CONTENTS
เชื่อว่าหลาย ๆ คนไปญี่ปุ่นเพื่อลิ้มรสอาหารอร่อย สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิม หรือชมวิวสวย ๆ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยคือ การช้อปปิ้ง! ไม่ว่าจะเป็นคิทแคท เครื่องสำอาง แฟชั่น หรือสินค้าแบรนด์หรู การได้ซื้อสินค้าในราคาปลอดภาษีแล้วหอบกลับบ้านเต็มกระเป๋าได้ทันที ถือเป็นความสุขของนักท่องเที่ยวแทบทุกคน
แต่ล่าสุด กรมสรรพากรแห่งชาติของญี่ปุ่น (Japan National Tax Agency) ได้ประกาศว่า ระบบ “ช้อปปลอดภาษีทันที” ที่เราคุ้นเคยนั้น จะสิ้นสุดลงในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 นี้ และจะใช้ระบบใหม่ที่เรียกว่า “Exit Refund System” หรือระบบคืนภาษีตอนออกนอกประเทศโดยสมบูรณ์ แล้วแบบนี้นักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ จะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง? JAPANKURU ชวนมาอ่านในบทความนี้กัน
ใครบ้างที่สามารถช้อปปลอดภาษีในญี่ปุ่นได้?

ปัจจุบันผู้ที่มีสิทธิ์ในการซื้อสินค้าปลอดภาษีคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นด้วยวีซ่าระยะสั้น รวมถึงผู้ที่มาจากประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า (เช่น สหรัฐฯ หรือสหราชอาณาจักร) ซึ่งจะได้รับวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้นโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าประเทศ ส่วนผู้ที่ถือวีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน หรือเข้าร่วมโครงการ Working Holiday นั้นจะไม่ได้รับสิทธิ์ช้อปปลอดภาษี อย่างที่เป็นมาตลอด
จุดประสงค์ของนโยบายปลอดภาษีคือเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายมากขึ้นขณะอยู่ในญี่ปุ่น แต่อ่านมาถึงตรงนี้หลาย ๆ คนอาจจะกังวล ว่าแล้วเราจะยังซื้อสินค้าในราคาปลอดภาษีได้ไหม คำตอบคือนักท่องเที่ยวยังคงสามารถซื้อสินค้าในราคาปลอดภาษีได้อยู่ เพียงแต่ขั้นตอนจะเปลี่ยนไปเท่านั้น
เมื่อระบบใหม่เริ่มใช้ นักช้อปทุกคน ที่หมายรวมถึงทั้งนักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่น จะต้องจ่ายราคาพร้อมภาษีเต็มจำนวนที่แคชเชียร์ก่อน จากนั้นจึงไปทำเรื่องขอคืนภาษีได้ที่สนามบินก่อนออกเดินทางกลับประเทศ
แม้ผลลัพธ์สุดท้ายจะยังคงได้ราคาปลอดภาษีเหมือนเดิม แต่ระบบใหม่นี้อาจทำให้ต้องเผื่อเวลาเพิ่มที่สนามบินเพื่อทำเรื่องคืนภาษี ซึ่งก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า นักท่องเที่ยวจะยังอยากช้อปอยู่ไหม ถ้าต้องเสียเวลาทำเรื่องเพิ่ม?
หรือจะมีใครยอมไปถึงสนามบินเร็วกว่าปกติเพื่อขอคืนภาษีบ้างนะ?
การเปลี่ยนแปลงของระบบช้อปปลอดภาษีใหม่ในญี่ปุ่น

นโยบายใหม่ของญี่ปุ่นมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายจุด ซึ่งอาจสะดวกหรือลำบาก ขึ้นอยู่กับมุมมองของนักช้อปแต่ละคน
โดยจุดเปลี่ยนที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ จากเดิมที่หักภาษีออกทันทีตอนคิดเงิน → เปลี่ยนเป็นต้องจ่ายภาษีก่อน แล้วค่อยขอคืนภาษีภายหลัง
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังควรสังเกตอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการบรรจุภัณฑ์ของสินค้า ด้วย ระบบเก่าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ระบุว่าสินค้าที่ “บริโภคได้” เช่น ขนม หรือเครื่องดื่ม จะถูกจัดแยกจากสินค้าอื่นและต้องปิดผนึกด้วยบรรจุภัณฑ์พิเศษ เพื่อระบุว่าสินค้าเหล่านั้นจะต้องนำออกไปบริโภคนอกประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
แต่ภายใต้ระบบใหม่ ข้อกำหนดเรื่องการปิดผนึกสินค้าจะถูกยกเลิกไปทั้งหมด หากนักท่องเที่ยวซื้อขนมแล้วกินระหว่างทริป ก็จะไม่สามารถขอคืนภาษีได้ เมื่อออกนอกประเทศ
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักช้อปสายขนมญี่ปุ่นที่มักซื้อของกลับไปเยอะ ๆ อาจจะดีใจที่ได้รู้ว่า ระบบใหม่นี้จะยกเลิกเพดานวงเงิน 500,000 เยน สำหรับสินค้าประเภทบริโภคด้วยเช่นกัน! หมายความว่าต่อให้ซื้อสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคไม่ถึง 500,000 เยน ก็สามารถขอคืนภาษีได้นั่นเอง
ขั้นตอนใหม่ในการขอคืนภาษี: วิธีรับเงินคืนภาษีง่าย ๆ

ภายใต้ระบบคืนภาษีรูปแบบใหม่ กระบวนการจะเปลี่ยนจากการ “หักภาษีทันทีที่แคชเชียร์” มาเป็น ขั้นตอน 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ได้แก่
1️⃣ จ่ายภาษีเต็มจำนวนตอนชำระเงิน
2️⃣ ยืนยันรายการสินค้าที่สนามบินก่อนเดินทางออกนอกประเทศ
3️⃣ รับเงินคืนภาษี
ขั้นตอนที่ 1: ชำระราคาพร้อมภาษีเต็มจำนวนตอนซื้อสินค้า


ที่มาภาพ: J-TaxFree
เหล่านักช้อปจะต้อง จ่ายราคาพร้อมภาษีเต็มจำนวนที่จุดชำระเงิน เมื่อซื้อสินค้าในญี่ปุ่น หลังจากนั้นพนักงานร้านค้าจะ แนะนำเว็บไซต์เฉพาะสำหรับลงทะเบียนขอคืนภาษี โดยปกติจะมี QR โค้ดให้สแกนในร้าน หรือพิมพ์ไว้บนใบเสร็จ
ขั้นตอนการลงทะเบียนไม่ยุ่งยากเลย เพียงกรอก
- ข้อมูลหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
- ข้อมูลการติดต่อ
- วิธีการรับเงินคืนที่ต้องการ (เช่น คืนเข้าบัตรเครดิต หรือโอนผ่านบัญชีธนาคาร)
เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว นักช้อปสามารถ ตรวจสอบประวัติการซื้อของตนเองได้ตลอดเวลา ผ่านระบบออนไลน์
ขั้นตอนที่ 2: ไปที่เคาน์เตอร์สนามบินเมื่อออกจากญี่ปุ่น

นักท่องเที่ยวจะต้อง ออกจากญี่ปุ่นภายใน 90 วันหลังจากซื้อสินค้า เพื่อขอคืนภาษี ซึ่งสอดคล้องกับระยะเวลาวีซ่านักท่องเที่ยวระยะสั้นที่สูงสุด 90 วัน
ที่สนามบินจะมีตู้คีออสต์ศุลกากรอัตโนมัติ ให้นักท่องเที่ยวสแกนพาสปอร์ตและตรวจสอบสินค้าที่ซื้อ ระบบจะตรวจสอบข้อมูลการเดินทางออกนอกประเทศโดยอัตโนมัติ และส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรแห่งชาติ รวมถึงร้านค้าที่เข้าร่วมโปรแกรมช้อปปลอดภาษี
ขั้นตอนที่ 3: รับเงินคืนภาษีหลังออกจากประเทศ

เมื่อสินค้าที่ซื้อและข้อมูลต่าง ๆ ผ่านการยืนยันเรียบร้อยแล้ว นักท่องเที่ยวจะ ได้รับเงินคืนภาษีตามวิธีที่เลือกไว้ตอนลงทะเบียน ไม่ว่าจะเป็นการคืนเข้าบัตรเครดิตหรือโอนเข้าบัญชีธนาคาร
การปรับตัวกับนโยบายคืนภาษีรูปแบบใหม่

แม้ระบบคืนภาษีรูปแบบใหม่นี้อาจดูเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาญี่ปุ่นบ่อย ๆ เพื่อชมสถานที่และช้อปสินค้าที่ชื่นชอบ แต่จริง ๆ แล้วการปรับระบบครั้งใหญ่ครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อแก้ปัญหานักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าปลอดภาษี แต่กลับนำมาขายต่อในประเทศ ทำให้รัฐบาลเสียรายได้จากภาษีนั่นเอง
การปฏิรูประบบช้อปปลอดภาษีครั้งใหญ่สะท้อนความมุ่งมั่นของญี่ปุ่นในการป้องกันทุจริต แม้ต้องเพิ่มขั้นตอนยืนยันสินค้าที่ศุลกากร นักท่องเที่ยวยังคงได้สิทธิ์คืนภาษีอย่างโปร่งใส เริ่มใช้ 1 พฤศจิกายน 2026 ส่วนการเผื่อเวลาที่สนามบินขึ้นอยู่กับน้ำหนักและจำนวนสัมภาระของตัวเอง!
⬇︎ไม่ว่าจะสนใจระบบคืนภาษีใหม่หรือไม่ เราก็สามารถประหยัดเงินในญี่ปุ่นได้นะ⬇︎
ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURU, Facebook, Instagram, X(twitter)!
In my free time, I enjoy traveling by train and collecting station stamps from various destinations.
COMMENT
MAP OF JAPAN
SEARCH BY REGION
LATEST
VIEW MOREEVENT CALENDAR
VIEW MORE