ความพิเศษของร้านนี้ คือการที่ร้านให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการคัดสรรวัตถุดิบให้สดใหม่อยู่เสมอ ไม่ใช้เนื้อแช่แข็งหรือเนื้อแปรรูปใด ๆ มั่นใจได้ว่าเนื้อที่ทานเข้าไปทุกคำผ่านการเตรียมด้วยความพิถีพิถัน ด้วยความตั้งใจอยากให้ลูกค้าได้สัมผัสทั้งรสชาติของเนื้อแท้ ๆ ทั้งความสดใหม่ของวัตถุดิบ 

ร้านปิ้งย่างแนะนำในโอซาก้า Yakiniku Rikimaru เมนูลิ้นวัว

เมนูห้ามพลาดของทางร้านคือลิ้นวัวและชุดเนื้อ 4 ชนิด เสิร์ฟแบบชิ้นหนาเต็มคำ หรืออีกเมนูที่อยากให้ลองสักครั้งเมื่อมาญี่ปุ่นอย่าง ซากุระยุกเกะ หรือ ยุกเกะเนื้อม้า มั่นใจได้ว่าสะอาดสดใหม่ อร่อยถูกใจสายเนื้อแน่นอน!

ภายในร้านปิ้งย่าง Yakiniku Rikimaru

ร้านเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 11:30 น. ถึง 24:00 น. ไม่ว่าจะเที่ยวถึงดึกก็ยังแวะมาทานได้ ใครกำลังจัดแพลนเที่ยวโอซาก้าและอยากพักเติมพลัง อย่าลืมใส่ร้านนี้ลงในแพลน เพราะนอกจากจะอิ่มอร่อยแล้ว ยังเดินทางเที่ยวต่อได้ง่ายด้วย เรียกได้ว่า Yakiniku Rikimaru สาขาโอฮัตสึเทนจิน คือจุดแวะเติมพลังในแพลนทริปโอซาก้า ที่ทั้งสายบุฟเฟ่ต์และสายเนื้อวากิวห้ามพลาด

Yakiniku Rikimaru สาขาโอฮัตสึเทนจิน
ที่อยู่: ชั้น B1 อาคาร Hachiko (〒530-0057 Osaka City, Kita-ku, Sonezaki 2-8-9)
เวลาทำการ: 11.30 – 0.00 วันจันทร์เปิดเฉพาะ 16:00-24:00
เดินทาง:
・จาก Higashi-Umeda Station ออก Exit 7 เดิน ประมาณ 4 นาที
・จาก Umeda Station เดินประมาณ 8 นาที
*ปิดช่วงปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึง 2 มกราคม 2569
เว็บไซต์ทางการ

2️⃣ วันที่สอง: ย่าน Namba ทางใต้ของโอซาก้า

หลังจากแวะขึ้นไปทางเหนือมาแล้ว วันที่สองของทริปโอซาก้า เราขอพาทุกคนลงมาทางตอนใต้ของเมืองเพื่อสัมผัสบรรยากาศคึกคักของย่านนัมบะกันบ้าง

ย่านนัมบะ เต็มไปด้วยสีสันและความคึกคักไม่สิ้นสุด ที่นี่เป็นแหล่งรวมทุกอย่างไว้ในที่เดียวทั้งแหล่งช้อปปิ้งอย่าง Shinsaibashi Shopping Street, โซนแลนด์มาร์กยอดฮิต Dotonbori ที่เต็มไปด้วยป้ายไฟสีสดและร้านอาหารดัง สนุกได้ทั้งกลางวันและกลางคืน 

ถนนช้อปปิ้งชินไซบาชิ

ถนนช้อปปิ้งชินไซบาชิ โอซาก้า

เริ่มต้นกันที่ถนนช้อปปิ้งชินไซบาชิ แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังประจำโอซาก้า ร้านค้าเรียงรายทั้งสองข้างทางตลอดระยะทางกว่า 600 เมตร ทั้งร้านค้าแฟชั่นแบรนด์ดัง ร้านรองเท้า ร้านเครื่องสำอาง และร้านของฝากหลากหลายชนิด 

จุดเด่นของชินไซบาชิคือ การเดินช้อปในร่ม ที่สบายไม่ต้องกังวลเรื่องฝนหรือแดด รวบรวมร้านค้าทั้งสไตล์หรูและสตรีทแฟชั่น เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย ทั้งสายช้อปปิ้งจริงจังและสายเดินเล่นชิล ๆ

ถนนช้อปปิ้งชินไซบาชิ
ที่อยู่: Chuo Ward, Osaka City, Osaka Prefecture 542-0085
เวลาทำการ: แตกต่างกันไปตามร้านค้า แต่ส่วนมากร้านค้าเปิดประมาณ 10.00 – 11.00 และปิดประมาณ 20.00 – 21.00 ส่วนร้านอาหารเปิดประมาณ 10.00 – 11.00 และปิดประมาณ 21.00 – 22.00
แนะนำให้ตรวจสอบร้านที่จะไปก่อนอีกครั้ง
เดินทาง: 
・จากสถานี Shinsaibashi ออกทางออก 1 หรือ 2
・จากสถานี Namba (難波駅) ออกทางออก 14 แล้วเดินประมาณ 10–12 นาที 

โดทงโบริ

โดทงโบริ โอซาก้า

เดินไม่ไกลจากชินไซบาชิ เราจะได้เจอกับโดทงโบริ แลนด์มาร์คที่ทุกคนล้วนมาเยือน โดยเฉพาะผู้ที่รักการสังสรรค์ ไฮไลต์ของย่านนี้คือป้ายกูลิโกะสุดไอคอนิก! บริเวณนี้อาจเป็นสถานที่เดียวในโลก ที่ผู้คนต่างมาชูไม้ ชูมือ ยกขาขึ้นข้างหนึ่งแบบที่ไม่มีใครรู้สึกว่าแปลกอะไร 

มากลางวันว่าสวยแล้ว แต่หากได้ชมแสงสีนีออนของป้ายยามค่ำคืน อาจยิ่งประทับใจจนลืมไม่ลง ป้ายที่ติดตั้งขึ้นครั้งแรกในปีค.ศ. 1935 ส่องสว่างด้วยไฟนีออน ให้ความรู้สึก nostalgic ที่ก็ดูล้ำสมัยไปพร้อม ๆ กัน

โดทงโบริ โอซาก้า ยามค่ำคืน

ไม่เพียงเป็นแลนด์มาร์คสำหรับถ่ายรูป แต่ยังเป็นแหล่งรวมอาหารท้องถิ่นโอซาก้าอย่าง ทาโกะยากิ, โอโคโนมิยากิ, และคุชิคัตสึ รวมถึงมีร้านค้าสำหรับช้อปปิ้ง เรียกได้ว่าเดินเพลินทั้งวันไม่มีเบื่อ 

โดทงโบริ
ที่อยู่: 1-chome, Dotonbori, Chuo-ku, Osaka City, Osaka Prefecture, 542-0071
เวลาทำการ: เปิด 24 ชั่วโมง
*เวลาทำการของร้านอาหารและร้านค้า อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละร้าน
เดินทาง:
・จากสถานี Namba ออกทางออก 14 หรือ 15 (Namba Walk) เดินต่อประมาณ 5–7 นาที
・จากสถานี Shinsaibashi ออกทางออก 6 หรือ 7 เดินประมาณ 7–10 นาที 

Edion สาขาหลักนัมบะ

ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและอื่น ๆ ในโอซาก้า Edion สาขาหลักนัมบะ

หลังจากเดินเล่นช้อปปิ้ง outdoor กันไปแล้ว เข้ามาช้อปปิ้ง indoor กันบ้าง ที่นี่คือ Edion Namba สาขาหลัก หนึ่งในร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจรใจกลางนัมบะ แต่ถึงจะบอกว่าเป็นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ภายในไม่ได้มีดีแค่ช้อปปิ้ง แต่ยังเป็นจุดเที่ยว + ชิม + ช้อปในที่เดียว

พาไปดูข้างในแบบเข้าใจง่าย ๆ เริ่มจากบนชั้น 4 มีบริการฝากสัมภาระที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวระหว่างเดินทาง ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่สัมภาระเยอะแต่อยากเดินตัวปลิว และยังมีห้องแต่งหน้าสำหรับผู้หญิงด้วย เมื่อขึ้นมาที่ชั้น 6 จะได้พบกับโซนอาหาร ที่มีทั้งอาหารและขนมญี่ปุ่นหลากหลายชนิดรอเราอยู่ตรงหน้า ให้ทุกคนได้มาลิ้มลองขนมหวานและสาเกต้นตำรับของโอซาก้า

ไม่เพียงเท่านั้น ใครที่อยากลองเป็นนินจา ต้องขึ้นมาชั้น 8 ที่ “Ninja House Experience” ให้เราได้สัมผัสประสบการณ์การเป็นนินจา พบปะกับนินจาตัวจริง และยังมีสินค้าต่าง ๆ เช่น กระบอกน้ำสแตนเลสให้ได้ซื้อสะสมกันด้วย ปิดท้ายด้วยเติมพลัง Ramen Ichiza บนชั้น 9 ที่รวมราเมงชื่อดังจากทั่วประเทศญี่ปุ่นมาไว้ในที่เดียวให้เราได้เลือกชิม

EDION สาขาหลักนัมบะ มีสินค้าครบครัน ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ผลิตภัณฑ์ความงาม ของใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงอาหาร เรียกได้ว่าช้อปปิ้งได้ครบจบในที่เดียว มีบริการ Wi-Fi ฟรีทั่วทั้งอาคาร และเคาน์เตอร์บริการสำหรับบริการยกเว้นภาษี พร้อมพนักงานพูดได้หลายภาษา แม้แต่นักท่องเที่ยวมือใหม่ก็เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งได้อย่างสบายใจ

*นักแสดงที่แต่งตัวเป็นนินจา อ้างอิงตามข้อมูลรูปลักษณ์ของนินจาที่ปรากฏตามเอกสารโบราณ

Edion สาขาหลักนัมบะ
ที่อยู่: 3-2-18 Namba, Chuo-ku, Osaka City, Osaka Prefecture, 542-0076
เวลาทำการ:
ชั้น 1‑6: 10.00 – 21.00
ชั้น 7‑8: 10.00 – 22.00
ชั้น 9 (ชั้นร้านอาหาร): 11.00 – 23.00 (Last Order 22.30)
เดินทาง: เดินประมาณ 2 นาทีจากสถานี Osaka Metro Namba ทางออกหมายเลข 1
เว็บไซต์ทางการ

ศาลเจ้านัมบะยาซากะ

ศาลเจ้านัมบะยาซากะ

แนะนำที่ช้อปปิ้งไปแล้ว ขอมาเอาใจสายมูกันบ้าง ไม่ไกลจากความคึกคักของถนนช้อปปิ้งชินไซบาชิและ โดทงโบริ มีมุมสงบอย่างศาลเจ้านัมบะยาซากะ ซ่อนตัวอยู่ หนึ่งในศาลเจ้าที่ถือว่าทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของโอซาก้า

ไฮไลต์ของศาลเจ้าคือหัวสิงโตขนาดยักษ์สูงกว่า 12 เมตร อ้าปากเด่นอยู่ใจกลาง สะดุดตาตั้งแต่ยังไม่ก้าวเข้ามาในศาลเจ้า คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าสิงโตนี้ทำหน้าที่ช่วยกลืนกินความโชคร้าย และจะนำความโชคดีหรือความสำเร็จมาให้แทน

นอกจากจะทำหน้าที่ให้พรแล้ว ศาลเจ้าหัวสิงโตนี้ยังทำหน้าที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยวอีกด้วย ใครมาโอซาก้าและอยากหามุมสวย ๆ พร้อมกับเสริมมงคล รับรองว่าศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง

ศาลเจ้านัมบะยาซากะ
ที่อยู่: 2-9-19 Motomachi, Naniwa-ku, Osaka
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 6.30-17.00 น.
เดินทาง:
・จาก สถานี Namba เดินประมาณ 10 นาที
・จาก สถานี Shinsaibashi เดินประมาณ 12 นาที

EBI SIN

ร้านราเมง EBI SIN ในโอซาก้า

มื้อเย็นวันนี้ขอพาไปร้านราเมงที่พิเศษไม่เหมือนใครแถวชินไซบาชิ ที่ร้าน Ebi Sin(ゑび真) ที่พิเศษไม่เหมือนใคร เพราะที่ร้านใช้กุ้งล็อบสเตอร์เป็นวัตถุดิบหลักในการทำน้ำซุปและท็อปปิ้ง

และพิเศษสำหรับคนที่กำลังอ่านบทความนี้ของ JAPANKURU อยู่! ทางร้านได้เตรียมรังสรรค์ ‘ราเมนลอบสเตอร์ไซซ์พิเศษ’ ที่ใช้ลอบสเตอร์ขนาดใหญ่กว่าปกติถึงสามเท่า พร้อมเสิร์ฟในราคาเพียง 10,000 เยนเท่านั้น โปรโมชั่นมีจำนวนจำกัด ใครที่สนใจรีบมาด่วน! (ใช้เวลาในการจัดเตรียมประมาณ 20–30 นาที ขอแนะนำให้เผื่อเวลาไว้ล่วงหน้าเล็กน้อย)

ราเมงล็อบสเตอร์ทั้งตัว เมนูขึ้นชื่อของร้าน EBI SIN

สำหรับใครที่ชอบปลาดิบ ที่ร้านมีเมนู ข้าวหน้าปลาทูน่าดิบแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ทั้งสด นุ่มละมุน และที่สำคัญคือให้มาแบบพูนจาน! 

เมนูอาหารเซ็ตอื่น ๆ ของร้าน EBI SIN

ในส่วนของวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นกุ้งล็อบสเตอร์ ปลาทูน่า หรืออื่น ๆ ร้านก็ใส่ใจเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม คัดสรรอย่างพิถีพิถันจากทั่วประเทศญี่ปุ่นมารังสรรค์เป็นเมนูสุดแสนอร่อย เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าอย่างเรา ๆ จะได้ลิ้มลองรสชาติที่ดีที่สุด ทำให้ร้านนี้ได้รับเป็นที่ชื่นชอบของทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น ควรค่าแก่การมาลองเมื่อมาเยือนโอซาก้า 

EBI SIN
ที่อยู่: AMESON SQUARE 2-8-33 Nishishinsaibashi, Chuo-ku, Osaka City, Osaka Prefecture, 542-0086
เวลาเปิดทำการ: ช่วงกลางวัน 11:30~15:00|ช่วงเย็น 17:30~23:30
เดินทาง:
・จาก สถานี Namba เดินประมาณ 5 นาที
・จาก สถานี Shinsaibashi เดินประมาณ 7–8 นาที

3️⃣ วันที่สาม: Universal Studio Japan(USJ)

มาถึงโอซาก้าทั้งที จะพลาดสวนสนุกอย่าง Universal Studio Japan(USJ) ได้ยังไง! วันที่สามเลยขอพาทุกคนมาสนุกสุดเหวี่ยงไปกับเครื่องเล่นนานาชนิดที่นี่กัน 

สวนสนุก Universal Studio Japan(USJ) ในโอซาก้า

Universal Studios Japan เป็นธีมพาร์คที่มีผู้มาเยือนจำนวนมาก ไม่เพียงแค่คนญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ตั้งใจเดินทางมาที่นี่อีกด้วย ภายในพาร์คสามารถสัมผัสโลกของภาพยนตร์ฮอลลีวูดได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงโลกของเกมจากนินเทนโดอย่าง Super Nintendo World ซึ่งเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมในระดับโลก และเป็นเหมือนความภาคภูมิใจของญี่ปุ่นรวมอยู่ด้วย! เรียกว่าเต็มไปด้วยประสบการณ์สุดน่าตื่นเต้นที่ทำให้รู้สึกราวกับได้เข้าไปอยู่ในโลกนั้นจริง ๆ

Universal Studio Japan(USJ)
ที่อยู่: 2-1-33 Sakurajima, Konohana-ku, Osaka City, Osaka Prefecture, 554-0031
เวลาเปิดทำการ: แตกต่างกันไปตามแต่ละวัน
สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ทางการ
เดินทาง: สถานี Universal City เดินประมาณ 5 นาที
เว็บไซต์ทางการ

© Nintendo
Universal elements and all related indicia TM & © 2025 Universal Studios. All rights reserved.

โรงแรม Hotel Universal Port

ห้องพัก Aegean Deluxe / ห้องพัก Vita Deluxe Twin

หลังจากสนุกกับเครื่องเล่นอย่างเต็มที่แล้ว หากได้เข้าโรงแรมเลยจะดีแค่ไหนกันนะ? ใครที่กำลังคิดแบบนี้อยู่ ขอแนะนำโรงแรม Hotel Universal Port และโรงแรมในเครืออย่าง Hotel Universal Port Vita อยู่ติดกัน ทั้งสองเป็นโรงแรมทางการของ Universal Studio Japan(USJ) อยู่ห่างจากสวนสนุกเพียงไม่ถึงห้านาที ช่วยให้เราไม่ต้องรีบตื่นเช้าเพื่อเดินทางไปสวนสนุก หรือหลังจากใช้เวลาในพาร์คอย่างเต็มที่ ก็เข้าโรงแรมได้อย่างรวดเร็ว บอกเลยว่าสบายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! 

ทั้งตัวห้องพักยังตกแต่งด้วยสีสันสดใสเข้ากับธีมสวนสนุก อย่างห้อง Aegean Deluxe ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ริมทะเลอีเจียน สำหรับห้องประเภทนี้มีบางส่วนเป็น Connecting Room พักใกล้กับคนที่มาด้วยกันได้อย่างอุ่นใจ หรือจะเป็นห้อง Vita Deluxe Twin ที่มีพื้นที่ประมาณ 35–37 ตารางเมตร รองรับผู้เข้าพักสูงสุด 4 คน เหมาะกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว 

อาหารเช้าที่โรงแรม Hotel Universal Port

นอกจากนี้ยังมีไลน์บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าแบบจัดเต็ม ห้องอาหารตกแต่งด้วยคอนเซปต์ Treasure Hunting หรือการล่าสมบัติ ได้แรงบันดาลใจจากเรือใบและเกาะในมหาสมุทร ไม่ว่าจะพักที่ไหน ผู้เข้าพักสามารถทานอาหารเช้าได้ทั้งที่ Hotel Universal Port และ Hotel Universal Port Vita ทำให้แม้พักหลายคืนก็ไม่เบื่อ เพลิดเพลินกับมื้ออาหารสุดอร่อย เติมพลังก่อนออกไปตะลุยสวนสนุกทั้งวัน! 

Hotel Universal Port
ที่อยู่: 1‑1‑111 Sakurajima, Konohana-ku, Osaka-shi, Osaka 554‑0031
เช็คอิน: 15:00 – 23:59 / เช็คเอาท์: ถึง 11:00
การเดินทาง: เดินจากสถานี JR Universal-City ประมาณ 4 นาที
เว็บไซต์ทางการ

Hotel Universal Port Vita
ที่อยู่: 6‑1‑16 Shimaya, Konohana-ku, Osaka-shi, Osaka, 554-0024
เช็คอิน: 15:00 – 23:59 / เช็คเอาท์: ถึง 11:00
การเดินทาง: เดินจากสถานี JR Universal-City ประมาณ 2 นาที
เว็บไซต์ทางการ

สนุกเต็มอิ่มไปกับทริปโอซาก้า

ป้ายกูลิโกะ จุดถ่ายรูปประจำโอซาก้า

และนี่ก็คือที่เที่ยวโอซาก้า 3 ย่านที่ไม่ควรพลาด ตั้งแต่ทางเหนือจรดใต้ เริ่มจากย่านอุเมดะที่เต็มไปด้วยความคึกคักและแหล่งช้อปปิ้งทันสมัย ย่านนัมบะซึ่งเป็นหัวใจของเมืองที่รวมร้านอาหารเด็ด ๆ และจุดถ่ายรูปสวย ๆ เอาไว้ ไม่ว่าจะชอบช้อปปิ้ง กินอาหาร เที่ยวเล่น โอซาก้าก็มีครบทุกอย่าง พร้อมให้เราสร้างความทรงจำสนุก ๆ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ตลอดการเดินทาง ครั้งหน้าที่มาญี่ปุ่น อย่าลืมเพิ่มที่เที่ยวเหล่านี้ลงในแพลน!

ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURU, Facebook, Instagram, X(twitter)

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS