พาเที่ยว Edo Tokyo Museum โฉมใหม่ปี 2026! เปิดแล้วหลังรีโนเวทนาน 4 ปี

  • X
  • line

โตเกียวเมื่อหลายร้อยปีก่อนหน้าตาเป็นยังไงกันนะ? ชวนย้อนเวลากลับไปเมื่อ 400 ปีที่แล้ว ชมเมืองและวิถีชีวิตของผู้คนในยุคสมัยที่เราเรียกกันว่า “ยุคเอโดะ”

ถ้าพูดถึงโตเกียว หลายคนอาจนึกถึงความทันสมัย รถไฟสุดล้ำ หรือแหล่งช้อปปิ้งสุดคึกคัก
แต่รู้ไหมว่ากว่าจะเป็นโตเกียวในปัจจุบัน เมืองนี้ผ่านอะไรมาบ้าง? วันนี้เราเลยขอพาทุกคนไปยัง Edo-Tokyo Museum พิพิธภัณฑ์ที่จะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปยังยุคสมัยที่โตเกียวยังเป็นเพียงเมืองที่ชื่อว่า “เอโดะ”

Edo Tokyo Museum พิพิธภัณฑ์ที่ไม่ได้แค่ดู แต่ได้ “สัมผัส” จริง

อุโมงค์สีแดงทางเข้าพิพิธภัณฑ์เอโดะโตเกียว

Edo Tokyo Museum ตั้งอยู่ในเขตเรียวโกกุ โตเกียว และเริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 1993 เพื่อเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และพัฒนาการของเมืองหลวงเก่าอย่าง “เอโดะ” สู่การเป็นมหานคร “โตเกียว” เช่นในปัจจุบัน

ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการถาวรที่แบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่โซนเอโดะ ที่เล่าถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเมืองในอดีต และโซนโตเกียว ที่แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นสมัยใหม่ ผ่านโมเดลจำลองฉากและอาคารต่าง ๆ ในขนาดเท่าจริง (life-size replica) หลายฉากถูกสร้างขึ้นในสเกลที่เรา “เดินเข้าไปได้” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ที่นี่แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไป 

หลังจากเปิดมาร่วม 30 ปี พิพิธภัณฑ์มีการปิดปรับปรุงชั่วคราวเป็นระยะสั้น ๆ ต่อมาในปี 2022 จึงได้ปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ เพื่ออัปเกรดพื้นที่จัดแสดงและระบบต่าง ๆ และเพิ่งกลับมาเปิดอีกครั้งในวันที่ 31 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ครั้งนี้บอกเลยว่ากลับมาพร้อมนิทรรศการใหม่และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้การเรียนรู้เรื่องราวของโตเกียวสนุกและ immersive ยิ่งกว่าเดิม! 

รายละเอียด Edo Tokyo Museum พิพิธภัณฑ์เอโดะโตเกียว
ที่อยู่:1-4-1 Yokozuna, Sumida-ku, Tokyo 130-0015
เวลาเปิดปิด: 9:30-17:30 น. (ยกเว้นวันเสาร์ ปิด 19:30 น.)
*ปิดทุกวันจันทร์
เดินทาง: รถไฟ JR สาย Chuo-Sobu และรถไฟใต้ดิน Toei สาย Oedo มาลงที่สถานีเรียวโกกุ (Ryogoku Station) เดินต่อประมาณ 2-5 นาที
ค่าเข้าชม: 

ผู้ใหญ่800 เยน
อายุ 65 ปีขึ้นไป400 เยน
นักศึกษา480 เยน
เด็กนักเรียนชั้นมัธยม300 เยน

*ต่ำกว่ามัธยมเข้าฟรี 

จุดเริ่มต้นที่สะพาน Nihonbashi

สะพานนิฮงบาชิขนาดใหญ่ภายในพิพิธภัณฑ์เอโดะโตเกียว

ตัวพิพิธภัณฑ์มีทั้งหมด 7 ชั้น โดยนิทรรศการหลักจะอยู่บริเวณชั้น 5–6 ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงขนาดใหญ่ จุดเริ่มต้นของเส้นทางการเดินจะเริ่มที่สะพาน Nihonbashi บนชั้น 6 ก่อนที่เส้นทางจะค่อย ๆ พาเราไหลไปตามลำดับเวลา 

🗣️ทำไมต้องเริ่มที่สะพาน Nihonbashi? จริง ๆ แล้วสะพาน Nihonbashi เป็นจุดเริ่มต้นของ “ถนนสายหลักทั้ง 5” (Gokaido) ที่เชื่อมเอโดะกับเมืองต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่น เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของญี่ปุ่นในยุคเอโดะเลยก็ว่าได้

ที่ปลายสะพาน Nihonbashi จะได้พบกับ “ม่านโนเรน” ม่านสีขาวบาง ๆ ซ้อนกันหลายชั้น อันเป็นสัญลักษณ์ของเส้นแบ่งระหว่างปัจจุบันและเอโดะ เป็นการบอกกลาย ๆ ว่า เมื่อผ่านม่านโนเรนนี้ เราจะได้ย้อนกลับไปยังยุคเอโดะ ทั้งการพัฒนาเมือง เหตุการณ์สำคัญ สงคราม และการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต ทุกอย่างถูกเล่าเรียงต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังเดินทางผ่านช่วงเวลาจริง ๆ

กลับมาครั้งนี้ มีอะไรใหม่?

การรีโนเวตครั้งนี้ไม่ได้แค่ปรับปรุงตัวอาคารให้ทันสมัยขึ้น แต่เป็นการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสบการณ์ภายในใหม่ทั้งหมด วันนี้ JAPANKURU ขอมาเปิดด้านในของพิพิธภัณฑ์ให้ดูกันว่ามีอะไรใหม่บ้าง

ร้านนาฬิกาฮัตโตริ

ด้านนอกร้านนาฬิกาฮัตโตริ ขนาดเท่าของจริง จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์เอโดะโตเกียว

หนึ่งในไฮไลต์ครั้งนี้คือการจำลอง Hattori Tokeiten ร้านนาฬิกาฮัตโตริขึ้นมาในขนาดที่เท่าของจริง พร้อมหอนาฬิกาสูงราว 26 เมตร

อาคาร Hattori Tokeiten แห่งนี้ไม่ใช่แค่ร้านนาฬิกาธรรมดา แต่ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของย่านกินซ่าในยุคเมจิ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศและพัฒนาเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่อย่างรวดเร็ว หอนาฬิกาสูงตระหง่านของอาคารแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนภาพแทนของความทันสมัยในยุคนั้น และเป็นจุดสังเกตสำคัญของผู้คนที่สัญจรไปมาในโตเกียว

🗣️ถ้าใครเคยไปกินซ่าอาจจะรู้สึกคุ้นตาหอนาฬิกานี้ เพราะอาคารแห่งนี้เป็นต้นกำเนิดของหอนาฬิกาที่เราเห็นกันในปัจจุบันอย่างอาคาร Wako ในกินซ่า ซึ่งยังคงตั้งอยู่และทำหน้าที่บอกเวลามาจนถึงทุกวันนี้

โรงละครคาบุกิ Nakamuraza 

โรงละครคาบุกิ Nakamuraza ขนาดจำลองเท่าของจริง

นอกจากหอนาฬิกาที่ใหญ่เท่าขนาดจริงแล้ว ยังมี Nakamuraza โรงละครคาบูกิชื่อดังในสมัยเอโดะ โดยถูกจำลองขึ้นในขนาดเท่าจริง มีความกว้างประมาณ 20 เมตร และลึกประมาณ 5.5 เมตร ในสมัยนั้นที่นี่เป็นสถานที่ที่ผู้คนทุกชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านหรือชนชั้นสูง ต่างพากันมาพักผ่อน ลืมความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวัน และดื่มด่ำไปกับโลกของคาบูกิ 

มีการจำลองการตกแต่งโรงละครด้วยป้ายชื่อแนวตั้ง เขียนตัวคันจิใหญ่ ๆ บอกรายละเอียดการแสดงแขวนเรียงกันด้านหน้า  โคมไฟ และภาพอุกิโยะบอกเล่าเรื่องราวที่จะแสดง การแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีคือ “คาโอมิเสะ” (kaomise) เพราะเป็นการรวมตัวของนักแสดงชื่อดังไว้ในเวทีเดียว 

🗣️ส่วนด้านบนที่เป็นเหมือนปล่อง เรียกว่า ยากูระ(櫓) จริง ๆ แล้วคือหอคอยเล็ก ๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ว่าโรงละครแห่งนี้ได้รับการอนุญาตจากโชกุนให้แสดงได้ เนื่องจากในสมัยเอโดะ การเปิดโรงละครต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลโชกุนนั่นเอง

เครื่องดนตรี และอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงคาบูกิในสมัยเอโดะ วางเรียงรายให้นักท่องเที่ยวชม

ไม่เพียงด้านหน้าเท่านั้น แต่ความพิเศษคือเปิดให้เข้าชมด้านในของโรงละครด้วย ด้านในจะมีจัดแสดงเครื่องดนตรี อุปกรณ์ประกอบการแสดงวางโชว์อยู่ด้วย 

แม้จะเป็นเพียงแบบจำลอง แต่ด้วยขนาดที่เท่าจริงและรายละเอียดที่ครบถ้วน ทำให้บรรยากาศภายในแทบไม่ต่างจากการได้ยืนอยู่ในโรงละครคาบูกิสมัยเอโดะจริง ๆ

เล่าชีวิตความเป็นอยู่ผ่าน “บ้านจำลอง”

หากจะถามว่าอะไรที่ทำให้เราเข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ของคนสมัยก่อนได้มากขึ้น ก็คงไม่พ้นสิ่งที่เรียกว่า ”บ้าน“ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะพาเราไปดูบ้านในแต่ละยุค เริ่มต้นจากยุคเอโดะ ที่ผู้คนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบ้านแถวไม้แบ่งห้องเล็ก ๆ แบบ Nagaya 

เมื่อเข้าสู่ยุคสมัยใหม่หลังการเปิดประเทศและเหตุการณ์สำคัญอย่าง แผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโต ค.ศ. 1923 (Great Kanto Earthquake) รูปแบบที่อยู่อาศัยก็เริ่มเปลี่ยนไป อาคารคอนกรีตเริ่มเข้ามามีบทบาท โดยเฉพาะอพาร์ตเมนต์อย่าง Dojunkai Daikanyama Apartment ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับชีวิตในเมืองที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว

หรือบ้านของผู้คนในช่วงสงคราม ที่มีลักษณะเรียบง่ายและเน้นการใช้งานจริงมากขึ้น ก่อนที่หลังสงคราม เมืองจะเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูและพัฒนาไปสู่รูปแบบการอยู่อาศัยสมัยใหม่

ห้ามพลาดถ้าอยากรู้จักเอโดะมากขึ้น

ผนังสีทองจากเอโดะ

เมื่อเข้ามาที่โถงชั้น 1 ของพิพิธภัณฑ์ สิ่งแรกที่โดดเด่นสะดุดตาคือผนังสีทอง หากมองผ่าน ๆ ก็จะเห็นเป็นผนังสีทองธรรมดา แต่เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ จะได้เห็นรายละเอียดที่ใช้เทคนิค “ซะคัง (左官)” ซึ่งเป็นเทคนิคฉาบปูนแบบดั้งเดิมโดยช่างฝีมือระดับของโตเกียว ช่วยถ่ายทอดทั้งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโตเกียว ผ่านพื้นผิววัสดุและงานฝีมือที่สัมผัสได้จริง 

แกลอรี่วิวทิวทัศน์แห่งเอโดะ

ห้องนี้เป็นแกลอรี่จัดแสดงภาพพิมพ์ซีรีส์ “One Hundred Famous Views of Edo” กว่า 120 ชิ้น ของ Utagawa Hiroshige เป็นภาพสถานที่สำคัญของเอโดะในช่วงบั้นปลายชีวิตของศิลปิน 

ภาพพิมพ์สถานที่ชื่อดังของญี่ปุ่นในยุคเอโดะ เทียบกับภาพสถานที่จริงในปัจจุบัน

ความน่าสนใจของแกลอรี่นี้คืออยู่ที่การนำเสนอ ที่ไม่เพียงแค่นำภาพมาจัดวางเฉย ๆ แต่ถูกจัดแสดงในคอนเสปต์ของหนังสือนำเที่ยว และยังมีการระบุตำแหน่งสถานที่ในภาพลงบนแผนที่ปัจจุบัน ผู้เข้าชมสามารถสแกน QR code ที่มุมด้านล่าง เพื่อเปรียบเทียบภาพในอดีตกับปัจจุบันได้ด้วยตัวเอง

สรุปเทรนด์จากเอโดะสู่โตเกียว

ถ้วยคบเพลิงและเสื้อกีฬาสมัยกีฬาโอลิมปิกปี 2020

นอกจากการเล่าเรื่องผ่านโมเดลขนาดใหญ่แล้ว ก่อนจบนิทรรศการหลักบนชั้น 5 ยังมีอีกหนึ่งโซนที่ชวนให้หยุดดู นั่นคือการจัดแสดงภายในตู้กระจกที่ค่อย ๆ ไล่เรียงทามไลน์ของสิ่งของ เครื่องแต่งกาย เทคโนโลยี ไปจนถึงกระแสสังคมและเหตุการณ์สำคัญในแต่ละยุค

รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ทำหน้าที่เติมเต็มภาพที่เราเห็นมาก่อนหน้า ทำให้การเดินชมไม่ได้จบแค่ความรู้สึก แต่ยังเข้าใจพัฒนาการของเมืองนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

สิ่งหนึ่งที่ทีมงาน JAPANKURU ชอบที่สุดคือการได้เห็นอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนญี่ปุ่นที่เปลี่ยนไปในแต่ละยุค ตั้งแต่มีแค่ขนมปังกับโอเด้ง จนมาถึงยุคที่เมนูอาหารหลากหลายขึ้นเรื่อย ๆ เป็นสิ่งที่น่าจะไม่ได้เห็นที่ไทยแน่ ๆ (อีกอย่างคือเขาทำจำลองออกมาได้น่ากินด้วย เลยชอบจุดนี้มากเป็นพิเศษ🍱)

ลองมาสัมผัสโตเกียวเมื่อ 400 ปีก่อนด้วยตัวเองกัน

นักท่องเที่ยวกำลังถ่ายภาพพิพิธภัณฑ์เอโดะโตเกียว

หลังจากปิดปรับปรุงยาวนานกว่า 4 ปี ตอนนี้ Edo Tokyo Museum ก็กลับมาเปิดให้ทุกคนได้เข้าไปสัมผัสโลกของเอโดะกันอีกครั้ง

นอกจากโซนที่แนะนำไปในบทความนี้ จริง ๆ แล้วภายในยังมีนิทรรศการอีกมากมายที่ไม่ได้พูดถึง แต่รับรองว่าเต็มไปด้วยรายละเอียดและความน่าสนใจไม่แพ้กัน และบางอย่างก็เป็นประสบการณ์ที่การอ่านหรือดูรูปอาจถ่ายทอดได้ไม่หมด ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจ

พิพิธภัณฑ์กลับมาเปิดให้เข้าชมอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2026 ใครมีแพลนมาโตเกียวในทริปหน้า อย่าลืมแวะมาสัมผัสบรรยากาศเหล่านี้ด้วยตัวเองนะ ✨

ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURU, Facebook, Instagram, X(twitter)

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS