Sponsored

โรงแรมอาซากุสะ สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่น: การแสดงดั้งเดิม อาหารญี่ปุ่น และห้องพักวิวอาซากุสะ

บทความนี้มีเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน

  • X
  • line

ถ้ากำลังมองหาที่พักในอาซากุสะ ห้ามพลาดทำความรู้จัก Asakusa View Hotel และ Asakusa View Hotel Annex Rokku ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกด้านวัฒนธรรมในอาซากุสะ วิวที่โดดเด่น ห้องพักดีไซน์สวยครบครัน และทำเลที่ตั้งแสนสะดวก ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในโรงแรมที่พักในอาซากุสะที่น่าสนใจที่สุด

ค้นหาโรงแรมย่านอาซากุสะที่ดีที่สุดสำหรับทริปโตเกียว

เมื่อพูดถึงย่านที่พักยอดนิยมในโตเกียว ชื่อของ “อาซากุสะ” มักถูกพูดถึงอยู่เสมอ และก็มีเหตุผลมากมายที่ทำให้ย่านเอกลักษณ์แห่งนี้ได้รับความนิยม ที่นี่เป็นที่ตั้งของวัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียวอย่าง Sensoji รายล้อมด้วยถนนสายเล็กที่คึกคัก เต็มไปด้วยร้านขายของฝากและสตรีทฟู้ดขึ้นชื่อของโตเกียว

นอกจากนี้ อาซากุสะยังเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วญี่ปุ่นและจากต่างประเทศ ที่มาเช่าชุดกิโมโน เดินเล่น จิบมัทฉะ และสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมใจกลางโตเกียว ถือเป็นหนึ่งในย่านที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวมากที่สุดในเมือง จึงไม่น่าแปลกใจที่ที่พักและโรงแรมในอาซากุสะจะเป็นที่ต้องการสูงตามไปด้วย

นักท่องเที่ยวกำลังชมมิโคชิที่ล็อบบี้โรงแรม  Asakusa View Hotel

แล้วโรงแรมไหนในอาซากุสะที่จะเหมาะที่สุด? ขอพามาดู 2 แห่งไฮไลต์ประจำย่าน

ที่แรกคือ Asakusa View Hotel Annex Rokku โรงแรมใหม่ที่ถ่ายทอดเสน่ห์วัฒนธรรมญี่ปุ่นและเอกลักษณ์ของย่านอาซากุสะในทุกมุม พร้อมจัดการแสดงทางวัฒนธรรมภายในโรงแรมเป็นประจำ และมีห้องพักสไตล์ญี่ปุ่นให้เลือก

ส่วนโรงแรมรุ่นพี่ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่าง Asakusa View Hotel ก็ยังคงโดดเด่นด้วยวิวอาซากุสะที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม อีกทั้งห้องพัก Executive ที่เพิ่งรีโนเวตใหม่ ยังมอบประสบการณ์การเข้าพักระดับพรีเมียม เหมาะสำหรับใครที่อยากใช้เวลาท่องเที่ยวโตเกียวแบบพิเศษยิ่งขึ้น

ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวโตเกียวอยู่ เราได้รวมเหตุผลที่ต้องไปพักมาให้ในบทความนี้แล้ว

โรงแรมใหม่ในอาซากุสะ: Asakusa View Hotel Annex Rokku

ด้านหน้าทางเข้าของโรงแรม Asakusa View Hotel Annex Rokku

หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฤดูใบไม้ผลิปี 2023 Asakusa View Hotel Annex Rokku ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในโรงแรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลวัฒนธรรมญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในโตเกียว
ชื่อ “Rokku” ของโรงแรมมาจากการตั้งอยู่ในย่านที่เรียกว่า “Asakusa Rokku” หรือเขตที่ 6 ของอาซากุสะ ซึ่งในอดีตถือเป็นศูนย์กลางของโรงละครและความบันเทิงสไตล์ญี่ปุ่นแบบเบาสบาย และโรงแรมแห่งนี้ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศรอบตัวมาอย่างเต็มที่

ผนังด้านในโรงแรม Asakusa View Hotel Annex Rokku ลวดลายนักแสดงคาบูกิ

โรงแรมแห่งนี้เปิดให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสประสบการณ์ญี่ปุ่นร่วมสมัยได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ห้องพักพื้นเสื่อทาทามิ ไปจนถึงอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่น นอกจากนี้ แขกทุกคนที่เข้าพักยังสามารถเข้าถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงร่ายรำของเกอิชา ไปจนถึงเกร็ดประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่น่าสนใจ หากอยากดื่มด่ำกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นระหว่างการพักผ่อนในอาซากุสะ อย่าพลาดที่จะมาพักที่นี่!

Asakusa View Hotel Annex Rokku (浅草ビューホテル アネックス 六区)
ที่อยู่: 2-9-10 Asakusa, Taito City, Tokyo
Check-in: 15:00 น. | Check-out: 11:00 น.
เว็บไซต์ทางการ | จองที่พัก

โชว์วัฒนธรรมญี่ปุ่นสุดพิเศษในอาซากุสะ แขกเข้าพักชมได้ฟรี!

หญิงเกอิชาอาซากุสะกำลังแสดงอยู่บนเวที

ถ้ามาพักที่ Asakusa View Hotel Annex Rokku บอกเลยว่าไม่ได้มีดีแค่ห้องพัก เพราะที่ร้านอาหาร Broadway Rokku ชั้น 1 ของที่นี่จะเปลี่ยนเป็นเวทีการแสดง ให้เราได้ชมศิลปะญี่ปุ่นแบบใกล้ชิดบนเวทีขนาดย่อม ในหลายวันต่อสัปดาห์

หนึ่งในโชว์ยอดฮิตที่ดูได้ง่ายสุดคือการแสดงของเกอิชาอาซากุสะตัวจริง ซึ่งจะขึ้นแสดงทุกเย็นวันพุธและวันศุกร์ ถึงแม้ภาพจำเกี่ยวกับเกอิชานอกญี่ปุ่นอาจจะทำให้เข้าใจยาก แต่ถ้าได้มาดูด้วยตัวเองจะเห็นเลยว่าพวกเขาคือศิลปินตัวจริง ทั้งการร่ายรำ ดนตรี และความสง่างามที่ถ่ายทอดผ่านทุกท่วงท่า นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์พิเศษอย่าง “เกอิชาชาย” ที่หาชมได้ยาก เพิ่มสีสันและความสนุกให้การแสดงมากขึ้นอีกด้วย

การแสดงละครโน

โชว์พิเศษจะแตกต่างกันออกไปตามช่วงเวลา อย่างทุกวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือน จะมีการแสดงของ “เกอิโกะ” จากเกียวโต ซึ่งมีสไตล์คล้ายเกอิชาโตเกียวแต่ก็มีเอกลักษณ์ต่างกันเล็กน้อย ส่วนวันอาทิตย์แรกของเดือน จะได้ชมการแสดงมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก อย่างละครโน (Noh) ศิลปะการแสดงโบราณของญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้วยเครื่องแต่งกายอลังการและท่าทางที่ละเอียดอ่อน ถึงเนื้อเรื่องจะเข้าใจยากนิดนึง แต่ก็มีแท็บเล็ตไกด์หลายภาษาให้ช่วยตามเรื่องได้สบาย

หรือสำหรับใครที่ชื่นชอบดนตรีญี่ปุ่น แนะนำให้มาช่วงวันเสาร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน จะได้ฟังการแสดงจากวง Kodo to Hibiki ที่ไม่ต้องรู้ภาษาญี่ปุ่นก็อินได้ แค่ปล่อยตัวไปกับจังหวะกลองไทโกะ เสียงขลุ่ยชาคุฮาจิ และเสียงชามิเซ็น ฟังเพลงเพลิน ๆ นอกจากนี้ยังมีโชว์ที่หาดูยากสุด ๆ อย่าง การแสดง “คัตสึเบ็น” (katsuben) หรือการพากย์สดภาพยนตร์เงียบแบบญี่ปุ่นในอดีต ที่จะจัดในวันเสาร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน โดยนักพากย์ที่เรียกว่า “เบ็นชิ” ซึ่งจะมาช่วยเล่าเรื่อง เติมอารมณ์ และสร้างสีสันให้หนังเงียบ เป็นประสบการณ์ที่แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ยังไม่ค่อยได้เห็นในปัจจุบัน เหมาะมากสำหรับสายหนัง

ข้อดีคือทุกโชว์จัดอยู่ที่ชั้น 1 ของโรงแรม เดินลงมาดูได้เลย เหมาะกับการปิดท้ายวันเที่ยวแบบชิล ๆ แน่นอนว่าแขกที่เข้าพักสามาถรรับชมได้ฟรี ๆ ! และเนื่องจากการแสดงจัดขึ้นที่ห้องอาหาร Broadway Rokku หากหิวก็สามารถลิ้มลองอาหารรสชาติกลมกล่อมจากน้ำซุปดาชิของร้านได้

ใครที่มาพร้อมเพื่อนหรือครอบครัวที่ไม่ได้พักที่นี่ก็ไม่ต้องกังวล เพราะการแสดงเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้เหมือนกัน แค่ชำระค่าเข้าชมเพิ่มเติมเท่านั้นเอง

➡︎ รายละเอียดการแสดง

ห้องพักสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์นและห้องพักตามธีม

ภายในห้องพัก Moderate ปูพื้นเสื่อทาทามิและฟูกฟุตง

ที่ Asakusa View Hotel Annex Rokku มีทั้งห้อง Standard ทั่วไปก็จริง แต่ถ้าอยากอินกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบเต็ม ๆ แนะนำให้ลองห้องแบบอื่นก่อน

ห้อง Moderate จะให้ฟีลบ้านญี่ปุ่นแท้ ๆ ด้วยพื้นเสื่อทาทามิและฟูกฟุตงที่ปูบนพื้น แต่ฟูกฟุตงของที่นี่หนานุ่มเป็นพิเศษ นอนสบายแบบไม่ต้องกลัวปวดหลัง ส่วนห้อง Deluxe จะมีรูปแบบคล้ายกัน แต่เพิ่มพื้นที่ให้กว้างขึ้นอีกหน่อย จะนั่งเอนตัวบนเบาะพื้น จิบชาเขียวชิล ๆ ก็ได้บรรยากาศญี่ปุ่นสุด ๆ

ภายในห้องคอนเซปต์ ผนังห้องตกแต่งด้วยภาพวาดที่ได้แรงบันดาลใจจาก Kabuki

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ “ห้องคอนเซปต์” ที่มาในธีมต่าง ๆ (มีจำนวนไม่มาก) แต่ดีไซน์จัดเต็ ผนังห้องตกแต่งด้วยงานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น อย่างห้อง Kabuki ที่ประตูโชจิจะมีภาพนักแสดงคาบูกิในชุดสีสันสดใส กำลังโพสท่าทางอันเป็นเอกลักษณ์ท่ามกลางดอกบ๊วย

ถึงผนังจะเด่นขนาดนี้ แต่ใครที่ติดทีวีก็สบายใจได้ เพราะแค่เลื่อนฉากโชจิฝั่งตรงข้ามเตียงออก ก็จะเจอกับทีวีไว้เปิดดูรายการวาไรตี้ญี่ปุ่นเพลิน ๆ ได้เหมือนกัน

อาหารเช้า มื้อเย็น & ของกินเล่นสไตล์อาซากุสะ

ถ้าใครวางแผนมาโตเกียวแบบเน้นกิน บอกเลยว่า Asakusa View Hotel Annex Rokku ตอบโจทย์มาก ๆ อย่างแรกคือโลเคชันที่ตั้งอยู่ใจกลางอาซากุสะ ทำให้เดินไปตะลุยสตรีทฟู้ดชื่อดัง คาเฟ่เก๋ ๆ หรืออิซากายะบนถนน Hoppy Street ได้ง่ายสุด ๆ
ส่วนอีกเหตุผลคือ ของกินในโรงแรม” เองก็ดีไม่แพ้กัน และเริ่มกินได้ตั้งแต่เช็กอินเลย!

ลองขึ้นไปที่เลานจ์ “Furumai” ชั้น 10 ได้ตั้งแต่บ่าย 3 ถึง 4 ทุ่ม นั่งชิลพร้อมวิว Tokyo Skytree แบบเต็มตา แล้วก็เพลินกับของกินเล่นสไตล์อาซากุสะที่มีให้เลือกเพียบ ถึงจะไม่ใช่สายสแน็กก็แนะนำให้ลอง เพราะมีทั้งโดรายากิไส้ถั่วแดงแบบโตเกียว ข้าวเกรียบเซมเบ้กรุบกรอบ และ “อังโกะบอล” รสชาติและเนื้อสัมผัมคล้าย ๆ ลูกชุบ สีสันน่ารัก ไส้แน่นรสสตรอว์เบอร์รีหรือมัทฉะ

เครื่องดื่มก็ครบ ทั้งกาแฟ ชา มัทฉะลาเต้ ไปจนถึงรามูเนะขวดแก้วสุดคลาสสิก ของกินหลายอย่างหาซื้อแบบชิ้นเล็ก ๆ ยากหรือราคาสูง นี่เลยเป็นโอกาสดีที่จะได้ลองชิมหลาย ๆ อย่างในที่เดียว ถ้าถูกใจก็ซื้อกลับไปเป็นของฝากแบบคนญี่ปุ่นก็ได้ (มีคำแนะนำไว้ให้ในป้ายแต่ละจุด)

ในวันที่มีการแสดง ที่ร้าน Broadway Rokku ชั้นล่างจะเปิดให้บริการอาหารค่ำด้วย เมนูเด่นคืออาหารที่ใช้ดาชิรสเข้มข้น อร่อยและสะดวกสุด ๆ

แต่ที่ห้ามพลาดจริง ๆ คือ “อาหารเช้า” เพราะโรงแรมญี่ปุ่นจริงจังกับมื้อนี้มาก และที่นี่ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ผู้เข้าพักสามารถเลือกเมนูหลักได้เอง ไม่ว่าจะเป็นเมนูตามฤดูกาล เซ็ตอาหารญี่ปุ่นปลาเผากับข้าว เบอร์เกอร์อาหารเช้าธีมอาซากุสะ เฟรนช์โทสต์เนื้อนุ่มเสิร์ฟกับโยเกิร์ต หรือเมนูไข่หลากหลายแบบ

นอกจากนี้ยังมี “ฮาล์ฟบุฟเฟต์” เลือกเมนูหลัก 1 เมนู พร้อมเลือกทานเพิ่มเติมได้แบบบุฟเฟ่ต์ ทั้งขนมปัง ผลไม้ ผักสด และเครื่องเคียงต่าง ๆ เป็นมื้อเช้าที่ช่วยเติมพลังให้พร้อมออกไปเที่ยวอาซากุสะต่อแบบเต็มที่เลย

ความคลาสสิกที่อัปเกรดใหม่: Asakusa View Hotel

ด้านนอกของโรงแรม Asakusa View Hotel สูงกว่าโรงแรมทั่วไปในย่านอาซากุสะ

รู้หรือไม่ว่าอาซากุสะเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่มีการจำกัดความสูงของอาคารในปัจจุบัน แต่ Asakusa View Hotel ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ยุคโชวะ จึงอยู่นอกเหนือข้อจำกัด ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่โรงแรมที่มองเห็นวิวอาซากุสะได้แบบโล่งสุด ๆ จากหน้าต่างฝั่งตะวันออกของโรงแรม สามารถมองเห็น Sensoji ได้แบบเต็มสายตา และยังทอดยาวไปถึงเงาของ Tokyo Skytree ที่โดดเด่นอยู่ไกล ๆ ส่วนฝั่งตะวันตกก็จะเห็นวิวเส้นขอบฟ้าโตเกียว และในวันที่อากาศดีอาจมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ด้วย

ที่นี่ไม่ใช่แค่โรงแรม แต่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอาซากุสะเลยก็ว่าได้ อย่างช่วงที่ไม่ได้ใช้งาน ขบวนแห่ของเทศกาล Sanja Festival ยังนำศาลเจ้าเคลื่อนที่ (มิโคชิ) มาเก็บไว้ในล็อบบี้ของโรงแรมอีกด้วย

ศาลเจ้าเคลื่อนที่จัดแสดงอยู่ที่ล็อบบี้ Asakusa View Hotel

ถึงจะเป็นโรงแรมที่มีประวัติยาวนาน แต่ก็ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ เพราะมีการรีโนเวตและอัปเดตสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่เรื่อย ๆ โดยการปรับปรุงล่าสุดเน้นไปที่ห้อง Executive และประสบการณ์การเข้าพักสำหรับแขกกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

Asakusa View Hotel (浅草ビューホテル)
ที่อยู่: 3-17-1 Nishiasakusa, Taito City, Tokyo
Check-in: 15:00 น. | Check-out: 12:00 น.
เว็บไซต์ทางการ | จองห้องพัก

ห้องพักรีโนเวตใหม่

ห้อง Executive ของ Asakusa View Hotel

เรียบหรู มินิมอล แต่แอบมีกลิ่นอายญี่ปุ่นเบา ๆ กับห้อง Executive ที่เพิ่งรีโนเวตของ Asakusa View Hotel ให้ความรู้สึกเหมือนโอเอซิสสงบ ๆ อยู่เหนือความคึกคักของอาซากุสะ

ห้องมีให้เลือกหลายแบบ แต่ขอยกให้ Executive Junior Suite เป็นหนึ่งในตัวเลือกแนะนำ ฟูกฟุตงนุ่ม ๆ ถูกจัดวางอยู่บนพื้นทาทามิแบบยกสเต็ป พักได้สูงสุด 4 คน มุมหน้าต่างมีโต๊ะเล็ก ๆ พร้อมชุดชาครบเซ็ต เอาไว้นั่งจิบชาแบบชิล ๆ

อีกมุมหนึ่งมีโซฟาและเก้าอี้วางอยู่หน้ากระจกบานใหญ่จากพื้นจรดเพดาน พร้อมแผนที่เล็กบอกว่าวิวด้านนอกมีแลนด์มาร์กอะไรบ้าง

ในห้องน้ำก็จัดเต็มด้วยอุปกรณ์จาก ReFa ทั้งฝักบัวและไดร์เป่าผม ส่วนดีเทลน่ารัก ๆ อย่างลายซากุระที่ไล่ตั้งแต่ผนังไปจนถึงพรม ก็ช่วยเติมบรรยากาศให้ห้องดูพิเศษขึ้นอีก

ประสบการณ์สุด Executive แบบจัดเต็ม

ไม่ใช่แค่ห้องพักสวย ๆ เท่านั้นที่ทำให้การเข้าพักแบบ Executive ที่ Asakusa View Hotel น่าลอง แต่ยังมีเลานจ์สุดพรีเมียมบนชั้น 28 อย่าง “Hanabi” ให้ใช้บริการด้วย

Hanabi ถือเป็นเหมือน hidden gem ของคนโตเกียวเลยก็ว่าได้ หลายคนแวะมานั่งจิบ afternoon tea ตอนกลางวัน หรือดื่มค็อกเทลเก๋ ๆ ยามค่ำคืน

ถ้าจองห้อง Executive ก็สามารถเข้าใช้เลานจ์นี้ได้แทบตลอดเวลา พร้อมเมนูพิเศษที่สั่งได้แบบไม่อั้น ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ชา สาเก วิสกี้ญี่ปุ่น เบียร์ ไวน์ เหล้าบ๊วย รวมถึงของกินเล่นและของหวานต่าง ๆ

ถ้ายังไม่ถูกใจเมนูไหนเป็นพิเศษ ก็สามารถสั่งจากเมนูปกติได้เหมือนกัน อย่างค็อกเทลซิกเนเจอร์ของที่นี่ เช่น “Sensoji” หรือ “Samurai” ก็เป็นตัวเลือกที่น่าลอง แน่นอนว่าทั้งหมดนี้มาพร้อมวิวอาซากุสะสวย ๆ แบบพาโนรามา Hanabi เลยเป็นทั้งที่นั่งพักระหว่างวันแบบสบาย ๆ และสปอตจิบเครื่องดื่มยามเย็นแบบหรู ๆ ที่เดินกลับห้องได้ในไม่กี่ก้าว

➡︎ รายละเอียดร้าน Hanabi

ทานอาหารเช้าชมวิวโตเกียวสกายทรี

แขกที่พักห้อง Executive ยังสามารถขึ้นไปที่เลานจ์ Hanabi เพื่อทาน “Executive Breakfast” อาหารเช้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟได้ จุดเด่นคือการคัดเลือกวัตถุดิบออร์แกนิกคุณภาพดี และเมนูโฮมเมดที่ใส่ใจรายละเอียด

อย่างขนมปังจาก “Honoka” เบเกอรี่ของโรงแรมที่อบสดใหม่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นครัวซองต์ ขนมปังเกลือสไตล์ญี่ปุ่น หรือขนมปัง pain de campagne สอดไส้มะเดื่อและเม็ดมะม่วงหิมพานต์

ทานคู่กับเนื้อสัตว์คุณภาพเยี่ยม ชีส แยมผลไม้กวน โยเกิร์ต และกราโนล่า ก็ยิ่งครบเครื่องขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังมีไข่ Miyabisanroku รสอูมามิเข้มข้น เสิร์ฟแบบลวกกำลังดี โรยเกลือทะเล Guerande และมีที่ตอกไข่เปิดฝาให้ลองใช้เพิ่มความสนุกเล็ก ๆ ระหว่างมื้อ

รวม ๆ แล้วเป็นอาหารเช้าที่ดูพรีเมียมและละเมียดมาก ๆ โดยเฉพาะถ้าได้จับคู่กับ cold brew ดี ๆ สักแก้ว แต่ถ้าใครอยากได้

แวะพักชิล ๆ ที่ “THE LOBBY BAL”

นั่งท่องเที่ยวนักทานข้าวและดื่มเครื่องอื่มอย่างสบายที่ THE LOBBY BAL

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งชิลแบบสบาย ๆ ตอนเย็น ลองแวะไปที่ “THE LOBBY BAL” บาร์ที่เพิ่งรีโนเวตใหม่ ให้ฟีลผ่อนคลาย นั่งสบาย พร้อมเมนูให้เลือกหลากหลาย

จะลองชิมคราฟต์เบียร์ท้องถิ่นแบบเป็นเซ็ต หรือสั่งพลัมไวน์สไตล์ญี่ปุ่นที่เอามาทำเป็นโมฮิโตก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ส่วนอาหารก็มีให้เลือกทั้งสไตล์ญี่ปุ่นและยุโรป

ถ้าเริ่มหิวแล้ว เมนูจานหลักก็มีอยู่พอสมควร แต่ถ้าอยากเริ่มแบบเบา ๆ แนะนำ “อิโมะเค็มปิ” ขนมญี่ปุ่นคลาสสิกที่เป็นมันหวานทอดกรอบ เคี้ยวเพลินสุด ๆ

➡︎ รายละเอียดบาร์

ปักหมุดที่อาซากุสะ แล้วทริปโตเกียวจะฟินขึ้นอีกเยอะ!

อาซากุสะคือหนึ่งในย่านไฮไลต์ของโตเกียวแบบตัวจริงเสียงจริง เดินเที่ยวกันได้เพลิน ๆ เป็นวัน ๆ แทบไม่ต้องออกนอกย่านเลยด้วยซ้ำ เลยไม่แปลกที่หลายคนจะเลือกพักแถวนี้ แล้วถ้ามาแล้วควรไปไหนบ้าง?

แน่นอนว่าต้องเริ่มที่ Sensoji วัดเก่าแก่กว่า 1350 ปี แลนด์มาร์กหลักของย่านที่ทุกคนต้องมา เดินชมรอบ ๆ เสร็จแล้วอย่าลืมลองเสี่ยงเซียมซีโอมิกุจิกันด้วยนะ หรือใครที่เป็นสายกิน ย่านนี้ก็เหมาะกับการตะลุยกินสุด ๆ ! มีทั้งขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่าง เค้กคัสเตลลาสอดไส้ถั่วแดงกวนรูปทรงน่ารัก (นิงเกียวยากิ) และคามินาริโอโคชิ (ข้าวพองกรอบเคลือบน้ำตาล) ซึ่งจริง ๆ แล้วทั้งสองอย่างนี้ สามารถลองชิมได้ที่เลานจ์ของ Asakusa View Hotel Annex Rokku ด้วยนะ นอกจากนี้ย่านอาซากุสะยังมีของหวานยอดฮิตอย่างไอศกรีมมัทฉะหรือเมล่อนปัง บอกเลยว่าสายหวานต้องเลิฟย่านนี้แน่นอน

ถ้ามีเวลาเพิ่ม แนะนำให้ลองแวะไปสวนสนุกสไตล์เรโทรอย่าง Asakusa Hanayashiki หรือเดินไปทางตะวันตกไม่กี่นาทีก็จะถึง Kappabashi Dogugai แหล่งรวมอุปกรณ์ครัว มีดญี่ปุ่น และเครื่องปั้นสวย ๆ ส่วนสายคาเฟ่ แนะนำเดินลงใต้ประมาณ 10 นาทีไปย่าน Kuramae ที่เต็มไปด้วยร้านคาเฟ่เก๋ ๆ

เรื่องช้อปปิ้งก็หายห่วง เพราะอาซากุสะมีร้านเล็ก ๆ น่ารักเต็มไปหมด แถมใกล้โรงแรมยังมีทั้ง Don Quijote, MUJI, Uniqlo (รวมถึง GU) และห้างสรรพสินค้าอีกหลายแห่งให้เดินกันแบบจุใจ

บัตรเข้าพักของ Asakusa View Hotel

เหตุผลที่อยากพักในย่านอาซากุสะมีมากมาย แต่ถ้าได้พักที่ Asakusa View Hotel ที่มีห้องรีโนเวตใหม่ หรือ Asakusa View Hotel Annex Rokku ที่มาพร้อมประสบการณ์วัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม ก็ยิ่งทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นไปอีก สุดท้ายแล้ว จากคำถามว่า “จะพักที่ไหนดีในโตเกียว?” อาจกลายเป็น “จะเลือกโรงแรมอาซากุสะสองที่นี้ที่ไหนดีนะ?” มากกว่าก็ได้นะ

ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURUFacebookInstagramX(twitter)!

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS