CONTENTS

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้อาหารอร่อย คือรสเค็ม โดยเฉพาะรสเค็มจากเกลือหรือจากผงปรุงต่าง ๆ แต่การบริโภคมากเกินไป อาจส่งผลต่อสุขภาพของเราได้
โดยเฉพาะในญี่ปุ่น หลาย ๆ คนอาจมีภาพจำว่าคนญี่ปุ่นทานอาหารสุขภาพกัน แต่จริง ๆ แล้วคนญี่ปุ่นบริโภคเกลือเฉลี่ยต่อวันปริมาณสูงมาก อาหารญี่ปุ่นอย่าง ราเมน ซุปมิโสะ เมนูต้มต่าง ๆ ก็มีเกลือเข้มข้น แม้หลายคนจะหันมาตระหนักเรื่องสุขภาพมากขึ้นโดยการทานอาหารลดเค็ม แต่ความอร่อยมันก็ดันลดน้อยลงไปด้วยนี่นา

ที่มาภาพ gourmet watch
ล่าสุด เพื่อแก้ปัญหานี้ บริษัท Kirin ร่วมกันวิจัยกับห้องปฎิบัติการของมหาวิทยาลัยเมจิ ได้คิดค้นและออกนวัตกรรมใหม่ อย่าง Electric Salt Cup และ Electric Salt Spoon ถ้วยและช้อนไฟฟ้า ที่ใช้กลไกการรับรสด้วยกระแสไฟฟ้า กระตุ้นให้ลิ้นเรารู้สึกถึงรสชาติ ให้สามารถเราลดการใส่เกลือในอาหาร แต่ยังได้รสชาติอร่อยเช่นเดิมและดีต่อสุขภาพนั่นเอง
ทำไมถึงเค็ม?
คำถามที่หลาย ๆ คนสงสัย แล้วมันเค็มได้ยังไง?
อุปกรณ์นี้ใช้การรับรสด้วยไฟฟ้า เพื่อเปลี่ยนแปลงการรับรู้รสชาติของอาหารแบบเสมือนจริง ซึ่งใช้ไฟฟ้าปริมาณอ่อนมากจึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่เพียงพอที่จะเพิ่มการรับรู้รสชาติอาหาร

ที่มาภาพ เว็บไซต์ทางการ
โดยปกติแล้วในอาหารทั่วไป ไอออนโซเดียม (Na+) ซึ่งเป็นตัวสร้างรสเค็ม จะกระจายตัวในปาก บางครั้งกระจายไม่ทั่วถึง ลิ้นอาจไม่รับรสเค็มบางส่วน แต่เมื่อใช้ช้อนหรือถ้วยนี้ อุปกรณ์จะส่งกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ผ่านอาหารไปยังรอบ ๆ ลิ้น ซึ่งกระแสไฟฟ้าจะเป็นตัวควบคุมการเคลื่อนไหวของไอออน ทำให้โซเดียมถูกดึงเข้าหาลิ้น ผลลัพธ์คือรสเค็มและรสอูมามิของอาหารเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้รู้สึกเค็มขึ้นแม้ใช้เกลือน้อยลง
หลังจากการพัฒนาและทดลองตั้งแต่ปี 2019 พบว่าเมื่อใช้อุปกรณ์นี้ และรับประทานอาหารที่ปรุงโดยลดเค็ม สามารถทำให้รู้สึกถึงรสเค็มเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 เท่า*
(*อ้างอิงผลการทดลองเมื่อปี 2023 จากผู้ทดลองกลุ่มอายุ 40–65 ปี จำนวน 31 คน ในจำนวนนั้น 29 คนตอบว่ารสเค็มเพิ่มขึ้น)
ใช้งานยังไง?


ที่มาภาพ เว็บไซต์ทางการ
ทั้งถ้วยและช้อนมาในระดับความแรง 3 ระดับ เพียงเปิดสวิตช์ที่ข้างถ้วยหรือด้ามช้อน เลือกระดับความแรงที่ต้องการ จากนั้นใช้งานตามปกติเหมือนถ้วยหรือช้อนทั่วไป
ซื้อได้ที่ไหน?
ก่อนหน้านี้ ถ้วยและช้อนนี้ได้วางขายแบบจำกัดจำนวนผ่านช่องทางออนไลน์ แต่ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ได้เริ่มวางขายอย่างเป็นทางการแบบไม่จำกัดจำนวน สามารถซื้อได้ตามช่องทางต่อไปนี้
- เว็บไซต์ทางการของคิริน
สามารถสั่งซื้อได้ที่ เว็บไซต์ทางการ ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 - ร้าน Hands
ก่อนหน้านี้มีการจำหน่ายที่ร้าน Hands ในเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว โอซาก้า และฟุกุโอกะ โดยเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา
และมีข่าวว่า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป จะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์นี้ในร้านค้าปลีกอื่น ๆ เพิ่มเติมอย่าง ร้านขายเครื่องใช้ในบ้านและร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ตอนนี้ยังไม่มีลิสต์ชื่อร้านออกมา ไว้มีแล้วจะรีบมาอัปเดตน้า
ในส่วนของค่าตัว ช้อนอยู่ที่ 24,750 เยน ส่วนถ้วย 26,950 เยน (ประมาณ 5,300 และ 5,800 บาท)
รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

ที่มาภาพ เว็บไซต์ทางการ
อ่านมาถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนน่าจะสงสัยว่า การกินด้วยช้อนหรือถ้วยนี้มันทำให้เรารู้สึกเค็มเหมือนเดิมได้จริงเหรอ เลยขอชวนมาอ่านความคิดเห็นของผู้ใช้กัน
薄味でも塩味が感じられて、食事が楽しくなりました!
แม้จะปรุงรสอ่อน ๆ ก็ยังสัมผัสได้ถึงความเค็ม เพลิดเพลินกับมื้ออาหารได้มากยิ่งขึ้น
塩味だけではなく、全体的に風味を強く感じ、味に広がりを感じました。箸と食べ比べると面白いくらい味が変わる!
ไม่ใช่แค่เค็มอย่างเดียว แต่รู้สึกเหมือนรสชาติโดยรวมเข้มข้นและกว้างขึ้น และรู้สึกว่ารสชาติเปลี่ยนไปมากเมื่อเทียบตอนทานด้วยตะเกียบ
健康を意識するようになりました。รู้สึกใส่ใจสุขภาพขึ้นมาเลย
最高の発明です。希望をありがとう。นี่แหละสุดยอดนวัตกรรม ขอบคุณที่มอบความหวังให้เรา
ทั้งนี้ การรับรสเค็มอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และรสชาติที่รับรู้ยังขึ้นกับประเภทอาหารด้วย
สรุปภาพรวม เหมาะกับใครบ้าง
☑️ ช่วยให้สามารถลดปริมาณโซเดียมในอาหาร ได้โดยไม่เสียรสชาติ
☑️ ใช้เทคโนโลยีไฟฟ้าอ่อน ๆ ปลอดภัยต่อร่างกาย
☑️ เหมาะกับคนที่อยากทานอาหารรสจัด แต่กังวลเรื่องสุขภาพ
☑️ การรับรสอาจแตกต่างกันไปตามบุคคลและอาหารแต่ละเมนู
แม้ตอนนี้จะวางขายในญี่ปุ่น แต่ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าจับตามอง ใครมีแผนมาญี่ปุ่นหลังจากนี้ ไปลองหาซื้อมาใช้ดูได้ เค็มจริงไหมอย่าลืมแวะมารีวิวให้ฟังนะคะ
ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURU, Facebook, Instagram, X(twitter)
COMMENT
MAP OF JAPAN
SEARCH BY REGION
LATEST
VIEW MOREEVENT CALENDAR
VIEW MORE