จุดชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ปี 2026: รวม 8 พิกัดห้ามพลาดทั่วประเทศ

  • X
  • line

กำลังหาจุดชมซากุระสวย ๆ ในญี่ปุ่นปีนี้อยู่หรือเปล่า? บทความนี้รวมพิกัดฮิตทั่วญี่ปุ่น พร้อมช่วงเวลาบานของซากุระให้วางแผนทริปได้ง่าย ๆ! 🌸

🌸 ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมซากุระในญี่ปุ่น 🌸

หลาย ๆ คนคงมีคำถามว่า “ต้องมาช่วงไหนถึงได้เห็นซากุระในญี่ปุ่น?” โดยทั่วไปแล้ว ฤดูซากุระของญี่ปุ่นจะอยู่ช่วงปลายเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละเมือง ทั้งยังขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปีอีก ทำให้บางครั้งการกะเวลาเดินทางให้ตรงกับช่วงซากุระบานพอดีจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิของทุกปี เหล่าผู้เชี่ยวชาญและสำนักข่าวจะวิเคราะห์รูปแบบสภาพอากาศและออกพยากรณ์การบานของซากุระอยู่เรื่อย ๆ สำหรับภาพรวมซากุระญี่ปุ่นปี 2026 มีแนวโน้มว่าจะบานเร็วกว่าปกติเล็กน้อย

เพราะปีนี้มีพยากรณ์ว่าอากาศค่อนข้างอบอุ่น จะช่วยเร่งการบานของดอกซากุระ ทำให้เมืองใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น โตเกียว เกียวโต โอซาก้า ไปจนถึงซัปโปโร มีแนวโน้มว่าซากุระจะบานเร็วกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 1–5 วันเลย! ตอนนี้มีเพียงจังหวัดวากายามะเท่านั้นที่คาดว่าจะบานช้ากว่าพื้นที่อื่นเล็กน้อย

แผนที่พยากรณ์ซากุระ ปี 2026

เพราะซากุระเป็นดอกไม้ที่คาดเดาได้ยาก และซากุระแต่ละสายพันธุ์ก็มีช่วงเวลาบานที่ต่างกัน ส่วนมากการพยากรณ์การบานของซากุระจะอ้างอิงตามสายพันธุ์หลักที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นคือ ซากุระโซเมโยชิโนะ (Somei-Yoshino) ซึ่งมีดอกสีชมพูอ่อนเกือบขาวและพบได้ทั่วไปทั่วญี่ปุ่น

แต่ก็ยังมีซากุระสายพันธุ์อื่น ๆ อีกมากมาย เช่น คาวาซุซากุระ (Kawazu-zakura) ที่บานตั้งแต่ต้นฤดูใบไม้ผลิ หรือแม้แต่ซากุระบางสายพันธุ์ที่บานในฤดูใบไม้ร่วง

ด้วยเหตุนี้ฤดูซากุระจึงไม่ได้มีแค่ช่วงเวลาเดียวตายตัว การเลือกสถานที่ชมซากุระให้เหมาะสม จึงอาจสำคัญพอ ๆ กับการเลือกช่วงเวลาเดินทางเลย

ถ้าอยากรู้ว่าปีนี้ควรไปชมซากุระที่ไหนดี ทั้งในโตเกียวและทั่วญี่ปุ่น ลองดูไกด์พิกัดเด็ดด้านล่างนี้ได้เลย 🌸✨

🌸 จุดชมซากุระในโตเกียว 🌸

พร้อมหรือยังที่จะเดินท่ามกลางกลีบซากุระสีชมพูสุดฟิน? บทความนี้รวมพิกัดชมซากุระยอดฮิตทั่วญี่ปุ่น มาให้แล้ว โดยขอเริ่มกันที่เมืองยอดนิยมตลอดกาลอย่างโตเกียว!

ซากุระบานตลอดสองข้างทางที่แม่น้ำเมกุโระ

① แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River)

ถ้าพูดถึงจุดชมซากุระในโตเกียวที่ดังที่สุด ชื่อของแม่น้ำเมกุโระ (Meguro River) ย่านนากะเมกุโระ ใกล้ชิบุยะ ต้องติดอันดับต้น ๆ แน่นอน เพราะที่นี่มีต้นซากุระเรียงรายมากกว่า 800 ต้นตลอดสองฝั่งแม่น้ำ ในระยะทางยาวเกือบ 4 กิโลเมตร เรียกได้ว่าเดินชมกันได้ยาว ๆ แบบไม่มีเบื่อ

จุดเด่นของแม่น้ำเมกุโระคือความสวยงามทั้งช่วงกลางวันและช่วงเย็น ในตอนกลางวันจะได้ฟีลซากุระบานสะพรั่งรับแสงแดด ส่วนช่วงหลังพระอาทิตย์ตก โคมไฟที่แขวนเรียงรายตลอดแนวแม่น้ำจะส่องแสงนุ่ม ๆ ทำให้บรรยากาศโรแมนติกขึ้นไปอีกระดับ ในช่วงที่ดอกซากุระบานจะมีจัดเทศกาลซากุระแม่น้ำเมกุโระ บริเวณรอบ ๆ มีทั้งร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงซุ้มขายอาหารและเครื่องดื่มจำกัดเฉพาะช่วงเทศกาลด้วย

แต่ด้วยพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด ที่นี่อาจไม่เหมาะกับการปูเสื่อปิกนิกแบบฮานามิเท่าไรนัก แนะนำว่าให้มาเดินเล่น ชมซากุระ ถ่ายรูปสวย ๆ ซึมซับบรรยากาศไปพร้อมกับผู้คนจะฟินที่สุด 🌸✨

แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River)
Meguro River, Meguro City, Tokyo
การเดินทาง: เดินประมาณ 5 นาที จากสถานี JR Meguro

ต้นซากุระใหญ่ภายในสวนริคุกิเอ็น กิ่งก้านเต็มไปด้วยดอกซากุระ

② สวนริคุกิเอ็น (Rikugien)

สวนริคุกิเอ็น (Rikugien) โด่งดังเป็นพิเศษจากต้นซากุระยักษ์ใหญ่ที่เป็นไฮไลต์ของสวน ต้นนี้มีสูงกว่า 15 เมตรและแผ่กิ่งก้านกว้างราว 20 เมตรเลย! ทำให้เมื่อถึงฤดูดอกซากุระบานเต็มที่ กลีบซากุระจะห้อยลงมาราวกับน้ำตกสีชมพู สวยจนกลายเป็นภาพจำของที่นี่ไปแล้ว

มากลางวันก็สวย แต่อีกหนึ่งจุดเด่นของการมาชมซากุระที่นี่คือการชมซากุระยามค่ำคืน ต้นซากุระกิ่งห้อยจะถูกเปิดไฟไลต์อัปจากด้านล่าง ทำให้ริคุกิเอ็นเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระกลางคืนที่มีชื่อเสียงที่สุดในโตเกียว

นอกจากความสวยงามของซากุระแล้ว ริคุกิเอ็นยังเป็นสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่มีประวัติยาวนาน สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1695 โดยซามูไรท้องถิ่น ภายใต้การอนุญาตของรัฐบาลโชกุนตระกูลโทคุงาวะ เดินเล่นในสวนแล้วจะได้ทั้งบรรยากาศสงบ ๆ และกลิ่นอายประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน

สวนริคุกิเอ็น (Rikugien)
6-16-3 Honkomagome, Bunkyo City, Tokyo
การเดินทาง: เดินประมาณ 7 นาที จากสถานี JR Komagome
เวลาเปิด: 9:00 – 17:00
ช่วงไลต์อัป: พระอาทิตย์ตก – 21:00
ค่าเข้า: 300 เยน

ซากุระบานเร็วที่สวนสุมิดะ

③ สวนสุมิดะ (Sumida Park)

สวนสุมิดะอยู่ติดกับย่านท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างอาซากุสะ และเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่ได้วิวสวยมาก เพราะมองเห็น โตเกียวสกายทรีอยู่เป็นฉากหลัง

ตลอดสองฝั่งแม่น้ำสุมิดะจะมีต้นซากุระเรียงราย บรรยากาศเหมาะกับการมาเดินเล่นรับลม ชมกลีบซากุระปลิวเบา ๆ พร้อมสูดอากาศสดชื่นของฤดูใบไม้ผลิ ยิ่งถ้ามาในวันที่อากาศดี จะได้ฟีลญี่ปุ่นสุด ๆ ทั้งซากุระ แม่น้ำ และแลนด์มาร์กดังในเฟรมเดียว

เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวอาซากุสะ + ชมซากุระในทริปเดียว เดินไม่เหนื่อย แถมถ่ายรูปสวยทุกมุม 🌸📸

สวนสุมิดะ (Sumida Park)
1 Hanakawado, Taito City, Tokyo
การเดินทาง: เดินประมาณ 5 นาที จากสถานี Asakusa

ปั่นเรือเป็ดในทะเลสาบ ในบรรยากาศซากุระบานสะพรั่ง

④ สวนจิโดริกะฟุจิ (Chidorigafuchi Park)

อีกหนึ่งในจุดชมซากุระที่สวยติดอันดับของโตเกียวคือ สวนจิโดริกะฟุจิ (Chidorigafuchi Park) เพราะมีต้นซากุระประมาณ 170 ต้นจะปลูกเรียงยาวตามแนวคูน้ำ ระหว่างเขตพระราชวังอิมพีเรียลกับฝั่งสถานทูตอังกฤษ เดินไปตามทางจะเห็นซากุระบานเรียงขนาบน้ำตลอดทาง

ไฮไลต์ของสวนนี้คือเงาสะท้อนของดอกซากุระบนผิวน้ำที่ดูสวยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงที่ดอกบานเต็มที่ บรรยากาศจะโรแมนติกจนกลายเป็นหนึ่งในโลเคชันยอดฮิตสำหรับถ่ายรูป

อย่างที่บอกไปว่าเป็นหนึ่งในโลเคชันยอดฮิตสำหรับสายถ่ายรูป ยิ่งเป็นช่วงซากุระคือคนจะเยอะเป็นพิเศษ แนะนำให้มาแต่เช้า หรือเลือกมาช่วงวันธรรมดา จะเดินชมได้สบายขึ้นนิดนึง📸

สวนจิโดริกะฟุจิ (Chidorigafuchi Park)
1-2 Kojimachi, Chiyoda City, Tokyo
การเดินทาง: เดินประมาณ 5 นาที จากสถานี Tokyo Metro Hanzomon ทางออก 5

ซากุระบานที่สวนชินจูกุเกียวเอน

⑤ สวนชินจูกุเกียวเอน (Shinjuku Gyoen National Garden)

สวนชินจูกุเกียวเอน เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่ไปง่ายและดูได้นานกว่าที่อื่น เพราะที่นี่มีต้นซากุระมากกว่า 1,000 ต้น และมากถึง 65 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ผลัดกันบานทั่วสวนยาว ๆ ไปตั้งแต่ช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน แถมดอกซากุระแต่ละสายพันธุ์ก็มีหน้าตาไม่เหมือนกัน เดินชมได้เพลินแบบไม่ซ้ำ

อีกข้อดีคือสวนนี้อยู่ใจกลางย่านชินจูกุ เดินทางสะดวกมาก หลังจากปิกนิกชมซากุระเสร็จแล้วยังสามารถไปเดินเล่น ช้อปปิ้งหรือหาของกินต่อในย่านชินจูกุได้สบาย ๆ ในวันเดียว เรียกว่าครบทั้งธรรมชาติและเมือง 🌸🏙️

สวนชินจูกุเกียวเอน (Shinjuku Gyoen National Garden)
11 Naitomachi, Shinjuku City, Tokyo
การเดินทาง: เดินประมาณ 5 นาที จากสถานี Shinjuku Gyoenmae หรือเดินประมาณ 10 นาที จากสถานี JR Shinjuku ทางออก South Exit

สวนอุเอโนะเรียงรายด้วยต้นซากุระ

↑ สวนอุเอโนะ (Ueno Park)

นอกจากจุดชมซากุระชื่อดังที่แนะนำไปแล้ว ในโตเกียวยังมีพิกัดชมซากุระยอดนิยมอีกหลายแห่ง เช่น
สวนอุเอโนะ (Ueno Park), สวนอิโนะคาชิระ (Inokashira Park), สวนโยโยงิ (Yoyogi Park) และสวนฮิบิยะ (Hibiya Park) แต่ละที่เดินทางง่าย บรรยากาศดี และเป็นจุดที่คนญี่ปุ่นนิยมไปนั่งชิลชมซากุระกันจริง ๆ

โดยทั่วไปแล้ว ซากุระในโตเกียวจะเริ่มบานช่วงปลายเดือนมีนาคม และมักจะสวยต่อเนื่องไปจนถึงต้นเดือนเมษายน ใครวางแผนเที่ยวช่วงนี้ มีโอกาสได้เห็นซากุระบานสวยสูงมาก

🌸 จุดชมซากุระในโอซาก้า 🌸

ซากุระบานบริเวณปราสาทโอซาก้า

⑥ ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

ปราสาทโอซาก้า เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ดังที่สุดของเมือง และเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการมาฮานามิ (การชมซากุระ)มาแต่ไหนแต่ไร ตัวปราสาทมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ทั้งเคยถูกยึดและทำลายหลายครั้งโดยขุนศึกญี่ปุ่นชื่อดังอย่างโอดะ โนบุนางะและโทคุงาวะ ฮิเดทาดะทำให้ที่นี่เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น

รอบ ๆ ปราสาทคือสวนโอซาก้าโจ ขนาดใหญ่ประมาณ 1,250 ไร่ เต็มไปด้วยเส้นทางเดินและสนามหญ้ากว้าง ๆ เหมาะมากสำหรับการ ปิกนิก นั่งชิล หรือทำกิจกรรมเบา ๆ ใต้ต้นซากุระ ภายในสวนมีต้นซากุระมากกว่า 4,000 ต้น กระจายอยู่ทั่วบริเวณปราสาท และในช่วงกลางคืนจะมีเปิดไฟไลต์อัปเพิ่มบรรยากาศโรแมนติก ทำให้สามารถชมซากุระได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเลย

ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)
1-1 Osakajo, Chuo Ward, Osaka
การเดินทาง: สถานี Osakajo Koen บนสาย JR Osaka Loop Line
ค่าเข้าปราสาท: 600 เยน (เข้าสวนรอบปราสาทฟรี)

ซากุระบานที่สวนระลึกงานเอ็กซ์โป ’70

⑦ สวนระลึกงานเอ็กซ์โป ’70 (Expo’70 Commemorative Park)

ถ้าอยากชมซากุระพร้อมกิจกรรมและพื้นที่กว้างใหญ่ของโอซาก้า ต้องไม่พลาดสวนระลึกงานเอ็กซ์โป ’70 ขึ้นชื่อเรื่องความกว้างของสวนประมาณราว 1,600 ไร่! ที่นี่ไม่ได้มีแค่สวนญี่ปุ่นสวย ๆ แต่ยังมีพิพิธภัณฑ์งานฝีมือพื้นบ้านญี่ปุ่น พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาแห่งชาติ และพื้นที่กีฬาและพักผ่อนอีกเพียบ คล้าย ๆ กับสวนอุเอโนะของโตเกียวเลย

ที่สวนมีต้นซากุระประมาณ 5,500 ต้น ปลูกหลายสายพันธุ์ถึง 9 สายพันธุ์ และตั้งแต่สวนนี้ถูกจัดให้เป็น 100 จุดชมซากุระยอดนิยมของญี่ปุ่น ทางสวนก็ขยายเวลาชมซากุระได้ถึง 21:00 ทุกคืน พร้อมเปิดไฟไลต์อัปเพิ่มบรรยากาศสวย ๆ ให้ถ่ายรูปช่วงกลางคืนได้ด้วย

สวนระลึกงานเอ็กซ์โป ’70 (Expo’70 Commemorative Park)
Senribanpakukoen, Suita, Osaka
การเดินทาง: เดิน 1 นาที จากสถานี Banpaku-Kinen-Koen สาย Osaka Monorail
เวลาเปิด: 9:30 – 21:00 (เข้าก่อน 20:30)

🌸 จุดชมซากุระในนาโกย่า 🌸

ปราสาทนาโกย่า ล้อมรอบไปด้วยต้นซากุระ

⑧ ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)

ปราสาทนาโกย่ามีต้นซากุระประมาณ 1,000 ต้น ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระยอดนิยมของจังหวัดไอจิ แม้บางการจัดอันดับจะบอกว่าอาจเป็นรองสวนโดโกะ (Dogo Park) แต่ความยิ่งใหญ่และประวัติศาสตร์ของปราสาทก็ช่วยขับให้สีชมพูของดอกซากุระเด่นขึ้นอย่างมาก มาสัมผัสบรรยากาศการชมซากุระที่ญี่ปุ๊นญี่ปุ่นพร้อมปราสาทเป็นฉากหลังได้ทั้งกลางวันและกลางคืน หากเป็นช่วงกลางคืนปราสาทจะเปิดไฟโดยรอบ เพิ่มความโรแมนติกเข้าไปอีกนิด

ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)
1-1 Honmaru, Naka Ward, Nagoya, Aichi
การเดินทาง: สถานี Shiyakusho หรือ Sengencho
ค่าเข้าปราสาท: 500 เยน (เข้าพื้นที่สวนฟรี)

นอกจากนี้ หากอยากได้จุดซากุระที่ดีที่สุดของไอจิ หลายคนแนะนำว่าสวนโดโกะ (Dogo Park) ใกล้ออนเซ็นโดโกะ และคนท้องถิ่นก็มักจะแนะนำสวนโทคุงาวะเอ็น (Tokugawaen Garden) ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาทนาโกย่าประมาณ 10 นาทีโดยรถบัส

🌸 วางแผนทริปชมซากุระให้ฟินที่สุด 🌸

ภาพถ่ายดอกซากุระซูมใกล้ บานสะพรั่ง

การชมซากุระถือเป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่น และเป็นเหตุผลใหญ่ที่ทำให้หลายคนเลือกมาเที่ยวญี่ปุ่นช่วง มีนาคม–เมษายนทุกปี จนคำว่า “ซากุระ” และ “ฮานามิ” กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ด้วยจุดชมซากุระมากมายทั่วประเทศ หลาย ๆ คนคงไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี และการไปเก็บทั้งหมดภายในทริปเดียวคงเป็นไปไม่ได้! แต่ถ้าเริ่มเลือกจาก 8 พิกัดยอดนิยมที่เราแนะนำ มั่นใจเลยว่าทุกคนจะได้ไอเดียสถานที่สำหรับชมซากุระในปีนี้แน่นอน!

📌ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURUFacebookInstagramX(twitter)

Details

NAME:hanami (花見)

ชอบญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็ก วันนี้ได้ย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นแล้วนะ!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS