มีรอยสักเข้าออนเซ็นญี่ปุ่นได้ไหม? รู้ก่อนจะได้ไม่โดนไล่!♨

  • X
  • line

CONTENTS

ทำไมออนเซ็นในญี่ปุ่นถึงไม่ต้อนรับคนมีรอยสัก?

เพราะว่าในญี่ปุ่น รอยสักมีความเชื่อมโยงกับยากูซ่า และอาจทำให้ผู้ใช้บริการคนอื่นกลัวหรือรู้สึกไม่ดีได้ จึงตัดปัญหาด้วยการห้ามไม่ให้คนมีรอยสักเข้า แม้ในปัจจุบันคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่จะเปิดใจมากขึ้น และไม่มีภาพจำว่าคนมีรอยสักเท่ากับยากูซ่าเท่าไรแล้ว แต่หลาย ๆ สถานที่สาธารณะยังคงระมัดระวังอยู่

แต่สำหรับใครที่มีรอยสักแล้วอยากเข้าออนเซ็นไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เพราะว่าวันนี้เราได้รวบรวม Tatto Friendly Onsen ทั่วญี่ปุ่นที่แม้มีรอยสักก็เข้าได้มาให้แล้ว! ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

HOKKAIDO

Hoheikyo Onsen (豊平峡温泉) ซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด


รูปจาก: Hoheikyo Onsen

มาเริ่มกันที่เหนือสุดแดนญี่ปุ่น กับ Hoheikyo Onsen (豊平峡温泉) ที่ซัปโปโร
ออนเซ็นที่ได้รับการอันดับ 1 ของ Day Trip Hot Spring Facility ในปี 2013 จาก TripAdvisor
เพราะเป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ 100% มีทั้งบ่อในร่มและกลางแจ้ง รวมถึงบ่อชายหญิงที่สลับสับเปลี่ยนกันอยู่เรื่อย ๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
นอกจากจะเข้าได้พร้อมรอยสักแล้ว ยังเข้าไปพร้อมกับแก้วสาเกไว้ดื่มชิว ๆ ระหว่างแช่น้ำก็ได้ด้วย

♨Hoheikyo Onsen (酸ヶ湯温泉)
Google Maps
เวลาเปิดทำการ: 10.00 – 22:30 น.  (ปิดให้เข้าบ่อตอน 21:45 น.)
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 1000 เยน | เด็ก 500 เยน
Official website

TOHOKU

Sukayu Onsen Ryokan (酸ヶ湯温泉) จังหวัดอาโอโมริ


รูปจาก Sukayu Onsen Ryokan

บ่อน้ำพุร้อนประวัติยาวนานกว่า 300 ปี และเป็นที่รู้จักในชื่อ “บ่อพันคน” เพราะขนาดบ่อที่ใหญ่จุใจ จนสามารถรองรับผู้คนได้พร้อมกันจำนวนมาก

จุดเด่นอยู่ที่อุณหภูมิของน้ำในแต่ละบ่อที่แตกต่างกัน ตั้งแต่บ่อร้อนที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ไปจนถึงบ่อสำหรับแช่พักผ่อนแบบสบาย ๆ ให้ร่างกายได้ผ่อนคลายเต็มที่

มีทั้งบ่อแยกชายหญิง และบ่อรวมขนาดใหญ่ โดยจะมีช่วงเวลาเฉพาะสำหรับ “ผู้หญิงเท่านั้น” ในช่วงเช้าและเย็นด้วย

สำหรับที่นี้หากสามารถปิดรอยสักได้มิดชิด ก็สามารถเข้าใช้บริการได้สบายหายห่วงค่ะ!

♨Sukayu Onsen Ryokan (酸ヶ湯温泉)
Google Maps
เปิด 24 ชั่วโมง
ช่วงเวลาเฉพาะสำหรับผู้หญิงเท่านั้น : 8:00-9:00 น. และ 20:00-21:00 น.
*ปิดทำความสะอาดทุกวัน 1:00-3:00 น.
ค่าเข้า: 600 เยน
Official website

Hijiori Ideyukan (肘折いでゆ館) จังหวัดยามางาตะ 

รูปจาก: Yamagata-clip

ออนเซ็นแห่งนี้ภูมิใจอย่างมากในการรักษาเสน่ห์ของบ่อน้ำร้อนท้องถิ่นเอาไว้ได้อย่างดี

จุดเด่นอยู่ที่น้ำพุร้อนสีเขียวอ่อน ซึ่งเกิดจากองค์ประกอบตามธรรมชาติที่ยังคงสภาพดั้งเดิมไว้ได้ น้ำแร่ชนิดนี้เชื่อกันว่ามีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการจากแผลไฟไหม้ โรคผิวหนัง ไปจนถึงโรคเรื้อรังบางชนิด

และที่นี่ไม่ต้องกังวลเรื่องรอยสัก เพราะสามารถแช่ได้โดยไม่ต้องปิด!

♨Hijiori Ideyukan (肘折いでゆ館)
Google Maps
เวลาทำการ:
ช่วงเดือนเมษายน-ตุลาคม 9:00-19:00 น.
พฤศจิกายน-มีนาคม 10:00-17:00 น.
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 400 เยน | เด็ก 200 เยน ทารก ฟรี
Official website

Togatta Onsen Kami no Yu (共同浴場 神の湯) จังหวัดมิยางิ

รูปจาก: じゃらんnet

ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติบนภูเขา Zao ใกล้ทั้งปล่องภูเขาไฟสีเขียวอมฟ้า “Miyagi Okama” และหมู่บ้านจิ้งจอกชื่อดัง “Miyagi Zao Fox Village” ใครที่มาเที่ยวแถบนี้ อย่าลืมแวะพักแช่น้ำที่ออนเซ็นแห่งนี้ให้หายเหนื่อยกันก่อน

นอกจากบ่อน้ำร้อนสำหรับแช่ตัวแล้ว ยังมี ashiyu (足湯) หรือบ่อแช่เท้าแบบญี่ปุ่นให้ได้นั่งพักแบบชิล ๆ อีกด้วย

แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษกว่าออนเซ็นทั่วไปคือ “ไม่มีใครรังเกียจคนมีรอยสัก!”
แม้จะเคยมีเจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งเตือน แต่คนในพื้นที่กลับไม่เห็นว่าเป็นเรื่องผิดแปลก เพราะฉะนั้นใครมีรอยสัก ก็สามารถมาแช่น้ำได้แบบไม่ต้องกังวลเลยค่ะ

♨Togatta Onsen Kami no Yu (共同浴場 神の湯)
Google Maps
เวลาเปิดปิดขึ้นอยู่กับแต่ละบ่อ
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 330 เยน | เด็ก(ประถมลงไป)110 เยน
Official website

Tsuchiyu Onsen Sansuiso (土湯温泉 山水荘) จังหวัดฟุกุชิมะ

รูปจาก: Booking.com

Sansuiso (山水荘) บ่อน้ำพุร้อนสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบของภูเขาและป่าไม้ เรียงรายไปตามลำน้ำ Ara (荒川) สายน้ำใสที่เพิ่มความสดชื่นให้กับบรรยากาศ

ที่นี่มีบ่อแช่น้ำร้อนถึง 12 บ่อ ให้เลือก โดยสามารถจองล่วงหน้าได้ บ่อแต่ละแห่งรายล้อมด้วยวิวสวน ภูเขา และน้ำตก ให้เราแช่ตัวผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติอย่างสบายใจ อุณหภูมิน้ำในบ่ออยู่ที่ประมาณ 60°C ซึ่งช่วยคลายความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าไม่ห้ามคนที่มีรอยสักเข้าค่ะ!

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีชื่อเสียงเรื่องตุ๊กตาไม้โคเคชิ (Kokeshi) ที่แกะสลักเป็นรูปเด็กผู้หญิงในสไตล์น่ารักแบบญี่ปุ่น เหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝากหรือของที่ระลึก

Tsuchiyu Onsen Sansuiso (土湯温泉 山水荘)
Google Maps
เวลาเปิดปิดขึ้นอยู่กับแต่ละบ่อ
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 800 เยน | เด็ก (อายุ 3-12 ปี) 700 เยน
Official website

Takayu Onsen Attakayu (高湯温泉 あったか湯) จังหวัดฟุกุชิมะ

รูปจาก: Joudodaira

แช่น้ำแร่กลางขุนเขากับประสบการณ์ออนเซ็นที่ไม่ธรรมดา! ที่นี่ใช้น้ำแร่ 100% จากธรรมชาติของภูเขา Anzu
ความพิเศษคือ ที่นี่เขามีเคล็ดลับโบราณจากยุคเอโดะที่สามารถช่วยปรับอุณหภูมิให้นุ่มนวลพอดี เหมือนนั่งแช่ในอ้อมกอดของธรรมชาติ

ที่นี่นอกจากจะให้คนมีรอยสักเข้าได้แล้ว ยังให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้พิการสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวก มีการติดตั้งทางลาดและราวจับในหลายจุด เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์การแช่น้ำอย่างปลอดภัย และยังมีบ่อแช่แบบไพรเวท สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

*พื้นที่อาบน้ำจะแยกออกจากโซนแช่น้ำร้อน และตามข้อกฎหมายท้องถิ่น ไม่มีการจัดเตรียมสบู่หรือแชมพูไว้ให้ ผู้มาใช้บริการควรเตรียมของใช้ส่วนตัวมาด้วย

Takayu Onsen Attakayu (高湯温泉 あったか湯)
Google Maps
เวลาเปิดทำการ: 9:00-15:00 น.
ค่าบริการ: ผู้ใหญ่ 250 เยน | เด็ก (ประถมลงมา) 120 เยน
Official website

KANTO

Hatcho no Yu (八丁湯) นิกโก้ จังหวัดโทจิงิ

รูปจาก: Hatcho no Yu

ออนเซ็นกลางขุนเขาในอุทยานแห่งชาตินิกโก้
แช่น้ำร้อนท่ามกลางธรรมชาติ ทั้งในร่มและกลางแจ้ง รวมทั้งหมด 6 บ่อ (บ่อรวม 3 บ่อ)

หนึ่งในไฮไลต์คือ Yukimi no yu (雪見の湯) บ่อเก่าแก่ตั้งแต่ยุคโชวะปี 1929 ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในบ่อที่ตกแต่งสวยที่สุด

เดินทางก็ง่ายมาก ๆ ขึ้นรถจากสถานี Kinugawa Onsen (鬼怒川温泉駅)ไปลงที่ Meotobuchi Onsen (女夫渕温泉) แล้วรอรถรับส่งจากทางโรงแรมได้เลย!

♨Hatcho no Yu (八丁湯)
Google Maps
เวลาเปิดทำการ: 9:00-15:00 น.
ค่าบริการ: 800 เยน | เด็ก 500 เยน
Official website

Kaniyu (加仁湯) นิกโก้ จังหวัดโทจิงิ

รูปจาก: じゃらんnet

หนึ่งในบ่อน้ำแร่ชื่อดังของ Okukinu Onsen (奥鬼怒温泉) ที่ใครรักธรรมชาติไม่ควรพลาด น้ำแร่ของที่นี่ เข้มข้นด้วยซัลเฟอร์ให้สัมผัสที่แตกต่าง แถมมีบ่อรวมกลางแจ้ง ท่ามกลางวิวภูเขา

ถ้าไม่สะดวกแช่รวม? ไม่ต้องกังวล เพราะเขามีบ่อไพรเวทให้เลือกใช้แบบส่วนตัว

แนะนำสุด ๆ ในฤดูหนาว วิวภูเขาหิมะสวยจนลืมหายใจเลยทีเดียว!

♨Okukinu Onsen Kaniyu (奥鬼怒温泉 加仁湯)
Google Maps
เวลาเปิดทำการ: 9:00-15:00 น.
ค่าบริการ: 800 เยน | เด็ก 500 เยน
Official website

Kusatsu Onsen Takamatsu (草津温泉喜びの宿高松) จังหวัดกุนมะ

เรียวกังหายากที่ใช้น้ำร้อนจาก Yubatake (湯畑) แห่ง Kusatsu Onsen
ในบรรดาหลายสิบแห่ง มีเพียง 3 เรียวกังเท่านั้นที่ได้ใช้น้ำจากต้นทางนี้ และโรงแรมนี้คือหนึ่งในนั้น!

น้ำแร่ซัลเฟอร์เข้มข้นของที่นี่ช่วยบำรุงระบบไหลเวียน และดีต่อผิวหนัง เหมาะทั้งแช่ผ่อนคลายและดูแลสุขภาพ

แม้จะมีป้ายห้ามผู้มีรอยสักเข้าใช้ แต่เราสอบถามทางโรงแรมมาแล้วว่าหากเป็นชาวต่างชาติ สามารถเข้าได้
แถมยังเปิดให้บุคคลทั่วไปแช่ได้ แม้จะไม่ได้พักค้างคืน

Kusatsu Onsen Hotel Takamatsu (草津温泉喜びの宿高松)
Google Maps
เวลาเปิดทำการ: 16:00-9:30 น.
Official website

Sainokawara Rotenburo (西の河原露天風呂) จังหวัดกุนมะ

ป็นบ่อน้ำร้อนกลางแจ้งใหญ่ขนาด 500 ตรม. รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ เหมาะกับการชมฤดูกาลแบบญี่ปุ่น ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่ราชวงศ์ญี่ปุ่นนิยมมาพักผ่อนกันด้วยนะ

โดยปกติแล้วบ่อน้ำร้อนที่นี่แยกชายหญิง แต่บางคืนก็จะเปิดบ่อรวม (ให้ใส่ชุดคลุมสีขาว)

และแน่นอนว่าที่นี่ไม่มีป้ายห้ามรอยสักเข้า อีกทั้งตัวเจ้าของเองก็ไม่มีอคติต่อคนสักด้วย

♨Sainokawara Rotenburo (西の河原露天風呂)
Google Maps
เวลาเปิดทำการ:
ช่วงเมษายน-พฤศจิกายน 7:00-20:00 น.
ช่วงธันวาคม-มีนาคม 9:00-20:00 น.
*บ่อปิด 19:30 น.
ค่าบริการ: ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็ก(ประถมลงมา) 300 เยน
Official website

Jakotsuyu (蛇骨湯) อาซากุสะ โตเกียว

รูปจาก: Yutty

บ่อน้ำร้อนใจกลางอาซะกุสะ ที่เก่าแก่ตั้งแต่สมัยเอโดะ
โรงอาบน้ำแห่งนี้ไม่เพียงเปิดกว้างสำหรับผู้มีรอยสัก แต่ยังออกแบบให้ผู้สูงอายุและผู้พิการสามารถใช้งานได้สะดวก ด้วยราวจับรอบบ่อ

น้ำแร่ของที่นี่เป็นเอกลักษณ์ เพราะมีสีดำที่เกิดจากการหมักของพืชและหญ้าตามธรรมชาติมานานนับศตวรรษ

♨Jakotsuyu (蛇骨湯)
Google Maps
เวลาเปิดทำการ: 13:00-23:30 น.
ค่าบริการ: ผู้ใหญ่ (12 ปีขึ้นไป) 460 เยน | เด็ก (6-12) 180 เยน
อายุ 6 ปีลงมา 80 เยน
Official website

Soshigaya Onsen 21 (そしがや温泉21) เซตากายะ โตเกียว

รูปจาก: Tokyo Story

แช่ผ่อนคลายได้ครบ จบในที่เดียว!
ที่นี่มีบ่อน้ำร้อนให้เลือกถึง 5 แบบ พร้อม ซาวน่าอีก 3 แบบ ให้เลือกฟินได้ตามสไตล์

น้ำแร่ผสมแร่ธาตุช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม พร้อมกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด บำรุงทั้งภายนอกและภายในในเวลาเดียวกัน

Soshigaya Onsen 21 (そしがや温泉21)
Google Maps
เวลาเปิดทำการ: 14:00-0:00 น. (บ่อปิด 23:30 น.)
ค่าบริการ: ผู้ใหญ่ 460 เยน | เด็กประถม 180 เยน | อนุบาล 80 เยน
Official website

KANSAI & CHUBU (TOKAI)

Kumihama Onsen Yumotokan (久美浜温泉 湯元館) เกียวโต

รูปจาก: Kumihama Onsen Yumotokan

ออนเซ็นที่ใหญ่ที่สุดในแถบคันไซสามารถจุคนได้ถึง 200 คน!

บ่อกลางแจ้งตั้งอยู่ท่ามกลางน้ำตกและหุบเขา ให้เราแช่ตัวพร้อมชมวิวสวยแบบใกล้ชิดธรรมชาติ
ส่วนบ่อในร่มเป็นบ่อน้ำสมุนไพรที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้อย่างดีเยี่ยม

Kumihama Onsen Yumotokan (久美浜温泉 湯元館)
Google Maps
เวลาเปิดทำการ: 9am~9pm
ค่าบริการ: ผู้ใหญ่ 600 เยน | เด็ก 200 เยน
Official website

Kinosaki Onsen 7 Public Baths (城崎七つの外湯めぐり) จังหวัดเฮียวโงะ

รูปจาก:  Kinosaki Onsen 7 Public Baths

หนึ่งในออนเซ็นอันดับต้น ๆ ของคันไซ ที่เปิดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 7–8!
ไม่ว่าจะวัยไหน เพศใด หรือมีรอยสักก็สามารถเข้าใช้ได้อย่างอิสระ

ที่นี่มีโรงอาบน้ำให้เลือกถึง 7 แห่ง
แต่ละแห่งมีเสน่ห์เฉพาะตัว เช่น:

  • Kono-yu บ่อที่เก่าแก่ที่สุด เล่ากันว่าเคยมีนกกระสบาดเจ็บมารักษาตัวที่นี่

  • Goshono-yu ได้แรงบันดาลใจจากพระราชวังอิมพีเรียลในเกียวโต

  • Yanagi-yu แม้จะเล็กที่สุด แต่มีชื่อเสียงด้านการขอบุตร

สามารถดูบ่ออื่น ๆ ได้ที่นี่

Kinosaki Onsen 7 Public Baths (城崎七つの外湯めぐり)
Google Maps
เวลาเปิดทำการแตกต่างกันไปตามแต่ละโรงอาบน้ำ
ค่าบริการแตกต่างกันไปตามแต่ละโรงอาบน้ำ
Official website

Shirakawago no Yu (白川郷の湯) จังหวัดกิฟุ

รูปจาก:  Planetyze

หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวะ ไม่ได้มีแค่บ้านทรงกัสโซ
ที่นี่ยังมีเรียวกังไม้พร้อมบ่อน้ำร้อนเรียงรายตามแม่น้ำ บรรยากาศอบอุ่นสุดคลาสสิก

มีครบทั้งบ่อกลางแจ้ง บ่อในร่ม ซาวน่า และอื่น ๆ ให้เลือกผ่อนคลายตามใจ

ผู้มีรอยสักสามารถเข้าได้ หากมีการปกปิดอย่างเหมาะสม

♨Shirakawago no Yu (白川郷の湯)
Google Maps
เวลาเปิดทำการ:
สำหรับบุคคลทั่วไป 7:00-21:00 น.
สำหรับแขกโรงแรม 6:00-22:00 น
ค่าบริการ: ผู้ใหญ่ 700 เยน | เด็ก 300 เยน(ต่ำกว่า6ขวบฟรี)
Official website

KYUSHU

จริง ๆ แล้วยากมากที่จะหาออนเซ็นรับคนมีรอยสักในคิวชู
แต่เพราะที่ Beppu ใน Oita เป็นสวรรค์ของออนเซ็น มีออนเซ็นมากกว่า 2000 แห่ง เราเลยโฟกัสการหาไปที่นี่
และก็เจอออนเซ็นใกล้สถานี Beppu ที่คนมีรอยสักสามารถแช่ได้

Takegawara Onsen (竹瓦温泉) เบ็บปุ โออิตะ

ออนเซ็นที่เก่าที่สุดใน Beppu เปิดตั้งแต่ปี 1879 และรีโนเวทในปี 1879

มี 2 สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษ คือ
ความพิเศษของที่ออนเซ็นแห่งนี้คือน้ำร้อนอุณหภูมิ 45°C และบ่อทรายร้อนช่วยให้เลือดลมไหลเวียน กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และลดอาการเบาหวาน บอกเลยว่าช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ดีสุด ๆ

♨Takegawara Onsen (竹瓦温泉)
Google Maps
เวลาเปิดทำการออนเซ็น: 6:30-22:30 น.
เวลาเปิดทำการบ่อทรายร้อน: 8:00-22:30 น. (บ่อปิด 21:30 น.)
ค่าบริการบ่อน้ำร้อน: 100 เยน
ค่าบริการบ่อทรายร้อน: 1030 เยน
Official Website

Hyotan Onsen (ひょうたん温泉) เบ็บปุ โออิตะ

รูปจาก: Hyotan Onsen

บ่อน้ำร้อนขึ้นชื่อในหมู่ชาวต่างชาติ การันตีคุณภาพด้วยดาวมิชลิน 3 ดาว

มีบ่อทั้งหมด 16 บ่อ แยกชายหญิงอย่างละครึ่ง และมีบ่อครอบครัวแบบไพรเวทอีก 9 บ่อ

บ่อหลักจะเป็นบ่อน้ำตกร้อนให้เราได้เข้าไปนั่งใต้น้ำตก ให้น้ำกระทบไหล่คลายกล้ามเนื้อ นอกจากนั้นที่นี่ยังมีบ่อทรายร้อนอีกด้วย เขาจะให้เราใส่ยูกาตะ จากนั้นจะเททรายร้อนให้เราอุ่นสบาย

♨Hyotan Onsen (ひょうたん温泉)
Google Maps
เวลาเปิดทำการ: 9:00-1:00 น.
*Hyotan Onsen อาจปิดในเดือนเมษายน กรกฎาคม ธันวาคม
ค่าบริการบ่อน้ำร้อน: ผู้ใหญ่ 750 เยน | เด็กประถม 320 เยน | 4-6 ปี 210 เยน | ต่ำกว่า 3 ขวบ ฟรี
ค่าบริการบ่อทรายร้อน: 330 เยน
Official website

รอยสักก็แช่ออนเซ็นได้ แค่เตรียมตัวให้พร้อม!✨

ทุกวันนี้แม้จะไม่ใช่ทุกออนเซ็นที่ต้อนรับคนมีรอยสัก แต่ก็ไม่ใช่ทุกที่ที่ห้าม บางที่สามารถเข้าได้เลย ส่วนบางที่เพียงปกปิดรอยสักให้มิดชิดก็ไม่มีปัญหาแล้ว ดังนั้นสำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่มีรอยสัก แนะนำให้เช็กข้อมูลของออนเซ็นที่ต้องการจะไปล่วงหน้า จะได้ไม่วุ่นวายกลางทริป!

ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURUFacebookInstagramX(twitter)

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

FEATURED MEDIA

VIEW MORE →
API Error: API access blocked.
|

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS