Sponsored

รีวิวทำวากาชิ & มัทฉะ โตเกียว สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ AN TOKYO Japanese Culture Experience

บทความนี้มีเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน

  • X
  • line

รีวิวคอร์สทำวากาชิ(เนริคิริ) และชงมัทฉะในโตเกียว พร้อมวิธีจองง่าย ๆ ผ่าน Veltra เดินทางสะดวกใกล้สถานีคันดะ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่น

มาโตเกียวและอยากลองสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม จะมีอะไรญี่ปุ่นไปมากกว่าการได้นั่งปั้นวากาชิด้วยมือตัวเองอีก? วันนี้เราเลยขอเปลี่ยนจากการเป็นสายกินอย่างเดียว มาเป็นสายลงมือทำดูบ้าง กับกิจกรรมทำขนมญี่ปุ่นสุดน่ารักอย่าง เวิร์คชอปปั้นเนริคิริ (練り切り) ที่ทั้งสวยเหมือนงานศิลปะ แถมยังกินได้จริง! พร้อมชงมัทฉะคู่กันไปด้วย🍡🍵

ถ้าใครกำลังมองหากิจกรรมเบา ๆ แทรกระหว่างเที่ยว หรืออยากลองสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบไม่ต้องจริงจังเกินไป บอกเลยว่าคอร์สนี้ตอบโจทย์สุด ๆ

แนะนำกิจกรรม คอร์สทำเนริคิริ + ชงมัทฉะพิธีการ ที่ AN TOKYO Japanese Culture Experience

คอร์สเรียนชงมัทที่ AN TOKYO Japanese Culture Experience

วันนี้เรามาทำเวิร์คชอปกันที่ AN TOKYO Japanese Culture Experience อยู่ใกล้สถานีคันดะ เดินเพียง 1 นาทีเท่านั้น ทางเข้าตึกอาจจะเล็กซักหน่อย แต่มีป้ายเขียนบอกอยู่ชัดเจน สามารถขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 3 ได้เลย 

ที่นี่มีให้เลือก 2 แพลน แพลนแรกคือปั้นเนริคิริ ตามฤดูกาล 2 ชิ้น และเพิ่มประสบการณ์ชงมัทฉะแบบพิธีเข้าไปด้วย ทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 65–90 นาที หรือถ้าใครมีเวลาน้อย ไม่ถนัดมัทฉะ จะเลือกเป็นแบบที่ทำเนริคิริอย่างเดียวก็ได้ ส่วนเรา ไหน ๆ ก็มาแล้ว เลยเลือกเป็นคอร์สจัดเต็มที่ชงมัทฉะด้วยเลย 

AN TOKYO Japanese Culture Experience
ที่อยู่: No.2 Toei Building ชั้น 3, 2-2-9 Kajicho, เขต Chiyoda, โตเกียว
การเดินทาง: เดินประมาณ 1 นาทีจากทางออก East Exit ของสถานี Kanda (JR / Tokyo Metro สาย Ginza)
เวลาทำการ (กิจกรรม):  10:00 – 17:00
เวลาเปิดร้าน: 7:30 – 20:00 (เปิดทุกวัน *ยกเว้นกรณีปิดชั่วคราว)
บริการเสริม:
・มีรองรับภาษาอังกฤษ (ขึ้นอยู่กับวัน)
※ สามารถขอ English support แบบการันตีได้ แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
・มีใบประกาศนียบัตร (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
・กล่องใส่กลับบ้าน (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

วากาชิและเนริคิริคืออะไร?

ก่อนจะเริ่มลงมือทำ ขอเล่าให้ฟังนิดนึงว่า “เนริคิริ” ที่เราจะทำกันวันนี้คืออะไร 

ขนมวากาชิสีชมพูสอดไส้ถั่วแดงด้านใน

เราอาจคุ้นเคยกับคำว่าวากาชิซะมากกว่า แต่ที่เราจะทำกันวันนี้เรียกว่า “เนริคิริ” (練り切り) เป็นขนมวากาชิประเภทหนึ่ง ทำจากชิโระอัง(ถั่วขาวกวน) ผสมกับแป้งโมจิและน้ำตาล แล้วนำมาปั้น ผสมสีออกมาเป็นรูปต่าง ๆ ตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ใบไม้ตามเทศกาลในช่วงนั้น ๆ จุดเด่นของขนมชนิดนี้คือความละเอียดและความสวยงาม จนบางทีดูเหมือนงานศิลปะมากกว่าขนม เนริคิริมักจะเสิร์ฟทานคู่กับมัทฉะ เพราะรสหวานนุ่ม ๆ ของขนมจะเข้ากันดีกับความขมของชาเขียวแบบพอดิบพอดี

พอเข้าใจแล้วว่ามันคืออะไร ทีนี่ก็ไปลงมือทำกันเลย! 

ขั้นตอนการทำ

เริ่มจากปั้นเนริคิริ

ตัวอย่างขนมเนริคิริที่ได้ทำในคอร์ส รูปผีเสื้อและดอกคาโน่ล่า

เราจะเริ่มจากการปั้นเนริคิริก่อน วันนี้รูปร่างที่เราจะได้ทำคือดอกคาโนล่าและผีเสื้อ ซึ่งดีไซน์จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลของญี่ปุ่น ที่ไม่เพียง 4 ฤดูกาลเท่านั้น แต่แบ่งละเอียดถึง 24 ช่วง ทำให้ขนมในแต่ละช่วงเวลามีลวดลายแตกต่างกันไป ถ้าใครอยากรู้ว่าแต่ละฤดูต่างกันยังไง ต้องมาลองให้ครบแล้วแหละ

เมื่อเข้ามาในคลาสจะเจอกับอุปกรณ์วางเตรียมไว้อยู่แล้ว สิ่งที่เราจะได้คือถาดเครื่องมือ ถาดใส่ขนม ผงสี พร้อมถั่วขาวจากร้านอังโกะเก่าแก่ในเกียวโต และถั่วแดงญี่ปุ่น (โคชิอัง) อย่างละก้อน จากนั้นคุณครูจะอธิบายพื้นฐานเกี่ยวกับขนมญี่ปุ่น เช่น ประเภทของวากาชิ การบรรยายจะบรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่น ต่อด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งภาษาอังกฤษจะเน้นที่วิธีการทำ ดังนั้นต่อให้ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น ก็สามารถทำตามได้แน่นอนเลย

หลังจากนั้นก็ได้เวลาลงมือทำจริง เราจะได้ทำไปพร้อม ๆ กับคุณครูเลย โดยจะเริ่มจากการปั้นเนริคิริรูปดอกไม้ก่อน ตั้งแต่การแบ่งแป้ง ผสมสี ปั้นเป็นรูปทรงพื้นฐาน จากนั้นก็ใช้อุปกรณ์ที่ได้มาจัดแต่งให้เป็นผีเสื้อและดอกคาโนล่า 

อาจารย์กำลังบรรยายวิธีการทำ

ตอนแรกเราคิดว่าต้องทำออกมาให้สวยและเหมือนแบบที่สุด เลยรู้สึกกดดันเหมือนกัน แล้วจังหวะนั้นครูสอนก็พูดขึ้นมาว่า คิดว่านี่คงเป็นครั้งแรก หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกว่าต้องทำออกมาให้สวย แต่จริง ๆ แล้วสิ่งสำคัญคือการได้ลองทำ ไม่อยากให้กังวลว่ามันจะไม่สวยจนมากเกินไป สำหรับเราเป็นเหมือนประโยคปลดล็อกเลย ต่อให้มันจะสวยหรือไม่สวย แค่เราสนุกไปกับมัน ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว 

สุดท้ายพอทำทั้งสองชิ้นเสร็จแล้วได้เอามาวางคู่กัน รู้สึกภูมิใจที่เราได้ประกอบร่างก้อนแป้งธรรมดาให้ออกมาเป็นงานศิลปะเล็ก ๆ สุดน่ารักขึ้นมาได้ 

ต่อกันที่การตีมัทฉะ

หลังเสร็จจากพาร์ททำขนมแล้ว ก็มาต่อกันที่พาร์ทชงชา ที่บอกเลยว่าสายมัทฉะไม่ควรพลาด เพราะก่อนเริ่มชงชา คุณครูจะเลคเชอร์เรื่องชา ตั้งแต่กรรมวิธีการปลูกชา ความพิเศษของใบชาที่เก็บเกี่ยวครั้งแรก ไปจนถึงมารยาทในการเข้าร่วมพิธีชงชา ที่สำคัญคือเราจะได้ชมสาธิตการบดใบชาให้ดูกันในคลาสแบบสด ๆ ด้วย!

กำลังตีมัทฉะ

จากนั้นก็จะได้ลองตีมัทฉะ มัทฉะที่เราจะได้ลองวันนี้เป็นมัทฉะที่ใช้ใบชาจากไร่เดียว ไม่ได้เบลนด์จากหลายแหล่ง แถมยังเป็นมัทฉะเก็บเกี่ยวครั้งแรกของปีด้วย ทำให้ได้รสชาติที่มีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แค่กลิ่นมัทฉะตอนตี ก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมทั้งหมด เราสามารถนั่งทานขนมพร้อมมัทฉะในช่วงท้ายของคลาส ความหวานของขนมเข้ากับรสขมของมัทฉะอย่างลงตัวสุด ๆ 

รายละเอียดแพ็กเกจ
คอร์สเนริคิริ
・บุคคลทั่วไป (อายุ 2 ปีขึ้นไป): 1,760 เยน / คน 
・เด็ก 0–1 ปี: ฟรี
คอร์สเนริคิริ+มัทฉะ
・บุคคลทั่วไป (อายุ 2 ปีขึ้นไป): 2,800 เยน / คน
・เด็ก 0–1 ปี: ฟรี

วิธีการจอง

ตอนเราจอง เราจองผ่านเว็บไซต์ Veltra เข้าเว็บ เลือกวัน เวลา และแพ็กเกจที่ต้องการได้เลย มีภาษาอังกฤษรองรับ จองได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะช่วงพีค แนะนำให้จองล่วงหน้าไว้ จะได้ไม่พลาดกิจกรรมนี้

สำหรับทุกคนที่กำลังอ่านบทความของ JAPANKURU อยู่ จองตอนนี้รับส่วนลดทันที!
รหัสส่วนลด: 【JAPANKURU5off】

  1. เข้าเว็บไซต์ Veltra แล้วค้นหากิจกรรม พิมพ์คำว่า “wagashi” หรือ “nerikiri Tokyo” ก็เจอ หรือจะเข้าจากลิงก์นี้ 
  2. เลือกวันและเวลา (8:00 / 10:30 / 13:00 / 15:30 / 18:00) ระบบจะแสดงวันว่างให้เลือก
  3. กรอกจำนวนผู้เข้าร่วม 
  4. เลือกแพ็กเกจ ทำวากาชิอย่างเดียว หรือแบบทำวากาชิ + ชงมัทฉะ
  5. ชำระเงินออนไลน์ สามารถจ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ทันที

เท่านี้ก็เรียบร้อย เตรียมตัวไปทำเวิร์คชอปสนุก ๆ ได้เลย

นอกจากเวิร์คชอปนี้แล้ว ยังมีกิจกรรมให้เราได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ ของญี่ปุ่นอีกเพียบ คลิกเพื่อดูกิจกรรมอื่น ๆ ได้ที่ปุ่มด้านล่างเลย

เติมความน่ารักให้ทริปญี่ปุ่นในครั้งหน้า

กิจกรรมนี้อาจจะไม่ได้ใช้เวลานาน หรือดูไม่ได้อลังการมาก แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือประสบการณ์เล็ก ๆ ที่น่าจดจำระหว่างทริปญี่ปุ่น 

สำหรับใครที่อยากเติมสีสันใหม่ ๆ ให้ทริปโตเกียว ที่ไม่ใช่แค่ช้อปปิ้ง หรือนั่งกินขนมที่คาเฟ่ แนะนำให้ลองแวะมาทำเวิร์คชอปแบบนี้ดูสักครั้ง แล้วอาจได้สัมผัสมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับญี่ปุ่นที่น่ารักและน่าจดจำขึ้นกว่าเดิมก็ได้นะ ใครที่สนใจจองเลยที่ Veltra 

รับคูปองส่วนลด 5% ตอนนี้เลย! [คลิกที่นี่เพื่อรับคูปอง]
รหัสคูปอง: [JAPANKURU5off]

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS