CONTENTS
ในสายตาชาวต่างชาติที่ไม่คุ้นเคยอย่างเรา ทั้งกิโมโน(着物)และยูกาตะ(浴衣)อาจดูคล้ายกันมาก แต่จริง ๆ แล้ว ทั้งสองชุดนี้แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งวืธีการสวมและโอกาสในการใส่ บทความนี้ JAPANKURU ขอพามาดูความแตกต่างของทั้งสองชุดนี้กัน เผื่อใครมาญี่ปุ่นช่วงหน้าร้อนนี้ จะได้เลือกใส่ได้ถูกต้องนะคะ✨
ความต่างของกิโมโนและยูกาตะ
ในญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน ภาพจำแรกเมื่อพูดถึงความต่างของทั้งสองชุดนี้ สิ่งแรกที่หลาย ๆ คนนึกถึงคือ ยูกาตะมักจะใส่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ส่วนกิโมโนจะถูกมองว่าเป็นชุดทางการที่ใช้ในงานสำคัญ เช่น งานพิธีต่าง ๆ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว แต่เพื่อให้เข้าใจความต่างมากยิ่งขึ้น เราสรุปมาให้ใน 4 ข้อนี้แล้ว✨
สิ่งที่สวมไว้ด้านใน
ที่มาภาพ: Rakuten
ความต่างแรกคือเสื้อที่ใส่ด้านใน อย่าง “นากาจูบัง” (長襦袢) นากาจูบังเป็นเสื้อคลุมบาง ๆ ที่ใส่ไว้ใต้กิโมโน ทำจากผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม โดยปกติจะเป็นสีขาว แต่บางคนอาจใส่แบบมีลวดลาย สีแดง หรือสีน้ำเงิน ใช้เพื่อกันไม่ให้ตัวกิโมโนสกปรก หากเห็นใครใส่เสื้อชั้นในแบบนี้ แปลว่านั่นคือกิโมโน ไม่ใช่ยูกาตะ เพราะยูกาตะเป็นชุดที่เรียบง่ายและใช้ในฤดูร้อน จึงไม่จำเป็นต้องใส่นากาจูบัง
วัสดุของผ้า
ยูกาตะทำจากผ้าฝ้ายเบาสบาย
กิโมโนทำจากผ้าไหมหรูหรา
ยูกาตะทำจากผ้าที่บาง เบา ระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าฝ้ายหรือโพลีเอสเตอร์ เพราะมักใส่ในหน้าร้อน หรือใช้เป็นชุดคลุมอาบน้ำแบบญี่ปุ่น ในขณะที่กิโมโนจะทำจากผ้าไหมหรือผ้าโบรเคดที่หนาและหรูหรากว่า เหมาะสำหรับงานทางการมากกว่า
ถุงเท้า “ทาบิ” (足袋)
เนื่องจากกิโมโนเป็นชุดที่เป็นทางการมากกว่า จึงจำเป็นต้องใส่ถุงเท้าชนิดพิเศษที่เรียกว่า ทาบิ(足袋) เพื่อให้ดูเรียบร้อยและเหมาะสม ขณะที่การใส่ยูกาตะนั้นมักจะไม่ใส่ถุงเท้า แต่ใส่รองเท้าไม้ เกตะ (下駄) หรือ โซริ (草履) แบบเปิดเท้าแทน หากเห็นใครใส่ชุดญี่ปุ่นแต่ไม่ใส่ถุงเท้า ก็น่าจะเป็นยูกาตะมากกว่ากิโมโน
โอกาสและวิธีการสวมใส่
ยูกาตะมักใส่ในงานเทศกาลฤดูร้อน เช่น งานดอกไม้ไฟ (ฮานาบิ 花火)
กิโมโนใส่ในพิธีการสำคัญหรือโอกาสพิเศษ
ยูกาตะมักใส่ในงานเทศกาลฤดูร้อน เช่น งานดอกไม้ไฟ (ฮานาบิ 花火) หรือในชีวิตประจำวันแบบสบาย ๆ ส่วนกิโมโนจะใส่ในพิธีการสำคัญหรือโอกาสพิเศษ งานทางการต่าง ๆ เช่น งานแสดง งานแต่งงาน ทำให้กิโมโนมีความซับซ้อนในการแต่งตัวมากกว่า เช่น วิธีผูกโอบิ (帯) (ผ้าที่รัดบริเวณเอว) ถ้าเป็นกิโมโนจะผูกไว้ด้านหลัง ส่วนถัาผูกไว้ด้านหน้าจะเป็นยูกาตะ บางคนอาจม้วน พับแบบแฟชั่นเพิ่มด้วย หรือการใส่นากาจูบังที่แนะนำไปด้านบน เนื่องจากกิโมโนจะมีคอเสื้อสองชั้นจากการใส่นากาจูบัง ซึ่งช่วยปิดช่วงกระดูกไหปลาร้าให้ดูสุภาพ ส่วนยูกาตะจะโชว์ช่วงคอและต้นคอมากกว่าเพื่อให้ดูสบาย ๆ รับกับฤดูร้อน
สรุปความต่างของกิโมโนและยูกาตะ
และนี่ก็คือ 4 ความแตกต่างหลักระหว่างกิโมโนและยูกาตะ แต่นอกเหนือจากนี้แล้ว ทั้งสองชุดยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต่างกันอีก อย่างเช่นรูปแบบของลวดลาย หรือความยาวของชุด แต่หลัก ๆ คือเรื่องเนื้อผ้า การใส่ถุงเท้า ชั้นใน และโอกาสในการสวมใส่
อีกข้อสำคัญที่ไม่ควรลืมคือ การใส่ทั้งสองชุดนี้ต้องพับด้านซ้ายทับขวาเสมอ เพราะหากพับผิดเป็นขวาทับซ้าย จะกลายเป็นแบบที่ใช้สำหรับงานศพของผู้เสียชีวิตในวัฒนธรรมญี่ปุ่นเลย😨
สำหรับใครที่มาเที่ยวญี่ปุ่น การเช่ากิโมโนหรือยูกาตะแล้วเดินเที่ยวในเมืองน่าจะเป็นประสบการณ์ที่สนุกและประทับใจ หลาย ๆ ร้านต้อนรับชาวต่างชาติมาก ๆ แถมยังช่วยแนะนำเป็นอย่างดีด้วย อย่างช่วงหน้าร้อนนี้ ลองใส่ยูกาตะไปดูดอกไม้ไฟกันได้นะคะ
บทความดอกไม้ไฟ
เคล็ดลับการดูดอกไม้ไฟให้ไม่ยม
รวม 9 เทศกาลดอกไม้ไฟสุดยิ่งใหญ่ทั่วญี่ปุ่น เดือนสิงหาคม 2025🎆
COMMENT
MAP OF JAPAN
SEARCH BY REGION
LATEST
VIEW MOREEVENT CALENDAR
VIEW MORE








