Sponsored

❁ชุดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและร่างกายจากธรรมชาติ ด้วยแบรนด์ดังจากญี่ปุ่น BOTANIST❁

บทความนี้มีเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน

  • X
  • line

“ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และบำรุงผมของคุณโดยปราศจากการขจัดน้ำมันที่จำเป็นออก”

🌻ร้านค้าเปิดใหม่ที่ Omotesando จังหวัดโตเกียว🌻
แนะนำผลิตภัณฑ์ความงามจากธรรมชาติของญี่ปุ่น จากแบรนด์ BOTANIST

"ผลิตภัณฑ์ความงามจากญี่ปุ่น" กำลังเป็นที่นิยมไปทั่ว เมื่อนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ญี่ปุ่นแล้ว การช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย และเส้นผมเหล่านี้ ก็เป็นที่นิยมที่นักท่องเที่ยวจะต้องซื้อกลับไปให้ได้ เช่นเดียวกันกับเหล่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ในปัจจุบันนี้ ผู้คนมากมายบนโลกเริ่มที่จะหันมาตระหนักแล้วว่า พวกเขาเอาอะไรใส่ไปตามร่างกายของพวกเขาบ้าง

ด้วยเหตุผลนั้น JAPANKURU ก็เลยอยากจะมาแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและร่างกายที่เป็นที่รู้จักระดับนานาชาติจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสะกัดมาจากธรรมชาติเลยทีเดียว

 

 🍃  🍃  🍃  🍃  🍃  🍃 ❁ 🍃  

ร้าน Omotesando Botanist
BOTANIST Tokyo



จากความโด่งดังของ BOTANIST ร้านค้าสาขาเรือธงของญี่ปุ่น เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ค.ศ.2017 ที่ Omotesando จังหวัด Tokyo ก่อนหน้านั้นนี้ คนส่วนมากมักจะซื้อผลิตภัณฑ์ BOTANIST กันทางออนไลน์เสียมากกว่า รวมไปถึงสินค้าจำพวกยา หรือสินค้าจากร้านดองกี้ (Don Quijote) และอื่นๆอีกมากมาย
อย่างไรก็ตาม แน่นอนอยู่แล้วว่า โดยปกติแล้วจะมีสินค้าเพียงแค่บางชนิดเท่านั้นที่ขายทางออนไลน์อยู่
แต่สินค้าพิเศษตามฤดูกาล หรือสินค้าจากแบรนด์ต่างๆ จะไม่มีขาย
มันไม่เหมือนกับสินค้าราคาที่ถูกที่ขายในที่อื่นๆ ดังนั้นคุณก็ควรจะไปที่ร้านค้าแบรนด์เลย เพื่อที่จะเลือกสินค้าต่างๆนานาได้อย่างไม่รู้จบ

BOTANIST Tokyo
Sukegawa Build. 1F & 2F, 6-29-2, Jingu-mae, Shibuya, Tokyo
(東京都渋谷区 神宮前6丁目29−2助川ビル 1F・2F)
Google Maps
ชั้น 1 BOTANIST Tokyo: 11.00~20.00 น.
ชั้น 2 BOTANIST cafe: 11.00~20.00 น.
(รับอาหารออเดอร์สุดท้าย: 19.00 น.   รับเครื่องดื่มออเดอร์สุดท้าย: 19.30 น.)
*พนักงานสามารถพูดภาษาอังกฤษได้



ชั้นแรกจะพบกับร้านค้าที่จะมีสินค้าเกี่ยวกับการดูแลเส้นผมและร่างกายทั้งหมด รวมไปถึงสินค้าอื่นๆของ BOTANIST ด้วย



สิ่งที่เราชอบเกี่ยวกับการตกแต่งภายในร้านนี้ นั่นก็คือ การจัดวางทุกสิ่งทุกอย่างแบบเรียบร้อยสุดๆ และจัดวางแบรนด์ให้เข้ากันด้วย เป็นการจัดวางที่ดูเรียบหรูมาก และการที่จะเอิ้อมข้ามไปหยิบผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ก็อาจจะทำให้มันล้ม และเละเทะได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างไปได้ด้วยดี และไม่เละเทะ หรือว่าไปชนอะไรอย่างอื่นเข้า



ใจกลางของร้านค้านี้นั้น มีสินค้าวางเรียงด้วยกันอยู่เป็นตับ ซึ่งก็เป็นการดี เพราะนั่นจะทำให้คุณประหยัดเวลาในการเดินกลับไปกลับมา เพื่อเปรียบเทียบสินค้าต่างๆที่มี



ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมในช่วงฤดูใบไม้ผลิสุดลิมิเตทจาก BOTANIST

อย่างที่เรากล่าวไปในข้างต้น หนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดเมื่อมาถึงหน้าร้านค้าแบรนด์แล้ว นั่นก็คือ การมองหาสินค้า BOTANIST สุดลิมิเตท โดยในครั้งนี้เมื่อพวกเราไปถึง พวกเขาก็ได้แนะนำสินค้าสำหรับผมในฤดูใบไม้ผลิ มาพร้อมกับสองกลิ่นหอม ได้แก่ กลิ่นดอกซากุระ (cherry blossom) & ดอกโบวตั๋น (gekkabijin) และกลิ่นดอกมูเกท์ (muguet) & ดอกส้ม (orange blossom) พวกเราเองนั้นชอบกลิ่นดอกซากุระจากแชมพูและครีมนวดผมมากๆ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ากลิ่นหวานๆไม่ใช่แนวของคุณละก็ เราแนะนำให้คุณใช้กลิ่นดอกมูเกท์ และดอกส้มแทนนะ (muguet & orange blossom) 🌸♡🍊

แชมพู และครีมนวดผม จาก BOTANIST
💴1,152 เยนต่อขวด (หรือประมาณ 14 ดอลล่าร์)
*เฉพาะกลิ่น cherry blossom & gekkabijin
*เฉพาะกลิ่น muguet & orange blossom



ผลิตภัณฑ์ครีมทามือสุดลิมิเตท จาก BOTANIST

🌻อีกหนึ่งสินค้าที่มีขายเฉพาะที่หน้าร้านเท่านั้น🌻

นอกจาก "แชมพูและทรีทเม้นท์" ที่ทางร้านค้าจะมีขายแล้ว ที่นี่ก็ยังมีสินค้าและผลิตภัณฑ์อีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลร่างกายอีกด้วย อย่างสินค้าตัวนี้ก็คือ เซ็ตกล่องของขวัญครีมทามือ ที่มีขายตั้งแต่ 22 มกราคม มาพร้อมกับ 3 กลิ่นหอมที่มีขายปกติอย่าง "กลิ่นองุ่นและดอกคาโมมายล์", "กลิ่นลาเวนเดอร์และดอกฟรีเซีย" และ "กลิ่นมะนาวและดอกลิลลี่" อย่างไรก็ตาม ในร้านค้าเรือธงของ Botanist นั้น คุณยังสามารถซื้อครีมทามือสุดลิมิเตทได้ที่เฉพาะหน้าร้านนี้เท่านั้น นั่นก็คือ "กลิ่นฮิอิรางิและดอกมะลิ" !
ดังนั้นที่นี่ คุณจะสามารถซื้อครีมทามือ BOTANIST แยกเป็นหลอดๆไปก็ได้ หรือจะซื้อทั้งหมด 4 กลิ่น เป็นเซ็ตกล่องของขวัญสำหรับคนที่คุณรักก็ได้!

ครีมทามือ BOTANICAL
💴800 เยนต่อหลอด (ประมาณ 7.50 ดอลล่าร์) + ภาษี



ผลิตภัณฑ์ของใช้ประจำวันจาก BOTANIST

ที่ร้าน Botanist นั่น สินค้าแบบดั้งเดิมก็ยังได้รับความนิยมอยู่เช่นกัน ซึ่งจะเป็นพวกสินค้าที่มีประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น แปรงหวีผม, กระเป๋าถือทรงเหลี่ยม, ฟองน้ำขัดผิว, ผ้าเช็ดตัว และของใช้ต่างๆขนาดพกพาสำหรับการเดินทาง

แปรงหวีผม BOTANIST
💴1400 เยน (ประมาณ 13 ดอลล่าร์) + ภาษี



ถุงสำหรับเติมขวดของผลิตภัณฑ์ BOTANIST

สินค้าจากใหญ่มาเล็ก, แพกเกจที่รีฟิล หรือเติมได้ในขนาดสำหรับกระเป๋าเดินทาง, ชุดเซตสำหรับเดินทางที่มาจากแบรนด์เดียวกัน ทั้งหมดนั้นค่อนข้างที่จะหายากสำหรับในร้านดองกี้ (Don Quixote) หรือร้านยาทั่วไป และผู้คนส่วนมาก มักจะชอบแพกเกจที่มีลักษณะแบบมินิมอล โดยที่ลักษณะแบบนี้นั้น เป็นคอนเซปท์หลักๆของสินค้าที่มาจาก "ธรรมชาติเท่านั้น" อยู่แล้ว

ที่เติมแชมพูและครีมนวดผมจาก BOTANICAL
💴1,200 เยน (ประมาณ 11 ดอลล่าร์) + ภาษี

สบู่จาก BOTANICAL
💴900 เยน (ประมาณ 8.5 ดอลล่าร์) + ภาษี



ภายในร้านค้าของ Botanist นั้น พวกเราจะได้พบกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ และเส้นผม ที่ผลิตโดย Botanist ที่นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์อื่นๆของ Botanist โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างเป็นพิเศษของ JADE BLAN ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันแพงเลยสักนิด แต่นั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงเป็นที่นิยม! ซึ่งตัวนี้นั้นจะมีชุดทดลองสำหรับให้คุณได้ทดลองใช้ได้ 7 วัน!

ชุดเซตทดลองแบบเต็มจาก JADE BLAN
💴5400 เยน + ภาษี



ถ้าคุณอยากให้ผลิตภัณฑ์ Botanist เป็นของขวัญแก่ใครสักคนแล้วละก็ คุณสามารถใช้บริการห่อของขวัญที่นี่ได้ในราคาถูก สิ่งที่คุณต้องทำก็มีแค่ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ถูกใจสักอย่างสองอย่าง หรือจะถามพนักงานเพื่อขอคำแนะนำก็ได้ และจากนั้นก็ห่อมันซะ! ง่ายมาก~
*มี 3 ขนาดให้เลือกสำหรับกล่องของขวัญ

Gift Box
💴🎁S 108 เยน, M 324 เยน, L 540 เยน

 🍃  🍃  🍃  🍃  🍃  🍃  🍃  

คาเฟ่ BOTANIST
อาหาร และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ชั้น 2



🌻☕🍃☕🌼☕🍃☕🌸

ที่นี่มีคาเฟ่ธรรมชาติอยู่ที่ชั้น 2 ของร้านค้า คาเฟ่นี้ทั้งดูน่ารัก และเงียบสงบ ซึ่งก็ดูเข้ากันไปกับความธรรมชาติ และความสุขภาพที่ดีที่เป็นภาพลักษณ์ของ BOTANIST อยู่แล้ว ซึ่งความธรรมชาติและความมีสุขภาพที่ดี เป็นสิ่งสำคัญมากๆในประเทศแถบตะวันตก แต่กับประเทศญี่ปุ่นนั้น เพิ่งจะเริ่มต้นเทรนด์เหล่านี้ได้ไม่นานนี้เอง

🍵BOTANIST คาเฟ่ ชั้น 2
⏰11.00~20.00 น. (รับออเดอร์สุดท้ายเวลา 19.00 น.)



เหยือกสมูทตี้ – อโวคาโด x กีวี ราคา 1,300 เยน + ภาษี



สลัดและผลไม้ ราคา 1,300 เยน + ภาษี



ชาสมุนไพรดอกอัญชัญ ราคา 600 เยน + ภาษี

พวกเรานั้นได้ลองใช้ชุดเซทแชมพู​,​ ครีมนวดผม และน้ำมันใส่ผมแล้ว ก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของผมได้ทันทีหลังจากใช้ ไม่ใช่แค่เหตุผลจากราคาเท่านั้น แต่การดูแลสุขภาพร่างกายนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นกัน
BOTANIST เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ผลิตภัณฑ์ที่ดี ที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก และเหมาะมากๆสำหรับคนที่กังวลในเรื่องของส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ มันคุ้มค่าที่จะลองมากๆ ดังนั้นครั้งหน้าถ้าหากคุณมากญี่ปุ่นละก็ อย่าลืมที่จะแวะร้านค้าใน Omotesando/Harajuku กันนะ!

คุณทราบเกี่ยวกับแบรนด์เครื่องสำอางในญี่ปุ่นที่เป็นที่โด่งดังบ้างไหมละ
พวกเราอยากจะรู้บ้างจัง!
˖°แบ่งปันเรื่องราวของคุณกับพวกเรา°˖

สำหรับหัวข้อที่น่าสนใจอื่นๆ
กรุณาคลิกที่นี่ → JAPANKURU
ติดตามข่าวสาร และบทความใหม่ๆได้ทุกวันที่ JAPANKURU🐶 

หรือเพิ่มพวกเราบน Instagram, PinterestGoogle+ และแบ่งปันรูปภาพสไตล์ญี่ปุ่นของคุณกัน💖🗾

Details

NAME:BOTANIST Tokyo

MAP

ADDRESS:

6-29-2, Jingu-mae, Shibuya, Tokyo

ACCESS:สถานี Meiji-jingumae (Harajuku)

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS