CONTENTS
ระบบสองราคาคืออะไร? ทำไมถึงเกิดระบบนี้?

จากอิทธิพลของค่าเงินเยนอ่อนในช่วงปีที่ผ่านมา และนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวของรัฐบาล เป็นผลทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาในญี่ปุ่นมากเป็นประวัติการณ์ โดยหากดูจากสถิติปี 2024 พบว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าญี่ปุ่นกว่า 36 ล้านคน แม้การท่องเที่ยวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่มากเกินไปก็ก่อให้เกิดปัญหา “Overtourism” หรือภาวะนักท่องเที่ยวล้นในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบทั้งด้านวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงเตรียมนำ “ระบบสองราคา” มาใช้ โดยกำหนดราคาสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ต่างจากชาวญี่ปุ่น
ที่ไหนเริ่มใช้แล้ว?
แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวใดในญี่ปุ่นที่เริ่มใช้ “ระบบสองราคา” อย่างเป็นทางการ แต่มาตรการนี้กำลังถูกเตรียมนำมาใช้ในหลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวล้นเมือง หนึ่งในนั้นคือ ปราสาทฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโงะ ซึ่งประกาศว่าจะเริ่มใช้ระบบสองราคาตั้งแต่ปี 2026 โดยจะปรับราคาสำหรับคนนอกพื้นที่เมืองฮิเมจิจาก 1,000 เยน เป็น 2,500 เยน ส่วนชาวเมืองฮิเมจิยังคงจ่ายในอัตราเดิม (อ่านต่อที่นี่)
ขณะที่ฝั่งโอกินาวา สวนสนุกแนวธรรมชาติแห่งใหม่ JUNGLIA OKINAWA ก็เตรียมใช้ระบบนี้ตั้งแต่วันเปิดทำการในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2025 โดยกำหนดค่าเข้าชมสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่นอกประเทศญี่ปุ่นไว้ที่ 8,800 เยน ส่วนผู้พำนักในญี่ปุ่นจะจ่ายเพียง 6,930 เยนเท่านั้น
นักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ ควรเตรียมตัวยังไง?

- ตรวจสอบข้อมูลค่าเข้าล่วงหน้า โดยเฉพาะในเว็บไซต์ทางการของสถานที่นั้น ๆ
- พิจารณาบัตรเหมารวม เช่น JR Pass หรือบัตรรวมพิพิธภัณฑ์ในพื้นที่ เพื่อให้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
- ทำความเข้าใจว่าราคาที่จ่ายไปบางส่วนอาจช่วยสนับสนุนการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น
อ้างอิง
NHK
THE STANDARD
ฐานเศรษฐกิจ
COMMENT
MAP OF JAPAN
SEARCH BY REGION
LATEST
VIEW MOREEVENT CALENDAR
VIEW MORE