2026日本退稅新制總整理

Tax Free ญี่ปุ่นเปลี่ยนปี 2026! เริ่มพฤศจิกายน ต้องจ่ายเต็มก่อนขอคืนภาษี

  • X
  • line

อัปเดตระบบ Tax Free ญี่ปุ่นปี 2026! เริ่มพฤศจิกายน นักท่องเที่ยวต้องจ่ายราคาสินค้ารวมภาษีก่อน แล้วค่อยขอคืนภาษีตอนออกนอกประเทศ เช็กวิธีใหม่ให้เข้าใจก่อนเที่ยวญี่ปุ่น

เชื่อว่าหลาย ๆ คนไปญี่ปุ่นเพื่อลิ้มรสอาหารอร่อย สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิม หรือชมวิวสวย ๆ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยคือ การช้อปปิ้ง! ไม่ว่าจะเป็นคิทแคท เครื่องสำอาง แฟชั่น หรือสินค้าแบรนด์หรู การได้ซื้อสินค้าในราคาปลอดภาษีแล้วหอบกลับบ้านเต็มกระเป๋าได้ทันที ถือเป็นความสุขของนักท่องเที่ยวแทบทุกคน

แต่ล่าสุด กรมสรรพากรแห่งชาติของญี่ปุ่น (Japan National Tax Agency) ได้ประกาศว่า ระบบ “ช้อปปลอดภาษีทันที” ที่เราคุ้นเคยนั้น จะสิ้นสุดลงในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 นี้ และจะใช้ระบบใหม่ที่เรียกว่า “Exit Refund System” หรือระบบคืนภาษีตอนออกนอกประเทศโดยสมบูรณ์ แล้วแบบนี้นักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ จะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง? JAPANKURU ชวนมาอ่านในบทความนี้กัน

ใครบ้างที่สามารถช้อปปลอดภาษีในญี่ปุ่นได้?

ช้อปปิ้งปลอดภาษีใหม่ ระบบช้อปปลอดภาษีใหม่ในญี่ปุ่น เริ่มปี 2026

ปัจจุบันผู้ที่มีสิทธิ์ในการซื้อสินค้าปลอดภาษีคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นด้วยวีซ่าระยะสั้น รวมถึงผู้ที่มาจากประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า (เช่น สหรัฐฯ หรือสหราชอาณาจักร) ซึ่งจะได้รับวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้นโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าประเทศ ส่วนผู้ที่ถือวีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน หรือเข้าร่วมโครงการ Working Holiday นั้นจะไม่ได้รับสิทธิ์ช้อปปลอดภาษี อย่างที่เป็นมาตลอด

จุดประสงค์ของนโยบายปลอดภาษีคือเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายมากขึ้นขณะอยู่ในญี่ปุ่น แต่อ่านมาถึงตรงนี้หลาย ๆ คนอาจจะกังวล ว่าแล้วเราจะยังซื้อสินค้าในราคาปลอดภาษีได้ไหม คำตอบคือนักท่องเที่ยวยังคงสามารถซื้อสินค้าในราคาปลอดภาษีได้อยู่ เพียงแต่ขั้นตอนจะเปลี่ยนไปเท่านั้น

เมื่อระบบใหม่เริ่มใช้ นักช้อปทุกคน ที่หมายรวมถึงทั้งนักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่น จะต้องจ่ายราคาพร้อมภาษีเต็มจำนวนที่แคชเชียร์ก่อน จากนั้นจึงไปทำเรื่องขอคืนภาษีได้ที่สนามบินก่อนออกเดินทางกลับประเทศ

แม้ผลลัพธ์สุดท้ายจะยังคงได้ราคาปลอดภาษีเหมือนเดิม แต่ระบบใหม่นี้อาจทำให้ต้องเผื่อเวลาเพิ่มที่สนามบินเพื่อทำเรื่องคืนภาษี ซึ่งก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า นักท่องเที่ยวจะยังอยากช้อปอยู่ไหม ถ้าต้องเสียเวลาทำเรื่องเพิ่ม?
หรือจะมีใครยอมไปถึงสนามบินเร็วกว่าปกติเพื่อขอคืนภาษีบ้างนะ?

การเปลี่ยนแปลงของระบบช้อปปลอดภาษีใหม่ในญี่ปุ่น

ช้อปปิ้งปลอดภาษีใหม่ ระบบช้อปปลอดภาษีใหม่ในญี่ปุ่น เริ่มปี 2026
ที่มา: PIE VAT

นโยบายใหม่ของญี่ปุ่นมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายจุด ซึ่งอาจสะดวกหรือลำบาก ขึ้นอยู่กับมุมมองของนักช้อปแต่ละคน

โดยจุดเปลี่ยนที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ จากเดิมที่หักภาษีออกทันทีตอนคิดเงิน → เปลี่ยนเป็นต้องจ่ายภาษีก่อน แล้วค่อยขอคืนภาษีภายหลัง

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังควรสังเกตอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการบรรจุภัณฑ์ของสินค้า ด้วย ระบบเก่าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ระบุว่าสินค้าที่ “บริโภคได้” เช่น ขนม หรือเครื่องดื่ม จะถูกจัดแยกจากสินค้าอื่นและต้องปิดผนึกด้วยบรรจุภัณฑ์พิเศษ เพื่อระบุว่าสินค้าเหล่านั้นจะต้องนำออกไปบริโภคนอกประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

แต่ภายใต้ระบบใหม่ ข้อกำหนดเรื่องการปิดผนึกสินค้าจะถูกยกเลิกไปทั้งหมด หากนักท่องเที่ยวซื้อขนมแล้วกินระหว่างทริป ก็จะไม่สามารถขอคืนภาษีได้ เมื่อออกนอกประเทศ

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักช้อปสายขนมญี่ปุ่นที่มักซื้อของกลับไปเยอะ ๆ อาจจะดีใจที่ได้รู้ว่า ระบบใหม่นี้จะยกเลิกเพดานวงเงิน 500,000 เยน สำหรับสินค้าประเภทบริโภคด้วยเช่นกัน! หมายความว่าต่อให้ซื้อสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคไม่ถึง 500,000 เยน ก็สามารถขอคืนภาษีได้นั่นเอง

ขั้นตอนใหม่ในการขอคืนภาษี: วิธีรับเงินคืนภาษีง่าย ๆ

ช้อปปิ้งปลอดภาษีใหม่ ระบบช้อปปลอดภาษีใหม่ในญี่ปุ่น เริ่มปี 2026
ที่มาภาพ: J-TaxFree

ภายใต้ระบบคืนภาษีรูปแบบใหม่ กระบวนการจะเปลี่ยนจากการ “หักภาษีทันทีที่แคชเชียร์” มาเป็น ขั้นตอน 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ได้แก่
1️⃣ จ่ายภาษีเต็มจำนวนตอนชำระเงิน
2️⃣ ยืนยันรายการสินค้าที่สนามบินก่อนเดินทางออกนอกประเทศ
3️⃣ รับเงินคืนภาษี

ขั้นตอนที่ 1: ชำระราคาพร้อมภาษีเต็มจำนวนตอนซื้อสินค้า

ช้อปปิ้งปลอดภาษีใหม่ ระบบช้อปปลอดภาษีใหม่ในญี่ปุ่น เริ่มปี 2026
ช้อปปิ้งปลอดภาษีใหม่ ระบบช้อปปลอดภาษีใหม่ในญี่ปุ่น เริ่มปี 2026

ที่มาภาพ: J-TaxFree

เหล่านักช้อปจะต้อง จ่ายราคาพร้อมภาษีเต็มจำนวนที่จุดชำระเงิน เมื่อซื้อสินค้าในญี่ปุ่น หลังจากนั้นพนักงานร้านค้าจะ แนะนำเว็บไซต์เฉพาะสำหรับลงทะเบียนขอคืนภาษี โดยปกติจะมี QR โค้ดให้สแกนในร้าน หรือพิมพ์ไว้บนใบเสร็จ

ขั้นตอนการลงทะเบียนไม่ยุ่งยากเลย เพียงกรอก

  • ข้อมูลหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
  • ข้อมูลการติดต่อ
  • วิธีการรับเงินคืนที่ต้องการ (เช่น คืนเข้าบัตรเครดิต หรือโอนผ่านบัญชีธนาคาร)

เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว นักช้อปสามารถ ตรวจสอบประวัติการซื้อของตนเองได้ตลอดเวลา ผ่านระบบออนไลน์

ขั้นตอนที่ 2: ไปที่เคาน์เตอร์สนามบินเมื่อออกจากญี่ปุ่น

ช้อปปิ้งปลอดภาษีใหม่ ระบบช้อปปลอดภาษีใหม่ในญี่ปุ่น เริ่มปี 2026
ที่มาภาพ: J-TaxFree

นักท่องเที่ยวจะต้อง ออกจากญี่ปุ่นภายใน 90 วันหลังจากซื้อสินค้า เพื่อขอคืนภาษี ซึ่งสอดคล้องกับระยะเวลาวีซ่านักท่องเที่ยวระยะสั้นที่สูงสุด 90 วัน

ที่สนามบินจะมีตู้คีออสต์ศุลกากรอัตโนมัติ ให้นักท่องเที่ยวสแกนพาสปอร์ตและตรวจสอบสินค้าที่ซื้อ ระบบจะตรวจสอบข้อมูลการเดินทางออกนอกประเทศโดยอัตโนมัติ และส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรแห่งชาติ รวมถึงร้านค้าที่เข้าร่วมโปรแกรมช้อปปลอดภาษี

ขั้นตอนที่ 3: รับเงินคืนภาษีหลังออกจากประเทศ

ช้อปปิ้งปลอดภาษีใหม่ ระบบช้อปปลอดภาษีใหม่ในญี่ปุ่น เริ่มปี 2026
ที่มาภาพ: J-TaxFree

เมื่อสินค้าที่ซื้อและข้อมูลต่าง ๆ ผ่านการยืนยันเรียบร้อยแล้ว นักท่องเที่ยวจะ ได้รับเงินคืนภาษีตามวิธีที่เลือกไว้ตอนลงทะเบียน ไม่ว่าจะเป็นการคืนเข้าบัตรเครดิตหรือโอนเข้าบัญชีธนาคาร

การปรับตัวกับนโยบายคืนภาษีรูปแบบใหม่

ช้อปปิ้งปลอดภาษีใหม่ ระบบช้อปปลอดภาษีใหม่ในญี่ปุ่น เริ่มปี 2026

แม้ระบบคืนภาษีรูปแบบใหม่นี้อาจดูเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาญี่ปุ่นบ่อย ๆ เพื่อชมสถานที่และช้อปสินค้าที่ชื่นชอบ แต่จริง ๆ แล้วการปรับระบบครั้งใหญ่ครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อแก้ปัญหานักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าปลอดภาษี แต่กลับนำมาขายต่อในประเทศ ทำให้รัฐบาลเสียรายได้จากภาษีนั่นเอง

การปฏิรูประบบช้อปปลอดภาษีครั้งใหญ่สะท้อนความมุ่งมั่นของญี่ปุ่นในการป้องกันทุจริต แม้ต้องเพิ่มขั้นตอนยืนยันสินค้าที่ศุลกากร นักท่องเที่ยวยังคงได้สิทธิ์คืนภาษีอย่างโปร่งใส เริ่มใช้ 1 พฤศจิกายน 2026 ส่วนการเผื่อเวลาที่สนามบินขึ้นอยู่กับน้ำหนักและจำนวนสัมภาระของตัวเอง!

⬇︎ไม่ว่าจะสนใจระบบคืนภาษีใหม่หรือไม่ เราก็สามารถประหยัดเงินในญี่ปุ่นได้นะ⬇︎

ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURUFacebookInstagramX(twitter)!

In my free time, I enjoy traveling by train and collecting station stamps from various destinations.

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS