Sponsored

ชินโฮทากะโรปเวย์ ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า 2 ชั้น ชมวิวเทือกเขาเจแปนแอลป์เหนือภายใต้ดวงดาวพร่างพราย

บทความนี้มีเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน

  • X
  • line

CONTENTS

ฮิดะ ทาคายามะ เป็นเมืองในจังหวัดกิฟุที่มีชื่อเสียงในฐานะเมืองเก่า เป็นหนึ่งในเมืองที่เชื่อมต่อไปยังเทือกเขาเจแปนแอลป์เหนืออันงดงาม ทั้งยังเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับตามรอยภาพยนต์อนิเมชั่นเรื่อง Your Name ของผู้กำกับชินไค มาโกโตะ จากที่นี่เราสามารถเดินทางไปชมทิวทัศน์ของภูเขาอันงดงามที่ระดับความสูง 2,156 เมตรกันแบบชิล ๆ ได้ด้วยกระเช้าลอยฟ้า 2 ชั้นที่เดียวในญี่ปุ่น!

ชมวิวเทือกเขาเจแปนแอลป์เหนือแบบ 360 องศาด้วยกระเช้าลอยฟ้า



เทือกเขาฮิดะ (Hida) หรือที่รู้จักกันในชื่อเทือกเขาเจแปนแอลป์เหนือเป็นกลุ่มภูเขาที่มียอดเขาสูงเป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ จังหวัดกิฟุ จังหวัดนากาโนะ และจังหวัดโทยามะ เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของนักพรตในสมัยโบราณ ทั้งยังเป็นเหมือนสรวงสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบการปีนเขามาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

โอคุโฮทากะดาเกะ (Oku-Hotakadake) เป็นยอดเขาที่อยู่บริเวณจุดศูนย์กลางของเทือกเขาโฮทากะ มีความสูงประมาณ 3,190 เมตร รายล้อมด้วยทิวเขาที่มียอดสูงกว่า 2,000 เมตร เช่น ภูเขายาริกาทาเกะ (Yarigatake / 槍ヶ岳) ที่สูงชันและเป็นแหล่งท้าทายทักษะการปีนเขาที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น (สูงประมาณ 3,180 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล), ภูเขาชิโรอุมะดาเกะ (Shiroumadake / 白馬岳) ที่เป็นที่ตั้งของหุบเขาหิมะอันเลื่องชื่อ และเทือกเขาทาเตยามะ (Tateyama / 立山) ที่โด่งดังในเรื่องกำแพงหิมะ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมจุดท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจ





(Image source: Shinhotaka Ropeway)

ทิวทัศน์ตระการตาที่ห้อมล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงตระหง่านเคยเป็นสิทธิพิเศษที่สงวนไว้สำหรับนักปีนเขาที่ท้าทายศักยภาพของตัวเองในการพิชิตยอดเขาเท่านั้น แต่ด้วยความรักในภูเขาของคนญี่ปุ่น ทำให้ตามภูเขาที่มีชื่อเสียงมักจะมีกระเช้าหรือเคเบิลคาร์เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ช่วยอำนวยความสะดวกให้ในการขึ้นไปชื่นชมความสวยงามของทิวทัศน์จากยอดเขา 

กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความงดงามอันยิ่งใหญ่ตระการตาของเทือกเขาเจแปนแอลป์เหนือแบบใกล้ชิด เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่คนรักภูเขาไม่ควรพลาดหากมาเที่ยวแถบกิฟุ

บอกได้เลยว่าฮิดะ ทาคายามะ เป็นที่ที่เหมาะกับการเที่ยวในทุกฤดูกาล เพราะไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์สีเขียวในฤดูร้อน ฉากต้นเมเปิลสีแดงในฤดูใบไม้ร่วง หรือภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวในฤดูหนาว ก็ล้วนมีเสน่ห์เชิญชวนให้ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองดูสักครั้ง



(Image source: Shinhotaka Ropeway)

พิเศษสุด ๆ กับการขึ้นกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะยามค่ำคืนที่เปิดให้บริการพิเศษพานักท่องเที่ยวขึ้นไปบนภูเขาที่ระดับความสูง 2,156 เมตรภายใต้บรรยากาศท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว เพลิดเพลินไปกับดวงดาวที่พร่างพรายเหนือทิวเขาสูงใหญ่สุดสายตา



(Image source: Shinhotaka Ropeway)

ด้วยระยะทางที่ยาวและความลาดชันของภูเขา (ระดับความสูงจากจุดเริ่มต้นถึงปลายทางเกินกว่า 1,000 เมตร) ทำให้กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะต้องแบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรก (กระเช้าลอยฟ้าหมายเลข 1) ออกเดินทางจากสถานีชินโฮทากะออนเซ็น (Shinhotaka Onsen station) ไปถึงสถานีนาเบะไดระ โคเกน (Nabedaira Kogen station) ระยะทางรวม 573 เมตร ใช้เวลาเดินทางรวม 4 นาที โดยจะปล่อยกระเช้าตอนนาทีที่ 00 และ 30 ของทุกชั่วโมง และช่วงที่ 2 (กระเช้าลอยฟ้าหมายเลข 2) จากสถานีชิระคาบะไดระ (Shirakabadaira station) ไปถึงสถานีนิชิโฮทากะคุจิ (Nishihotakaguchi station) ระยะทางรวม 2,598 เมตร ใช้เวลาเดินทางรวม 7 นาที โดยจะปล่อยกระเช้าตอนนาทีที่ 15 และ 45 ของทุกชั่วโมง

และหากเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องรอคิวนาน เพราะจะมีปรับเพิ่มรอบกระเช้าเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้เวลาทำการยังมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงฤดูกาล โดยสามารถเช็คข้อมูลตารางเวลาทำการจากหน้าเว็บไซต์ทางการ และอาจมีการงดให้บริการชั่วคราวเนื่องจากเหตุผลทางด้านสภาพอากาศ



Image source: Shinhotaka Ropeway (JAPANKURU English mark)

ส่วนที่เป็นไฮไลท์ของกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะคือกระเช้าลอยฟ้าหมายเลข 2 เพราะเป็นที่เดียวในญี่ปุ่นที่จะสามารถขึ้นกระเช้าไฟฟ้าแบบ 2 ชั้นได้!

หากเป็นช่วงที่ไม่มีหิมะตกก็สามารถเลือกไม่ขึ้นกระเช้าช่วงแรกแล้วขับรถตรงจากสถานีชินโฮทากะออนเซ็นไปสถานีนาเบะไดระ โคเกนโดยตรงแทนได้เช่นกัน

① สัมผัสเสน่ห์ของภูเขาสูงแบบชิล ๆ ด้วยกระเช้าลอยฟ้า

กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะจะพาคุณขึ้นไปชมความงดงามสุดอลังการของทิวเขาเจแปนแอลป์ที่ระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,156 เมตรได้อย่างง่ายดาย เป็นจุดชมวิวที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ โดยวิวภูเขาที่มองจากกระเช้าได้ชัดเจนที่สุดคือวิวเขาภูเขาคาซากะทาเคะ (Kasagatake / 笠ヶ岳) 

△วิวจากบนกระเช้า



เพียงแค่ก้าวมาถึงสถานีชินโฮทากะออนเซ็นซึ่งเป็นจุดขึ้นกระเช้าก็สามารถสัมผัสกับบรรยากาศที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติของขุนเขาได้ในทันที เมื่อขึ้นไปโดยสารบนกระเช้าก็ยิ่งทำให้หัวใจพองโตราวกับได้โบยบินขึ้นไปเหนือแนวภูเขาสูงตระหง่าน ยิ่งเมื่อขึ้นกระเช้าช่วงที่ 2 ก็จะสามารถชมความงดงามของภูเขาคาซากะทาเคะที่ค่อย ๆ เผยโฉมอวดความงดงามตามระดับความสูงที่กระเช้าไต่ขึ้นไป และเมื่อมาถึงระดับความสูงจุดหนึ่ง วิวยอดเขาอันหน้าตื่นตาตื่นใจของเจแปนแอลป์เหนือก็จะปรากฎอยู่ตรงหน้า ให้ได้ชื่นชมกันแบบเต็มตา

ความสนุกอีกอย่างหนึ่งของกระเช้าช่วงที่ 2 คือความเร็วที่เปลี่ยนแปลงจากความลาดชันของภูเขา ความเร็วที่เปลี่ยนแปลงในบางช่วงทำให้รู้สึกสนุกนิด ๆ

△ภาพจากจุดชมวิวบนชั้นดาดฟ้าของสถานีนิชิโฮทากะคุจิ





เมื่อมาถึงสถานีนิชิโฮทากะคุจิซึ่งเป็นสถานีปลายทาง ก็ต้องไม่พลาดที่จะขึ้นไปที่จุดชมวิวบนชั้นดาดฟ้าของสถานีเพื่อสัมผัสความยิ่งใหญ่ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยภูเขาสูงตระหง่านแบบ 360 องศา โดยด้านหน้าของจุดชมวิวคือภาพของกระเช้าที่วิ่งสวนกันไปมาดูน่ารักโดยมีภูเขาคาซากะทาเคะเป็นฉากหลัง เมื่อมองไปทางขวาจะพบกับภูเขายาริกาทาเกะ (สูงประมาณ 3,180 เมตร) ยอดเขาที่มีชื่อเสียงของทิวเขาเจแปนแอลป์เหนือ ส่วนทางซ้ายเป็นภูเขายาเกะดาเกะ (Yakedake / 焼岳) ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นเพียงแห่งเดียวในเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ ส่วนด้านหลังเป็นเขาโนริคุราดาเกะ (Norikuradake / 乗鞍岳) ที่มีความสูงประมาณ 3,026 เมตรจากระดับน้ำทะเล

เรียกได้ว่าจุดชมวิวนี้เป็นจุดถ่ายรูปที่ดีที่สุดมุมหนึ่งในการเก็บภาพกระเช้าลอยฟ้าและทิวเขา นอกจากนี้ที่จุดนี้ยังมีบริการถ่ายภาพที่ระลึกแบบมืออาชีพให้บริการอีกด้วย

อีกหนึ่งจุดที่ต้องไม่พลาดมาเช็คอินกันที่จุดชมวิวแห่งนี้คือตู้ไปรษณีย์ที่ได้ชื่อว่าอยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่นกับตู้ไปรษณีย์ยามาบิโกะ (山びこポスト) ที่จุดนี้มีการวางจำหน่ายแสตมป์และโปสการ์ดที่ระลึก ให้เราได้ส่งหาตัวเอง ครอบครัว เพื่อน หรือคนพิเศษได้อีกด้วยนะ

△จุดชมวิวระเบียงยาริที่อยู่ภายในอิตาดาคิโนะโมริ





หลังจากเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันน่าทึ่งที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาเจแปนแอลป์เหนือจากจุดชมวิวจนเต็มอิ่มแล้ว ก็ได้เวลาออกจากสถานีเพื่อไปต่อกันที่อิตาดาคิโนะโมริ (Itadaki no Mori / 頂の森) ซึ่งอยู่ติดกัน 

อิตาดาคิโนะโมริเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสาธารณะที่ได้รับการปรับปรุงและเปิดให้บริการในเดือนตุลาคมปี 2022 ที่ผ่านมา มีทางเดิน ระเบียงชมวิว และจุดนั่งพักหลายแห่งให้คุณสามารถใช้เวลาพักผ่อนย่อนใจท่ามกลางวิวป่าเขาได้อย่างเต็มที่ โดยจุดที่เป็นไฮไลท์จุดหนึ่งคือจุดชมวิวระเบียงยาริ (Yari no Kairo / 槍の回廊) ทางเดินชมวิวรูปบูมเมอแรงกลางแจ้งที่ยื่นเข้าไปในแนวเขา ให้คุณได้ยลความสวยงามของทิวเขา Yari-Hotaka ได้อย่างใกล้ชิดขึ้นอีกขั้น 

ไฮไลต์ของจุดชมวิวนี้อยู่ที่บริเวณขอบด้านนอกของระเบียงชมวิวซึ่งเป็นพื้นตาข่ายที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปได้ รวบรวมความกล้าแล้วก้าวเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ราวกับลอยอยู่เหนือภูเขาสูงตระหง่านสุดสายตากัน!





หากใครอยากนั่งพักผ่อนชิล ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ก็อาจจะแวะซื้ออะไรเบา ๆ ที่ร้านกาแฟชั้น 4 ภายในสถานีขึ้นลงกระเช้าแล้วนำมานั่งกินในจุดนั่งพักหรือระเบียงภายในอิตาดาคิโนะโมริก็เป็นตัวเลือกที่ดีมาก ๆ เนื่องจากที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีภูมิทัศน์ทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ดังนั้นขอความร่วมมือเก็บขยะให้เรียบร้อยด้วยนะคะ

และเนื่องจากตรงนี้เป็นเส้นทางที่เชื่อมไปยังจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินเขานิชิโฮทาคาดาเกะ เลยทำให้เราเห็นนักปีนเขาเดินผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก

② กระเช้าลอยฟ้า 2 ชั้น ที่เดียวในญี่ปุ่น!



กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะมีชื่อเสียงอย่างมากในฐานะกระเช้าไฟฟ้าสองชั้นเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่น โดยกระเช้าที่ใช้ในช่วงที่สองพึ่งถูกปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นรูปทรงปัจจุบันเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมานี้เองเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของการเปิดให้บริการกระเช้า

นอกจากนี้ยังมีการปรับโลโก้ชินโฮทากะโรปเวย์ใหม่เพื่อเป็นการต้อนรับกระเช้าแบบใหม่สุดน่ารัก ช่วยเพิ่มเสน่ห์ความคิวท์ของกระเช้าอันใหม่นี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น





สำหรับสายถ่ายภาพ ก็ต้องไม่พลาดที่จะไปถ่ายภาพกระเช้าลอยฟ้ 2 ชั้นจากมุมต่าง ๆ ซึ่งก็มีจุดแนะนำในการถ่ายรูปอยู่หลายจุดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นจากสถานีชิระคาบะไดระซึ่งเป็นสถานีเริ่มต้นของช่วงที่สอง, ถ่ายภาพกระเช้าขึ้นและลงจากจุดชมวิวสถานีนิชิโฮทากะคุจิ หรือรอถ่ายกระเช้าที่วิ่งผ่านเคาน์เตอร์ในป่าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอิตาดาคิโนะโมริ

โลเคชั่นการถ่ายภาพกระเช้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตอนอยู่บนพื้นเท่านั้น เพราะตอนที่นั่งอยู่ในกระเช้า เมื่อถึงจังหวะที่ใกล้จะสวนทางกับกระเช้าฝั่งตรงข้ามก็จะมีเสียงประกาศแจ้งให้ด้วย เมื่อได้ยินเสียงประกาศก็ถึงเวลาเตรียมกล้องให้พร้อม!!

③ อิ่มท้องกับเมนูสุดพิเศษส่งตรงถึงบนเขา



เมื่ออิ่มเอมกับทิวทัศน์แล้วก็ได้เวลาเติมความอิ่มอร่อยให้กับกระเพาะบ้าง เมื่อพูดถึงอาหารอร่อยในบริเวณกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะก็ต้องพูดถึงร้าน Alps Bakery (アルプスのパン屋さん) ซึ่งตั้งอยู่ที่สถานีชิระคาบะไดระ สินค้ายอดนิยมของที่นี่คือครัวซองต์ซึ่งมีไส้ให้เลือกอย่างหลากหลาย เช่น ช็อกโกแลต เมเปิ้ลไซรัป และถั่วแดง โดยไส้ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนญี่ปุ่นมาตลอดหลายปีคือไส้ถั่วแดง เนื่องจากตัวไส้มีหวานที่ลงตัวที่เข้ากันกับเนื้อสัมผัสพิเศษของครัวซองต์ของที่นี่ โดยกิจกรรมที่หลาย ๆ คนนิยมทำคือจับคู่สั่งครัวซองต์กับนม แล้วนำไปทานที่บริเวณออนเซ็นแช่เท้าที่อยู่ด้านนอกสถานี

นอกจากครัวซองต์แล้ว ร้านเบเกอรี่แห่งน้ียังมีขนมปังรูปกระเช้าทรงกลมสุดน่ารักที่เป็นของฝากยอดนิยมอีกด้วย



ร้าน Alps Bakery ไม่ได้มีดีแค่ขนมปังและกาแฟแสนอร่อยเท่านั้น แต่ภายในร้านเองก็ตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว วัสดุหลักเป็นไม้สีสว่าง ล้อมรอบด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ด้านนอกหน้าต่างเป็นทิวทัศน์ธรรมชาติของภูเขาและป่าไม้ ฉายภาพของธรรมชาติอันสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศที่สว่างไสวในวันที่มีแดดจัดหรือบรรยากาศที่หม่นนิด ๆ ในวันฝนตก ก็ชวนให้ดูได้ไม่รู้เบื่อ



เมื่อลงกระเช้าที่สถานีนิชิโฮทากะคุจิ อย่าพลาดแวะไปหาของอร่อย ๆ กันที่คาเฟ่ Mt. View ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 4 ของสถานี! ภายในร้านตกแต่งคล้ายกระท่อมบนภูเขา แวะมาลิ้มลองข้าวแกงกะหรี่เนื้อฮิดะแสนอร่อย เนื้อฮิดะตุ๋นหัวหอมทั้งลูกในไวน์แดง ซาลาเปาเนื้อฮิดะ ฯลฯ รวมถึงชูโรสติ๊กยอดนิยม

ตัวชูโรสติ๊กทำเป็นรูปตัวอักษร 頂 จากคำว่า 山頂 ที่แปลว่ายอดเขา เหมาะสุด ๆ กับการเอาไปใช้เป็นพร๊อบถ่ายรูปสุดชิค แถมยังอร่อยอีกด้วย!

เมนูแนะนำที่อยากให้ลองอีกอย่างคือน้ำพึชและน้ำแอปเปิ้ล เต็มความสดชื่นจากธรรมชาติแท้ ๆ 100%



นอกจากอาหารแสนอร่อยแล้ว ก็ยังมีของที่ระลึกน่ารัก ๆ มากมายให้มาเลือกช้อปกัน เช่น สินค้าและขนมที่เป็นรูปกระเช้าสองชั้นสุดคิวท์ และตุ๊กตาซารุโบโบะ (さるぼぼ) ตุ๊กตานำโชค ของฝากขึ้นชื่อของแถบฮิดะทาคายามะ



แล้วก็ยังมีสินค้าที่เป็นการร่วมกันระหว่างกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะกับแบรนด์ mont bell ซึ่งเป็นแบรนด์สินค้าสำหรับการปีนเขาชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด กาต้มน้ำกลางแจ้ง ถ้วยชา ฯลฯ

④ เพลิดเพลินไปกับออนเซ็นบนภูเขา





ชินโฮทากะออนเซ็นซึ่งอยู่ใกล้กับกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะเป็นหนึ่งในห้าบ่อน้ำพุร้อนหลักของเมืองโอคุฮิดะที่มีชื่อเรียกรวมกันว่า Okuhida Onsengo (奥飛騨温泉郷) ตั้งอยู่ใกล้กับป่าต้นเบิร์ชทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากกลุ่มยอดเขาเจแปนแอลป์เหนือ ทำให้ออนเซ็นแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องบรรยากาศแบบรีสอร์ท 

ชินโฮทากะออนเซ็นมีน้ำพุร้อนพวยพุ่งออกมาตลอดทั้งปี โดยสามารถแวะไปดูตาน้ำพุร้อนที่ผุดออกมาทางแม่น้ำซึ่งอยู่ติดกับสถานีชินโฮทากะออนเซ็นได้อีกด้วย

สำหรับคนที่อยากสัมผัสกับออนเซ็นแบบเบา ๆ ก็สามารถแวะกินไข่ออนเซ็นและพักเท้ากับออนเซ็นแช่เท้าซึ่งมีให้บริการบริเวณใกล้กับสถานีนาเบะไดระ โคเกนและสถานีชิระคาบะไดระซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนกระเช้าลอยฟ้าได้ และสำหรับคนที่อยากแช่ออนเซ็นแบบจริงจัง ก็สามารถไปแช่กันได้ที่บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง Kamitakara no yu (神宝乃湯) ภายในศูนย์บริการนักท่องเที่ยวชินโฮทากะ Sangakukan (山楽館) ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน



บริเวณลานว่างใกล้ ๆ กับสถานีนาเบะไดระ โคเกนและสถานีชิระคาบะไดระมักจะใช้เป็นที่จัดกิจกรรมพิเศษตามฤดูกาล สำหรับฤดูหนาวที่จะถึงนี้ก็จะมีการจัดกิจกรรมพิเศษตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคม 2023 ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2024 โดยมีรายละเอียดตามนี้เลยค่ะ

นั่งกระเช้าลอยฟ้าชมดวงดาวและโรงแรมโฮทากะ



(Image source: Shinhotaka Ropeway)

กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะมีบริการชมดาวที่ไม่เหมือนใคร พาผู้นักท่องเที่ยวขึ้นไปบนภูเขาที่มีความสูง 2,156 เมตรเพื่อชมท้องฟ้าที่มีดวงดาวพร่างพรายในเวลากลางคืน นั่งกระเช้าภายใต้ท้องฟ้าที่มีดวงดาวนับล้านโดยมีทิวเขาเจแปนแอลป์เป็นฉากหลัง แค่คิดก็โรแมนติกแล้ว บริการชมดาวของชินโฮทากะจะมีการเปิดให้บริการเป็นระยะ ๆ โดยสามารถเช็ควันที่มีให้บริการได้จากเว็บไซต์ทางการ

โรงแรมโฮทากะ (ホテル穂高) ซึ่งอยู่ข้าง ๆ สถานีชินโฮทากะออนเซ็นซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะมีแพ็คเกจที่พักพร้อมกิจกรรมกระเช้าลอยฟ้าชมดวงดาวให้เลือกใช้บริการอีกด้วย 



(Image source: Shinhotaka Ropeway)

โรงแรมโฮทากะเป็นที่พักที่ให้บรรยากาศคล้ายบ้านท่อนซุงกลางภูเขาที่ไม่ได้มีดีแค่ทิวทัศน์ภูเขาอันสวยงามซึ่งชมได้ผ่านทางหน้าต่างห้องพักเท่านั้น แต่ออนเซ็นกลางแจ้งที่ห้อมล้อมไปด้วยภูเขาเจแปนแอลป์เหนือก็บอกได้เลยว่าไม่เป็นรองใคร 



มาต่อกันที่ฝั่งของกิน โรงแรมโฮทากะนำเสนออาหารจานพิเศษที่ให้คุณได้ลิ้มรสวัตถุดิบและอาหารจานพิเศษจากเมืองทาคายามะ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวฮิดะเกรด A5 เสริฟบนจานเซรามิก ซูชิทาโกะยากิที่ไม่เหมือนที่ไหน มิโซะทาโกะยากิ ฯลฯ ให้คุณเพลิดเพลินกับรสชาติอาหารอันยอดเยี่ยมของแถบทาคายามะ

พรีวิวกิจกรรมพิเศษฤดูหนาวปี 2023-2024





(Image source: Shinhotaka Ropeway)

สำหรับคนที่อยากสัมผัสกับหิมะแบบเต็ม ๆ พื้นที่แถบชินโฮทากะนับเป็นตัวเลือกที่ดีมากจุดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปชมทิวทัศน์ภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะที่เป็นเหมือนซิกเนเจอร์ของเทือกเขาเจแปนแอลป์เหนือ สัมผัสประสบการณ์กิจกรรมเดินเล่นบนหิมะ (SnowShoe) และกิจกรรมชมดวงดาว

โดยกิจกรรมนั่งกระเช้าชมดาวประจำฤดูหนาวปี 2023 – 2024 ได้ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่าพลาดที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมหน้าหนาวสุดโรแมนติกนี้กัน



(Image source: Shinhotaka Ropeway)

กิจกรรมพิเศษช่วงฤดูหนาวที่จะจัดขึ้นบริเวณกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะปีนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย!

ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2023 ถึง 12 กุมภาพันธ์ 2024 จะมีการนำกระโจมรูปทรงคล้ายกระท่อมน้ำแข็งขนาดเล็กมาวางตกแต่งรอบ ๆ สถานีชิระคาบะไดระ ภายในกระโจมจะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัสกับอาหารท้องถิ่นของทาคายามะ ไวน์ท้องถิ่น งานฝีมือไม้ งานฝีมือแบบดั้งเดิม ฯลฯ
นับเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิมท่ามกลางทิวทัศน์หิมะอันงดงามของเทือกเขาเจแปนแอลป์เหนือที่ไม่ควรพลาดเลยจริง ๆ 

สามารถดูเนื้อหากิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการของงาน

แนะนำวิธีการเดินทางและแพ็คเกจตั๋วสุดคุ้ม



แผนภาพแสดงเส้นทางการเดินรถบัสของกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ (Image source: Shinhotaka Ropeway)

มีหลายวิธีในการเดินทางมายังสถานีชินโฮทากะออนเซ็นซึ่งเป็นที่จุดเริ่มต้นของการขึ้นกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ วิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุดคือการเดินทางจากสนามบิน Chubu Centrair International Airport ในนาโกย่า โดยสามารถเลือกได้ทั้งการเดินทางโดยใช้ระบบขนส่งสาธารณะและการเลือกเช่ารถขับเอง

หากเลือกเช่ารถจากในตัวเมืองนาโกย่าก็จะใช้เวลาขับรถประมาณ 70 นาทีจากทางแยกต่างระดับทาคายามะเพื่อเดินทางไปยังชินโฮทากะ ในกรณีที่ต้องขับรถท่ามกลางหิมะในฤดูหนาว ควรเช็คให้ดีด้วยว่ารถที่ขับนั้นใช้ยางกันลื่นและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เหมาะกับการวิ่งบนถนนที่มีหิมะหรือน้ำแข็งแล้วหรือยัง 

ในกรณีที่เลือกเดินทางด้วยรถไฟ JR หรือรถบัส สามารถเริ่มออกเดินทางจากสถานีนาโกย่าไปยังสถานีทาคายามะ จากนั้นจึงเปลี่ยนไปขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางต่อไปยังสถานีชินโฮทากะออนเซ็น ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 4 ชั่วโมง

และเพื่อความคุ้มค่ายิ่งขึ้น อาจจะจัดเป็นแพลนทัวร์รอบ ๆ กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะเพิ่มเข้าไปด้วย โปรแกรมทัวร์ที่อยากแนะนำคือแวะเที่ยวทาคายามะ ชมเมืองย่ามเมืองเก่าและตระเวนทัวร์บ่อน้ำพุร้อนทั้ง 5 ของโอคุฮิดะออนเซ็นค่ะ



Takayama Nohi Bus ได้เปิดจำหน่ายตั๋ว Okuhida Marugoto Value Ticket (奥飛騨まるごとバリューきっぷ) ซึ่งมีให้เลือก 2 แพคเกจ คือแบบ 2 วันและแบบ 3 วัน ประกอบไปด้วยตั๋วโดยสารรถบัสที่สามารถเลือกขึ้นได้ 2 ที่ระหว่าง Takayama Bus Terminal และ Hirayu Bus Terminal เพื่อไปลงที่ชินโฮทากะออนเซ็น พร้อมตั๋วนั่งกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะและบัตรสมนาคุณ ให้คุณเพลิดเพลินกับการขึ้นกระเช้าโฮทากะในราคาพิเศษ

รายละเอียดแพ็กเกจ Okuhida Marugoto Value Ticket:
1 ตั๋วโดยสำหรับโดยสารรถบัสแบบ 2 วันหรือ 3 วันจาก Takayama Bus Terminal ไปยังสถานีกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ (หรือตั๋วโดยสารแบบสองวันจาก Hirayu Bus Terminal ไปยังสถานีกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ)
2 ตั๋วขึ้นกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ (ช่วงที่ 1 และ 2) แบบไป-กลับจำนวน 1 เที่ยว
3 บัตรสมนาคุณ

※ใช้ได้กับรถที่ให้บริการโดย Nohi Bus เท่านั้น



ไม่ไกลจากฮิดะทาคายามะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติสุดฮิตอยู่อีกหลากที่ ไม่ว่าจะเป็นคามิโคจิในจังหวัดนากาโนะหรือทาเตยามะ-คุโรเบะ (Tateyama Kurobe Alpine Route) ในจังหวัดโทยามะ ซึ่งก็มีแพ็คเกจดี ๆ ที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากเก็บที่ท่องเที่ยวแถบนี้ให้ครบอยู่ด้วย 

โดย Nohi Bus ได้ออกแพ็คเกจส่วนลด「Kamikochi・Okuhida」 Marugoto Value Ticket ที่มีรายละเอียดของตั๋วตามนี้เลยค่ะ

แพ็คเกจส่วนลดไปกลับคามิโคจิและโอคุฮิดะ
1 ตั๋วโดยสารรถบัสแบบ 2 วันหรือ 3 วันจาก Takayama Bus Terminal ไปยังสถานีกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ (หรือตั๋วโดยสารแบบ 2 วันจาก Hirayu Bus Terminal ไปยังสถานีกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ)
2 ตั๋วขึ้นกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ (ช่วงที่ 1 และ 2) แบบไป-กลับจำนวน 1 เที่ยว
3 ตั๋วไปกลับจากฮิรายุไปคามิโคจิ 
4 บัตรสมนาคุณ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Nohi Bus

ทางฝั่งกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะเองก็มีการจำหน่ายแพ็คเกจที่มีส่วนลดสูงสุดถึง 800 เยนด้วยเช่นกัน โดยในแพ็คเกจประกอบไปด้วยตั๋วนั่งกระเช้าลอยฟ้า บัตรลดร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกภายในบริเวณกระเช้าลอยฟ้า รวมไปถึงบัตรกำนัลมูลค่า 1,500 เยนสำหรับใช้บริการบ่อน้ำพุร้อน
สามารถเช็ครายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะ

นอกจากนี้ทางกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะยังมีแพ็คเกจตั๋วลดราคาที่รวมตั๋วไปกลับและคูปองสำหรับช้อปปิ้งและใช้ที่ร้านอาหารในบริเวณใกล้เคียง ค่าตั๋วสำหรับผู้ใหญ่ราคา 4,000 เยน (ประหยัดไป 800 เยน) และค่าตั๋วสำหรับเด็กราคา 2,000 เยน (ประหยัดไป 650 เยน)

มาสัมผัสประสบการณ์นั่งกระเช้าลอยฟ้า 2 ชั้นผ่านเทือกเขาเจแปนแอลป์เหนือกันเถอะ



บอกได้เลยว่าการเที่ยวแนวธรรมชาติที่ญี่ปุ่น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแนวภูเขานั้นไม่ยากอย่างที่คิด เพราะสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีรถสาธารณะเข้าถึง และแม้ภูเขาบางแห่งจะมีระดับความสูงชันจนน่ากลัว แต่หลาย ๆ ที่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกมารองรับนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน ทำให้ไม่ว่าใครก็สามารถขึ้นไปสัมผัสความสวยงามบนยอดเขาได้ไม่ยาก 

แน่นอนว่ารวมไปถึงกระเช้าลอยฟ้าชินโฮตากะที่จะพาคุณขึ้นไปสัมผัสวิวหลักล้านอันตระการตาของเทือกเขาเจแปนแอลป์เหนืออันนี้ด้วย!

ติดตามเรื่องราว ข้อมูล และข่าวสารส่งตรงจากญี่ปุ่นกับ Japankuru ได้ทาง Twitter และ Facebook!

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS