AniTouch
Sponsored

รีวิวสวนสัตว์ในร่ม “AniTouch” กลางโตเกียว ใหญ่ที่สุดในเมือง! สัมผัสสัตว์น่ารัก ให้อาหาร ชมคาปิบาราแช่น้ำ

บทความนี้มีเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน

  • X
  • line

AniTouch Tokyo Dome City สวนสัตว์ในร่มที่ให้เราสามารถสัมผัสเหล่าสัตว์ได้ เปิดให้บริการเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในสถานที่พักใจยอดนิยมของโตเกียว ไม่ว่าจะมาเที่ยวกับครอบครัว คู่รัก เพื่อน หรือแม้แต่มาคนเดียวก็เหมาะสุด ๆ !

ที่นี่ดำเนินการโดยสวนสัตว์อิซุชาโบเต็น(Izu Shaboten Zoo) เจ้าของไอเดียคาปิบาราแช่ออนเซ็นชื่อดัง ภายในมีสัตว์น่ารักมากมาย รวมถึงคาปิบาราที่แช่น้ำในอ่างทรงขาโต๊ะสุดคลาสสิก และยังมีคาเฟ่ CAPPY CAFE ที่เสิร์ฟเมนูธีมสัตว์สุดน่ารักให้ได้เพลินกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่

สัมผัสสัตว์ใจกลางโตเกียว ทั้งสนุกและน่ารักสำหรับทุกวัย

สวนสัตว์ในร่ม “AniTouch”

คนที่ชอบเที่ยวญี่ปุ่นอาจคุ้นชื่อสวนสัตว์อิซุชาโบเต็น(Izu Shaboten Zoo) กันมาบ้าง เพราะที่นี่เขาดังเรื่องคาปิบาร่าแช่ออนเซ็น ทั้งยังเป็นสวนสัตว์ที่เปิดให้สัมผัสสัตว์อย่างใกล้ชิด เป็นจุดเที่ยวสุดฮิตของครอบครัว ล่าสุดทางสวนสัตว์ได้เปิด AniTouch สวนสัตว์ในร่มแบบสัมผัสสัตว์หลากหลายสาขาตามแต่ละเมืองทั่วประเทศ เช่น โอไดบะ โตเกียวโดมซิตี้ โยโกฮาม่า และนาโกย่า รวม 6 แห่ง เพื่อให้คนเมืองได้ใกล้ชิดธรรมชาติและเรียนรู้เรื่องสัตว์มากขึ้น

ทางเข้า AniTouch สวนสัตว์ในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว

สาขาหนึ่งในนั้นมี AniTouch Tokyo Dome City ซึ่งถือเป็นสาขาใหญ่และทันสมัยที่สุด บนพื้นที่กว่า 1,200 ตารางเมตร มีสัตว์เล็กสัตว์น้อยกว่า 50 สายพันธุ์ รวมแล้วกว่า 300 ตัว ที่บอกเลยว่าบางตัวไม่ใช่ว่าจะพบเจอกันได้ง่าย ๆ แถมยังมี “โซนสัตว์กลางคืน“ ให้ชมด้วย

นอกจากนี้ยังมี CAPPY cafe คาเฟ่ที่มีให้บริการแบบ Take out แห่งแรกของ AniTouch พร้อมเมนูอาหารและเครื่องดื่มธีมคาปิบาราและเพื่อนสัตว์น้อยสุดคิวท์           

ก่อนที่เด็ก ๆ จะเยอะเพราะเข้าสู่ช่วงปิดเทอมหน้าร้อน ทีมงาน JAPANKURU เลยรีบชิงไปก่อน ได้ไปสัมผัสบรรยากาศจริงมาแล้ว และใช้ช่วงบ่ายกับความน่ารักและพักใจไปกับเหล่าสัตว์น้อยอย่างเต็มอิ่ม เลยอยากมาแชร์ให้ทุกคนดูว่าข้างในมีอะไรน่าสนใจบ้าง!            

①โลกของสัตว์เล็กหลากหลายที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน

คาปิบารากำลังแช่น้ำในสวนสัตว์ AniTouch

อย่างที่เล่าไปด้านบนว่า ที่ AniTouch Tokyo Dome City แห่งนี้มีสัตว์เล็กอยู่มากกว่า 50 สายพันธุ์ รวมกว่า 300 ตัว ถึงจะเรียกรวม ๆ ว่า “สัตว์เล็ก” แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้เล็กจิ๋วขนาดนั้น แต่ละตัวก็มีขนาดแตกต่างกันไป สิ่งที่เหมือนกันคือน้อง ๆ ทุกตัวมีนิสัยค่อนข้างสงบและเป็นมิตร

ให้อาหารตัวลีเมอร์หางแหวน
เมียร์แคทเกาะกลุ่มกันอยู่ภายในกรง
ตัวสลอธที่ไม่ขยับไปไหนเลย
เหล่าลูกเจี๊ยบกำลังกินอาหาร

เหล่าน้อง ๆ ที่ตัวใหญ่นิดนึง อย่างเช่น คาปิบารา แพะหูยาว แกะซัฟโฟล์ค และสลอธ ส่วนกลุ่มสัตว์ขนาดกลาง เช่น ลีเมอร์หางแหวน เมียร์แคต นกฮูก และหมูจิ๋ว ส่วนสัตว์เล็กก็มีตั้งแต่ลูกเจี๊ยบ เม่นแคระ 4 นิ้ว หนูตะเภา ไปจนถึงหนูหริ่งบ้านลายแพนด้า เรียกได้ว่าใครที่มาเยือนที่นี่เหมือนได้เปิดโลกของ “สัตว์เล็ก” ให้กว้างขึ้นกว่าที่เคย

คาปิบาร่าอยู่ร่วมกับสัตว์อื่นอย่างสงบ

โซนพิเศษที่น่าสนใจคือ “โซนของคาปิบาราและลีเมอร์หางแหวน” ภายในโซนนี้เป็นพื้นที่ที่สัตว์หลายชนิดอยู่ร่วมกันได้อย่างอิสระ น้อง ๆ ที่อยู่ด้วยกันในโซนนี้มีตั้งแต่คาปิบารา ลีเมอร์หางแหวน แพะลายแพนด้า แกะซัฟโฟล์ค หรือนกเงือกคอขาว ราวกับอยู่ในทุ่งหญ้าหรือป่าในธรรมชาติจริง ๆ

โซนนกภายใน AniTouch

อีกหนึ่งโซนคือ “Bird Paradise” หรือสวนนก ที่เต็มไปด้วยนกแก้วหลากสีหลากขนาด เช่น นกหงส์หยกและนกค็อกคาเทลที่บินไปมาทั่วกรง นอกจากนี้ยังมีเป็ดและนกกระตั้วด้วย ทำให้โซนนี้คึกคักและสดใสเป็นพิเศษ

โซนสัตว์กลางคืนภายใน AniTouch

และจะไม่พูดถึงอีกโซนที่เป็นดาวเด่นของที่ AniTouch Tokyo Dome City ไม่ได้ “โซนสัตว์กลางคืน” ที่นี่มีทั้งนกฮูก ลิงกลางคืน ลีเมอร์ และกระรอกบิน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่ออกหากินกลางคืนให้ชมอย่างใกล้ชิด

②คาปิบาร่าในอ่างน้ำ

คาปิบารากำลังแช่น้ำในสวนสัตว์ AniTouch โตเกียว

หากพูดถึงภาพจำของสวนสัตว์อิซุชาโบเต็นแล้ว คงหนีไม่พ้นคาปิบาราหน้าตาจ๋องแสนขี้อ้อนที่กำลังแช่อ่างกลางแจ้งอย่างมีความสุขในหน้าหนาว จนกลายเป็นกระแสทุกที แต่รู้หรือไม่ว่าที่ AniTouch Tokyo Dome City เราสามารถชมคาปิบาราแช่อ่างได้ตลอดทั้งปีเลย

คาปิบาราที่นี่เป็นครอบครัวที่ย้ายมาจากสวนสัตว์อิซุชาโบเต็น โดยมีพ่อคาปิบาราผู้สุขุม แม่คาปิบาราที่ดูแลลูก ๆ อย่างดี และลูกคาปิบาราสุดน่ารัก❤︎

ลูบคาปิบาร่าได้อย่างใกล้ชิด

ที่อยู่ของคาปิบาราเป็นส่วนที่ใช้อยู่ร่วมกับสัตว์อื่น ๆ ด้วย แต่เหล่าคาปิบาราก็เดินชิลอย่างอิสระไปทั่วโซน ทำให้ทุกคนที่เข้ามาสามารถดูและลูบน้องได้อย่างใกล้ชิด บวกกับเดิมที่คาปิบารามีนิสัยสงบและอ่อนโยนอยู่แล้ว ดังนั้นแม้แต่เด็กเล็กก็สามารถสัมผัสได้อย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง

ให้อาหารคาปิบาร่าได้อย่างใกล้ชิด

แน่นอนว่าเราสามารถให้อาหารคาปิบาร่าได้ด้วย ที่นี่มีจำหน่ายของว่างสำหรับสัตว์โดยเฉพาะ (เดี๋ยวจะแนะนำวิธีในหัวข้อต่อ ๆ ไป อยู่อ่านด้วยกันก่อน!)

📌ข้อควรระวัง แม้คาปิบาร่าจะเป็นสัตว์หน้าจ๋องที่ดูไม่อะไรกับใคร แต่น้องมีฟันหน้าแข็งแรงกว่าที่คิด ดังนั้นตอนให้อาหารอย่าเผลอละสายตา เพราะน้องอาจงับนิ้วเอาได้

③สัมผัสประสบการณ์แสนพิเศษ ใกล้ชิดสัตว์เล็กแบบไม่เหมือนที่ไหน

กำลังลูบแพะแบบใกล้ ๆ
สัมผัสกับสัตว์ตัวเล็กน่ารักแบบใกล้สุด ๆ
สัมผัสกับสัตว์ตัวเล็กน่ารักแบบใกล้สุด ๆ

โดยปกติเวลาไปสวนสัตว์ เรามักจะทำได้แค่มองดูอยู่จากด้านนอกกรงเท่านั้น แต่ที่ AniTouch เขาออกแบบให้เป็นสวนสัตว์ในร่มที่เราสามารถใกล้ชิดกับสัตว์ต่าง ๆ ได้จริง ๆ เพื่อให้คนเมืองอย่างเรา ๆ ได้มีโอกาสรู้จักและเข้าใจสัตว์มากขึ้น แถมยังได้เรียนรู้ที่จะอ่อนโยนกับเพื่อนร่วมโลกตัวน้อยเหล่านี้ไปพร้อม ๆ กันด้วย

ที่สวนเลยเปิดโอกาสให้เราได้เข้าไปสัมผัสกับสัตว์ตัวเล็กน่ารักแบบใกล้สุด ๆ จะลูบ จะนั่งดู หรือบางตัวก็สามารถอุ้มได้ด้วยนะ เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องเคยเห็นสัตว์เหล่านี้ตามสารคดีหรือการ์ตูน แต่พอได้มาเจอตัวจริงตรงหน้า บวกกับได้ลองสัมผัส มันให้ความรู้สึกพิเศษยิ่งกว่า เหมือนช่วยเยียวยาจิตใจ และคลายความเครียดในชีวิตประจำวันไปเลย

แม้ว่าเกือบทุกตัวจะสามารถสัมผัสได้ แต่สัตว์ที่สามารถอุ้มได้นั้นจะจำกัดเฉพาะบางสายพันธุ์ และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ ซึ่งในแต่ละโซนจะมีป้ายบอกไว้อย่างชัดเจน ใครที่ไม่แน่ใจลองสอบถามพนักงานตามแต่ละจุดได้เลย

โซนนกใน AniTouch

อีกหนึ่งไฮไลต์น่ารัก คือเจ้านกค็อกคาเทลในโซน “Bird Paradise” ที่บอกเลยว่าเป็นมิตรกับคนมากจนใครเห็นก็ต้องยิ้มตาม! ทีมงาน JAPANKURU เองยังแอบตกใจ เพราะน้องชอบบินมาเกาะแขน เกาะไหล่ หรือไม่ก็ตรงขึ้นไปบนหัวเลย😂 แถมยังร้องจิ๊บ ๆ เหมือนกำลังชวนคุยอยู่ตลอดเวลา เป็นประสบการณ์ที่น่ารักเกินต้านจริง ๆ

④ สนุกกับการให้อาหารสัตว์น้อยน่ารัก

ให้อาหารสัตว์เล็กได้อย่างใกล้ชิด
ให้อาหารนกได้อย่างใกล้ชิด
กำลังให้อาหารสัตว์เล็ก

แค่ได้ลูบ ได้สัมผัสสัตว์ตัวเล็ก ๆ ก็ว่าน่ารักแล้ว แต่ที่ AniTouch ยังมีกิจกรรมที่ห้ามพลาดอีกอย่าง คือ การให้อาหารสัตว์! ไม่ว่าจะเป็นคาปิบารา แพะหูยาว ลูกเจี๊ยบ เป็ด หรือแม้แต่น้องหนูตะเภา ก็สามารถให้อาหารได้ด้วยตัวเองเลย

ในสวนจะมีอาหารแบบพิเศษสำหรับสัตว์นานาชนิดให้เลือกซื้อ ราคาอยู่ที่ชุดละ 200 เยน แต่ถ้าใครติดใจอยากให้อาหารหลายรอบ ก็มีบัตรจำหน่ายขนม 6 ชุดในราคา 1,000 เยน (เหมือนได้ฟรี 1 ชุด) หรือ 13 ชุดในราคา 2,000 เยน (เหมือนได้ฟรี 3 ชุด) ซึ่งจะคุ้มกว่าแน่นอน!

※ ห้ามนำของกินจากข้างนอกมาให้น้องสัตว์เองเด็ดขาด!

⑤CAPPY café คาเฟ่น่ารักกับเมนูสุดคิวท์และของที่ระลึกน่าเก็บ

คาเฟ่นั่งพักผ่อนบริเวณด้านนอก AniTouch
ด้านหน้าคาเฟ่ CAPPY café
ขนมคัสตาร์ดรูปคาปิบาร่า

ตั้งแต่ AniTouch Tokyo Dome City เปิดเมื่อปีที่แล้ว พร้อม ๆ กันก็มีร้านเทคเอาท์สุดน่ารัก CAPPY café ด้วย! ที่นี่มีเมนูอาหารธีมสัตว์น่ารัก ๆ ให้เลือกเพียบ ซึ่งเมนูเด่นที่ห้ามพลาดเลยก็คือ “คาปิบาร์เกอร์” เบอร์เกอร์รูปคาปิบาราแสนน่ารัก ที่ดูดีไม่ใช่แค่หน้าตา เพราะรังสรรค์โดยร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังจากจังหวัดชิบะอย่าง ร้าน R’s ทั้งกลิ่นหอมและรสชาติคือดีงามจนต้องยกนิ้วให้ เป็นเมนูที่ต้องลองให้ได้เมื่อมาที่ CAPPY café!

สายขนมหรือของหวานเบา ๆ ก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะยังมีเมนูน่ารักอีกเพียบ เช่น เมลอนโซดาพร้อมคาปิบาราโมจิ ฮอตดอกลายลิงทามาริน ขนมมันจูทอดรูปเม่นแคระ และคาปิบารายากิ (ขนมคัสตาร์ดรูปคาปิบารา) ที่น่ารักไม่ไหวจนขายดีสุด ๆ

ถึงแม้ CAPPY café จะอยู่ด้านนอกของพื้นที่สวนสัตว์ แต่ก็มีที่นั่งเอาท์ดอร์ให้นั่งกินชิล ๆ ได้รอบ ๆ ตัวคาเฟ่เลย

ตุ๊กตาคาปิบาร่าแช่น้ำ ของที่ระลึกสุดน่ารัก
พวงกุญแจรูปสัตว์
กระเป๋าลายคาปิบาร่า

อิ่มท้องแล้วก็ต้องหาของที่ระลึกกลับบ้านกันหน่อย! ข้าง ๆ จุดขายตั๋วของ AniTouch จะมีร้านขายของที่ระลึกเล็ก ๆ ที่รวมสินค้าสุดน่ารักไว้เพียบ ทั้งตุ๊กตาห้อยกระเป๋ารูปสัตว์ตัวเล็ก ๆ หรือจะลองจับพวงกุญแจตุ๊กตาต่าง ๆ มาใส่ในตุ๊กตาอ่างน้ำ ได้ออกมากลายเป็นของขวัญสุดพิเศษแบบเฉพาะตัว ซื้อกลับไปเป็นที่ระลึกให้ตัวเอง หรือให้เป็นของขวัญก็เหมาะสุด ๆ

สินค้าลิมิเต็ดอิดิชั่นเฉพาะที่ AniTouch

ถ้าอยากได้ของที่มีแค่ที่นี่เท่านั้นก็มีเหมือนกันนะ เช่น พวงกุญแจคาปิบาราใส่ชุดเบสบอล หรือ ของใช้ลายพิเศษจาก CAPPY café ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว บอกเลยว่าลายน่ารักจนเลือกไม่ถูกแน่นอน (มีสิทธิ์เสียทรัพย์แบบไม่รู้ตัวเลยค่ะ!)

⑥ อยู่ได้นานเท่าที่อยาก! ไม่จำกัดเวลาเข้าชม

โซนทำงานภายใน AniTouch

หนึ่งในข้อดีสุด ๆ ของ AniTouch Tokyo Dome City คือสามารถอยู่ได้ทั้งวันแบบไม่จำกัดเวลา* โซนพื้นที่ด้านในมีจุดพักผ่อนให้นั่งชิล ไม่ว่าจะเป็นโซนนั่งเล่น เครื่องขายน้ำอัตโนมัติ พื้นที่สำหรับพักผ่อน และ working space ธีมสวนสัตว์สำหรับทำงาน นอกจากนี้ด้านนอกก็ยังมีคาเฟ่ CAPPY café ให้เราได้ใช้เวลาได้เพลิน ๆ ทั้งวัน

*อาจมีบางกรณีที่จำกัดเวลาเข้า

ในโซนทำงานนี้มีปลั๊กไฟ Wi-Fi และเก้าอี้ดีไซน์เก๋ไม่ซ้ำใครให้บริการ ที่เด็ดคือตรงมุมหนึ่งมีหุ่นไดโนเสาร์ ยืนมองอยู่เหมือนเป็นหัวหน้าฝ่ายดูแลการทำงานของทุกคน

เบอร์เกอร์คาปิบาร่าแสนอร่อยจาก CAPPY café

หรือถ้าเล่นจนหิว ก็สามารถแวะออกไปซื้อของกินที่ CAPPY café ได้เหมือนกัน

แถม! โมเมนต์อบอุ่นหัวใจจากเหล่าสัตว์ตัวน้อยใน AniTouch

เมียร์แคตกำลังใช้มือเกาหูแพะ

ระหว่างที่ทีมงาน JAPANKURU เล่นกับน้อง ๆ อยู่ข้างใน ก็มีเหตุการณ์น่ารักหลายอย่างที่อดยิ้มตามไม่ได้เลย อย่างเช่นในรูปด้านบนคือจังหวะที่เรากำลังถ่ายเจ้า เมียร์แคต ตัวน้อยที่กำลังยื่นมือออกจากช่องให้อาหาร แล้วจู่ ๆ แพนด้าแพะ ก็เดินเข้ามายืนตรงช่องนั้นพอดี พอมองดี ๆ ถึงได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วเมียร์แคตกำลังใช้มือเกาน้องแพะอยู่! และเจ้าตัวแพะก็ทำหน้ายิ้มฟินสุด ๆ ไปเลย

หรือจะเป็นน้องแพนด้าแพะ ที่พอเห็นเจ้าหน้าที่นั่งยอง ๆ ปุ๊บก็จะเดินเข้ามาซบที่อกทันที เพราะเจ้าหน้าที่คนนี้เคยอุ้มไว้บ่อย ๆ ตอนยังเป็นเด็ก พอโตแล้วแม้จะอุ้มไม่ได้เหมือนเดิม แต่น้องแพะยังคิดว่าตัวเองตัวเล็กอยู่ เลยมักจะเดินเข้ามาอ้อนเหมือนเดิมเสมอ

ส่วนเจ้านกค็อกคาเทลในโซน “Bird Paradise” ก็แสนจะขี้อ้อน พอถามเจ้าหน้าที่ว่าฝึกยังไงถึงได้เป็นมิตรแบบนี้ คำตอบคือเพราะว่าเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเป็นลูกนกเลยทำให้คุ้นชินกับคนนั่นเอง

โมเมนต์แบบนี้อาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่กลับทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงกับเหล่าสัตว์ และได้กลับมาทบทวนเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอีกครั้ง

การเดินทางและซื้อตั๋ว

แผนที่บริเวณโตเกียวโดม
ที่มาภาพ:เว็บไซต์ทางการ

สวนสัตว์ในร่ม AniTouch Tokyo Dome City ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ของอาคารสีเหลือง (Yellow Building) ภายในโตเกียวโดมซิตี้ การเดินทางมาที่นี่สามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวก โดยสามารถลงที่สถานี Suidobashi, Kasuga หรือ Korakuen แล้วเดินต่อเพียงไม่ไกล สามารถเลือกเดินทางมาลงตามสถานีที่สะดวกได้เลย

ใครที่กลัวมาไม่ถูก แนะนำให้ดูแผนที่จากเว็บไซต์ทางการของ Tokyo Dome City หรือหากมาถึงแล้วจะดูแผนที่ตรงโตเกียวโดมก็ได้เหมือนกัน

จุดถ่ายรูปภายใน AniTouch

ค่าบัตรเข้าชม AniTouch Tokyo Dome City แบ่งเป็น 2 ราคาคือวันธรรมดาและวันหยุด (เสาร์-อาทิตย์, วันหยุดนักขัตฤกษ์)
สำหรับราคาของผู้ใหญ่ จะอยู่ที่วันธรรมดา 1,800 เยน วันหยุด 2,000 เยน / นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไปถูกกว่าผู้ใหญ่ 200 เยน / เด็ก (4 ปีถึงประถม) ถูกกว่าผู้ใหญ่ 800 เยน / เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เข้าชมฟรี

หากต้องการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ให้อาหารสัตว์ หรือเล่นเครื่องเล่นในพื้นที่บางจุด อาจมีค่าบริการเพิ่มเติมแยกต่างหาก

📌AniTouch Tokyo Dome City(アニタッチ 東京ドームシティ)
ที่อยู่: 1F อาคารสีเหลือง (Yellow Building), 1-3-61 Kōrakuen, เขตบุงเคียว, โตเกียว
เวลาเปิดทำการ:
▪︎วันธรรมดา: 10:30-19:00 น. (เข้ารอบสุดท้าย 18:30 น.) 
▪︎วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ / วันหยุดนักขัตฤกษ์: 10:30-20:00 น. (เข้ารอบสุดท้าย 19:30 น.) 
เปิดตลอดปีไม่มีวันหยุด (ยกเว้นช่วงที่ Tokyo Dome City ปิดบริการ)
ค่าบริการ (เข้าได้ไม่จำกัดเวลา):
▪︎วันธรรมดา
ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป): 1,800 เยน | นักเรียน (มัธยมต้นขึ้นไป): 1,600 เยน | เด็ก (อายุ 4 ปี – ประถม): 1,000 เยน | เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: ฟรี
▪︎วันหยุด (เสาร์-อาทิตย์, วันหยุดนักขัตฤกษ์)
ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป): 2,000 เยน | นักเรียน (มัธยมต้นขึ้นไป): 1,800 เยน | เด็ก (อายุ 4 ปี – ประถม): 1,200 เยน | เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: ฟรี
การเดินทางโดยรถสาธารณะ:
▪︎JR หรือรถไฟใต้ดิน Toei สาย Mita ลงที่ สถานี Suidobashi ทางออก East / West
▪︎รถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Marunouchi หรือ Nanboku ลงที่ สถานี Korakuen ทางออกหมายเลข 2
▪︎รถไฟใต้ดิน Toei สาย Oedo ลงที่ สถานี Kasuga ทางออกหมายเลข 6
เว็บไซต์ทางการ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาขาอื่นของ AniTouch

ลีเมอร์ขี่หลังคาปิบาร่า
ที่มาภาพ:AniTouch Minatomirai

ในบทความนี้ เราแนะนำ AniTouch Tokyo Dome City ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดและมีคอนเทนต์ครบครันที่สุด แต่จริง ๆ แล้วความน่ารักยังไม่หมดแค่นั้น!
เพราะ AniTouch ยังมีสาขาอื่น อย่างเช่นใน โอไดบะ และ มินาโตะมิไร (โยโกฮาม่า) ด้วย ดังนั้นสำหรับใครที่มีแผนเที่ยวหรือช้อปปิ้งที่สองย่านนี้อยู่แล้ว ลองแวะเข้าไปสัมผัสความน่ารักของเหล่าสัตว์น้อยกันดูได้น้า

AniTouch AQUA City Odaiba
ที่มาภาพ:AniTouch AQUA City Odaiba
AniTouch Minatomirai
ที่มาภาพ:AniTouch Minatomirai
AniTouch อควาซิตี้โอไดบะ(AniTouch AQUA City Odaiba
ที่อยู่:ชั้น 3 ศูนย์การค้า Aqua City Odaiba 1‑7‑1 ไดบะ เขตมินาโตะ โตเกียว

เวลาเปิดทำการ:
▪︎วันธรรมดา

11:00-19:00 น. (เข้ารอบสุดท้าย 18:30 น.)
▪︎วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด
11:00-21:00 น. (เข้ารอบสุดท้าย 20:00 น.)
※ เปิดตามเวลา Aqua City Odaiba
▪︎วันหยุด
เปิดตลอดปี
※ หยุดเฉพาะเมื่อ Aqua City Odaiba ปิด

ค่าเข้าชม (ไม่จำกัดเวลา):
▪︎วันธรรมดา
 ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) : 1,500 เยน
นักเรียน (ม.ต้นขึ้นไป) : 1,300 เยน
เด็ก (4 ขวบ – ป.6) : 800 เยน
ต่ำกว่า 3 ขวบ : เข้าฟรี
▪︎วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด
 ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) : 1,800 เยน
นักเรียน (ม.ต้นขึ้นไป) : 1,600 เยน
เด็ก (4 ขวบ – ป.6) : 1,000 เยน
ต่ำกว่า 3 ขวบ : เข้าฟรี

การเดินทาง:
▪︎รถไฟสาย Yurikamome ลงสถานี Daiba เดิน 1 นาที
▪︎รถไฟสาย Rinkai ลงสถานี Tokyo Teleport เดิน 6 นาที
เว็บไซต์ทางการ
AniTouch มินาโตะมิไร(AniTouch Minatomirai)

ที่อยู่:ชั้น 2 ด้านนอก (Deck Street) Yokohama World Porters 2‑2‑1 ชินโกะ เขตนากะ เมืองโยโกฮาม่า
เวลาเปิดทำการ:
▪︎วันธรรมดา

10:30-19:00 น. (เข้ารอบสุดท้าย 18:30 น.)
▪︎วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด
10:30-20:00 น. (เข้ารอบสุดท้าย19:30 น.)
※ เปิดตามเวลา World Porters
▪︎วันหยุด
เปิดตลอดปี
※ หยุดเฉพาะเมื่อ World Porters ปิด

ค่าเข้าชม (ไม่จำกัดเวลา):
▪︎วันธรรมดา
 ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) : 1,500 เยน
นักเรียน (ม.ต้นขึ้นไป) : 1,300 เยน
เด็ก (4 ขวบ – ป.6) : 800 เยน
ต่ำกว่า 3 ขวบ : เข้าฟรี
▪︎วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด
 ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) : 1,800 เยน
นักเรียน (ม.ต้นขึ้นไป) : 1,600 เยน
เด็ก (4 ขวบ – ป.6) : 1,000 เยน
ต่ำกว่า 3 ขวบ : เข้าฟรี

การเดินทาง:
▪︎สาย Minatomirai ลงสถานี Minatomirai หรือ Bashamichi เดิน 5 นาที
▪︎JR / รถไฟใต้ดินโยโกฮาม่า ลงสถานี Sakuragicho เดิน 10 นาที
▪︎รถบัสท่องเที่ยว “Akai Kutsu” ลงที่ Bankokubashi・World Porters
เว็บไซต์ทางการ

ข้อควรรู้ก่อนเข้าชม

หนูตะเภากำลังมองมาทางนี้

แน่นอนว่าการได้ใกล้ชิดกับสัตว์น้อยแบบนี้ เป็นประสบการณ์ที่แสนพิเศษและชวนฮีลใจให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่เราต้องอย่าลืมว่าน้องก็เป็นสิ่งมีชีวิต อาจเกิดอาการตกใจหรือเครียด บางครั้งน้องอาจกัดหรือข่วนเบา ๆ ได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของทั้งคนรอบข้างและสัตว์ โปรดปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานที่ เล่นกับน้อง ๆ อย่างอ่อนโยนด้วยความระมัดระวังกันน้า

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้อง ๆ หนู ๆ ที่เป็นเด็กประถมลงไป ผู้ปกครองอายุ 18 ปีขึ้นไปจำเป็นต้องซื้อบัตรเข้าชมและเข้าไปด้วยเสมอ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ทีมงานสามารถให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ แต่ไม่สามารถให้การรักษาพยาบาลได้ ดังนั้นความระมัดระวังขณะเข้าชมจึงสำคัญมาก

อีกหนึ่งเรื่องที่ควรรู้ คือสัตว์บางชนิดอย่างเช่น แพะ ด้วยนิสัยชอบกัด บางครั้งน้องอาจเข้ามากัดเสื้อผ้าหรือทำให้เปื้อนได้ง่าย แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าที่ไม่ต้องกังวลหากเปื้อนหรือขาด และอย่าลืมนำของสำคัญเก็บไว้ในล็อกเกอร์หรือชั้นวางของก่อนเข้าไปนะคะ

รายละเอียดเรื่องกฎการเข้าชมสามารถดูเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ทางการ (ภาษาอังกฤษ)

สัมผัสความอบอุ่นของสัตว์ได้แม้อยู่ในเมืองใหญ่

ลีเมอร์หางแหวนเกาพไหล่ เป็นจังหวะถ่ายรูป

การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ยุคใหม่ ถ้าเราไม่ได้เลี้ยงสัตว์เอง โอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับสัตว์ก็น้อยลง มนุษย์อย่างเรา ๆ ก็หลงลืมความรู้สึกของก่ารอยู่ร่วมกัน แต่ที่ AniTouch สวนสัตว์เปิดในร่มแห่งนี้มีความตั้งใจอยากมอบโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสกับ “ชีวิต” อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง

ใครจะรู้…แค่ได้ลูบขนนุ่ม ๆ หรือสบตาสัตว์น้อย อาจทำให้เราได้ฉุกคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติขึ้นมาอีกครั้ง รวมถึงได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติขึ้นมาได้อย่างไม่คาดฝันเลยก็ได้

ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURUFacebookInstagramX(twitter)

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS