Mary's Chocolate Cafe:ช็อคโกแลตรสดีกับประวัติยาวนาน

Tokyo Food ขนมหวาน 2019.09.21
  •  
 
Mary's Chocolate ผู้ผลิตช็อคโกแล็ตชั้นดีในญี่ปุ่นมากว่า 50 ปี และเป็นผู้นำเทรนด์ช็อคโกแล็ตวาเลนไทน์ มาที่ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย (ช่วงที่ดีที่สุดของเทศกาล) นอกจากนี้แค่เพียงเดินมานิดหน่อยจากสถานีโตเกียว ตามกลิ่นหวานๆของช็อคโกแล็ตมา ก็จะเจอกับ Mary's Cafe ที่สามารถสั่งทำช็อคโกแล็ตแท่งรสพิเศษได้ ลืมช็อคโกแล็ตร้านสะดวกซื้อไปเลย เราแนะนำให้คุณมาลองที่ Mary's Cafe (หรือลองซื้อ Mary's Chocolate ในสนามบิน ) รับรองว่าลองทานแล้วคุณจะไม่เสียใจที่ซื้อเลย!
Mary's Chocolate: อุดมไปด้วยรสชาติและประวัติศาสตร์
Mary's Chocolate เข้ามามีบทบาทในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของญี่ปุ่น
เมื่ออิทธิพลจากตะวันตกนำสิ่งต่างๆ เข้ามาในประเทศรวมถึงขนมหวานต่างๆ
ทำให้เด็กๆที่ชื่นชอบในขนมต่างชาติยิ้มแย้มแจ่มใส และแมรี่กับสัญลักษณ์
สาวน้อยผูกโบว์ก็กลายเป็นชื่อที่อยู่กับช็อคโกแล้ตญี่ปุ่นอีกนาน

เป้าหมายของบริษัทคือการทำช็อคโกแล็ตและเป็นที่รัก
เหมือนความรู้สึกของแฟนคลับที่มีให้กลับนักร้อง
ด้วยจุดมุ่งหมายนั้น Kentaro Hara จึงเปิดโรงงานเล็กๆ
ชื่อ Mary's Chocolate ในปี 1950 ที่โตเกียวเขต Meguro

Mary's Chocolate = คิวปิดของญี่ปุ่น?

เมื่อคุณชิม Mary's Chocolate คุณก็จะได้ชิมประวัติของมันด้วย
ในปี 1950 วันวาเลนไทน์เนี่ย ไม่มีใครรู้จักเลยในญี่ปุ่น

บางทีวันแห่งความรักก็อาจจะถูกฉลองในเดือน ก.ค.
อย่างวันทานาบะตะแต่ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับ 14 กุมภาเลยแม้แต่น้อย

จนมาถึงวันนั้นในปี 1958 เดือนมกราคม ที่พนักงานของ Mary's Chocolate
ได้รับจดหมายจากเพื่อนที่ฝรั่งเศสที่พูดถึงการให้ของขวัญ ดอกไม้ ช็อคโกแล็ต
กับคนที่เรารักในวันที่ 4 กุมภา ทำให้พนักงานคนนั้นได้แรงบันดาลใจ
และนำเรื่องราวความโรแมนติคแบบปารีสมาใช้ในญี่ปุ่น

แน่นอนว่าโลกของการตลาดไม่มีอะไรที่ง่ายดาย ทุกอย่างจำเป็นต้องใช้เวลา
Mary's Chocolate ก็สามารถจัด Valentine's Day Fairs ที่ห้างในโตเกียวได้
ในปี 1958 เดือนกุมภา พวกเขาขายช็อคโกแลตได้เพียง 3 แท่งและการ์ด 1 ใบ
รวมเป็นยอดเงินทั้งสิ้นแค่ 170 เยนเท่านั้น
 
Image Source: Mary's Chocolate Website

ทุกอย่างในญี่ปุ่นเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ในปี 1958 Mary's Chocolate ก็ยังคง
ผลักดันและสนับสนุนวันวาเลนไทน์ที่ผู้หญิงจะซื้อช็อคโกแล็ตไปให้คนที่ชอบ
โดยช็อคโกแล็ตที่ขายจะเป็นช็อคโกแล็ตขนาดใหญ่ พร้อมปากกาโลหะ
ที่ผู้ซื้อสามารถนำไปจ่าหน้าบนช็อคโกแล็ตได้ด้วยตัวเอง

และ Mary's Chocolate ก็ยังไม่เคยสูญเสียความคิดสร้างสรรค์
และไม่หยุดพัฒนาการเพื่อที่เข้าร่วมงานนานาชาติของโลกช็อคโกแล็ต
ในปี 2000 บริษัทนี้เป็นบริษัทเดียวที่ได้เข้าสู่ Salon du Chocolat
และเขาก็ได้นำรสชาติแบบญี่ปุ่นใส่เข้าไปในการแข่งขันตั้งแต่ตอนนั้น
ทั้งช็อคโกแล็ตที่หอมส้มยูซุ หรือ รสขมละมุนลิ้นของมัทฉะ ก็กลาย
เป็นรสชาติแปลกใหม่ในโลกของช็อคโกแล็ตชั้นดี 

ในปี 2016 Mary's Chocolate ยังได้รับรางวัล CCC Award
ที่มีไว้สำหรับแค่ช็อคโกแล็ตชั้นนำของโลกอีกด้วย!
ทริปเที่ยว Mary's Chocolate Cafe แบบเก๋ๆ
หลังจากรู้ประวัติของ Mary's Chocolate แน่นอนว่าเราห้ามใจที่จะไม่ลองชิมไม่ได้
พวกเราจึงไปที่คาเฟ่ของ Mary's Chocolate ที่ตั้งอยู่ในห้างKitte ใกล้กับสถานีโตเกียว
ถ้าเหนื่อยจากการเที่ยวโตเกียวแล้วอยู่ใกล้ๆลองมาพักขาชิวที่คาเฟ่นี้ดูก็ได้นะ!

Mary's Cafe
1F KITTE Marunouchi, 2-7-2, Marunouchi, Chiyoda-ku, Tokyo
10:00 am ~ 10:00 pm
Official Website

(แม้ว่าตอนนี้จะมีแค่ 1 ร้าน แต่ Mary's มีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มขึ้นจนครบในฤดูใบไม้ร่วงปี 2019!)
เมื่อเข้าไปในร้านเราก็จะเจอกับคาเฟ่น่ารักและเก้าอี้ที่ดูสบาย
พร้อมกับกลิ่นช็อคโกแล็ตที่ลอยมาติดจมูก
(และดูเครื่องทำกาแฟแบบสตรีมพังค์โบราณตรงทางเข้านั่นสิ!)

เราถามพนักงานถึงโลโก้รูปตัว R บนกำแพง ทางพนักงานบอกว่า
มันมาจาก "Ruru Mary's" ในภาษาญี่ปุ่น ruru (縷々)
แปลว่าความยาวนาน เป็นตัวแทนประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของ Mary's
และความต่อเนื่องของของหวานแสนอร่อย โดยตัวโลโก้ก็ทำออกมาให้คล้าย
ตัว R และตัว Ru(る) ในภาษาญี่ปุ่นด้วย!

เราได้รับการต้อนรับจาก chocolatier ที่ทำงานที่หน้าร้าน ที่ขนมต่างๆ
อย่างเช่นช็อคโกแล็ตแท่งที่สั่งคัสตอมได้ ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่เจ๋งที่สุดในร้าน
นอกจากจะอร่อยแล้วยังเป็นของฝากที่ดีได้อีกด้วย (ยากมากที่จะไม่ซื้อไปฝากเพื่อน)

ลองคุยกับโปรแบบ chocolatier พวกเขาจะช่วยเลือกองค์ประกอบที่ดีที่สุด
ให้กับช็อคโกแล็ตแท่งของคุณไม่ว่าช็อคโกแล็ตอันนี้จะทำเพื่อคุณหรือคนพิเศษ
ไม่ว่าจะรสชาติ ท็อปปิ้ง หรือความเข้มข้นของช็อคดกแล็ต อันไหนเข้ากันไม่เข้ากัน
ถามchocolatierดูได้เลย รับรองว่าออกมาแล้วต้องอร่อยแน่ๆ!
เลือกชนิดของชช็อคโกแล็ตที่จะสั่งทำ โดยเลือกจาก
- ช็อคโกแล็ต (white, milk, หรือ dark)
- ท็อปปิ้ง (ผลไม้แห้ง ถั่วต่างๆ ของตามฤดูกาล และอีกมากมาย)

ด้วยของที่เยอะมากๆ ทำให้ chocolatier มีความจำเป็นมากในการช่วยเหลือ
ตัวพนักงานบอกว่าแคนดี้รสเลม่อนเป็นที่นิยมในช่วงหน้าร้อน
(เพราะว่ามีรสชาติทาร์ตโดดขึ้นมาจากช็อคโกแล็ต)

ส่วนรสส้ม Kiyomi เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ชอบรสชาติแบบญี่ปุ่น
ทางเราก็ลองเลือกหน้ามาสามสี่แบบและก็ใส่รสส้มขมๆ Kiyomi เข้าไป
ให้มีรสชาติโดดเด่น เป็นคำแนะนำที่อร่อยไม่เลวเลย!!
  • ช็อคโกแล็ตของเราจะกลายเป็นแท่งแล้ว!
ค่อยๆขึ้นรูป....
  • เราโชคดีมากที่ได้ดูขั้นตอนการทำขนมของวันนี้ แต่ถ้าคุณพลาด
    คุณก็สามารถดู chocolatier ทำคัสตอมช็อคโกแลตแท่งของคุณเองได้
    เพราะพนักงานจะหล่อช็อคโกแล็ตและเอาออกจากพิมพ์ และค่อยๆใส่ท็อปปิ้งที่คุณเลือก

    เราทำช็อคโกแล็ตแท่งขนาดมาตรฐาน แต่ถ้าอยากได้ใหญ่กว่านั้น ทางร้านก็มี
    ขนาดให้เลือกหลากหลาย เหมือนกับเลือกไซต์พิซซ่าแต่เปลี่ยนเป็นช็อคโกแลตหรูๆแทน
  • ถั่วกับส้มถูกจัดวางอย่างสวยงาม เป็นช็อคโกแลตที่ทั้งหน้าและรสชาติต่างก็ดี!
  • เพิ่มเงินอีก 100 เยน ก็จะได้กล่องสวยๆไว้ใส่ช็อคโกแลตแล้ว

ระหว่างที่รอช็อคโกแลตสั่งทำ...

เอาล่ะเลือกท็อปปิ้งเสร็จแล้ว รอช็อคโกแลตเย้นแต่ไม่รู้จะทำอะไรดี?
  • ระหว่างรอช็อคโกแล็ตเย็น มักจะใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง
    พนักงานจะมีตัวเลือกให้เรา 2 ทาง :
    ① ถ้ามาเที่ยวก็สามารถไปเที่ยวตามทริปได้เลย แล้วมารับช็อคโกแล็ตวันกลับ (ถ้าพักแถวโตเกียวนะ)
    ② รอสักพักที่ร้าน ลองทานขนม หรือเครื่องดื่ม นั่งเล่นชิวๆในคาเฟ่ แป๊บๆก็ชั่วโมงแล้ว
    พวกเราเลือกตัวเลือก 2 ล่ะ เพราะดุเป็นอะไรที่สะดวกและก็ง่ายกว่า มาดูว่าคาเฟ่มีอะไรให้ทานบ้าง!
ถ้าได้ช็อคโกแล็ตเป็นของขวัญเนี่ยมันยากมากนะ กับการหักห้ามใจไ่ให้ลอง
เราเลยขอให้คุณลองขนมที่มีขายอยู่ในร้าน ตอนที่คุณรอช็อคโกแล็ตสั่งทำของคุณ
นอกจากช็อคโกแล็ตที่โรยผลไม้แห้งแล้ว ก็ยังมีช็อคโกแล็ตกลมๆขายที่ร้านด้วย
(ของทุกอย่างทำใหม่ๆในคาเฟ่เลยนะ ท็อปปิ้งที่ใส่ก็อร่อยด้วย!)

โดยช็อคโกแล็ตที่ขายจะขายเป็นกรัม ตามน้ำหนัก ที่จัดโชว์จะแทนขนาด 100 กรัม
ที่ช่วยเราได้มากว่าเราอยากกินช็อคโกแล็ตมากแค่ไหน 
และเราก็ห้ามใจไม่ได้ที่จะสั่งเครื่องดื่มเพิ่มระหว่างที่เรารอ ดูช็อคโกแล็ตมูส 
ชาUjiมัจฉะช็อคโกแล็ตลาเต้ และ ไวท์ช็อคโกแล็ตมูสกับซอสราสเบอร์รี่นั่นสิ!!

ในบรรดา 3 อย่างช็อคโกแล็ตมูสน่าจะหวานน้อยที่สุด ด้วยรสของช็อคโกแล็ตเข้มๆ
และครีมมูสที่ช่วยตัดรสชาติ แต่อีก 2 อย่างก็อร่อยไม่แพ้กัน และถ้าคูนเป็นคอกาแฟ
ที่นี่ก็มีกาแฟร้อน/เย็นต่างๆให้สั่งเหมือนกัน!
หลังจากโดนกลิ่นหอมๆของช็อคโกแล็ตเล่นงาน ท้องก็เริ่มหิว
เราคงต้องหาสารอาหารอย่างอื่นนอกจากช็อคโกแล็ตให้ร่างกายบ้าง

คาเฟ่นี้ก็มีตัวเลือกเบาๆให้เราได้ลองทาน อย่างแซนด์วิสและซุป
เราลอง baguette sandwich trio ที่เสียบมาอย่างน่ากิน

นอกจากนี้ก็ได้เวลาลองของหวานจริงๆแล้ว ที่นี่ไม่ได้มีแค่ช็อคดกแล็ตแท่งขายนะ
มีทั้งเค้ก และของหวานอีกหลายชนิดให้เลือกทาน (บางอย่างเปลี่ยนตามฤดูกาลด้วย)
ถ้าเจอเมนูใหม่ๆอย่าลืมบอกให้เรารู้ด้วยล่ะ!
  • chocolate terrine ทำจากผงโกโก้ Venezuelan chocolate 75 %
    เป็นรสชาติที่ทั้งอร่อยและเข้มข้น (ถ้าเบื่อขนมเค้กญี่ปุ่นเนื้อบางเบาง อาจจะจะชอบเมนูนี้นะ)
    แถมไอศครีมวานิลล่าและเบอร์รี่สดที่เสิร์ฟมาคู่กันก็ช่วยตัดรสได้ดี
    (และก็อย่าลืมลองดอกไม้ช็อคโกแล็ตด้วยล่ะ!)
  • crème brûlée เนื้อครีมคัสตาร์ทที่โรยด้วยน้ำตาลคาราเมล 
    พร้อมไอศครีมเบอร์รี่ กับถั่วที่ช่วยเพิ่มสัมผัสอร่อยๆให้กับจานนี้

    นี่อาจจะดูเหมือนคาเฟ่น่ารักเล็กๆ แต่เขาจัดเต็มเรื่องของหวานนะ
    เราพอใจกับเวลาที่เราใช้ในการรอช็อคโกแล็ตมากๆ...
เอาช็อคโกแล็ตกลับบ้าน และแบ่งปันความอร่อยกันเถอะ!
ช็อคโกแล็ตที่เราสั่งเย็นเรียบร้อยแล้ว เอากลับไปที่ออฟฟิศและแบ่งกันได้
แต่เราสั่งทำแค่แท่งเดียวคงจะไม่พอ เราเลยเอาขนมอย่างอื่นกลับไปด้วย

Mary's Chocolate มีสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่ช็อคโกแล็ตวาเลนไทน์
ช็อคโกแล็ตก้อนเล็กแบบญี่ปุ่น ขนมชนิดอื่นๆ แน่นอนว่าต้องมีสักอย่างที่คุณชอบ
ถ้าไม่อยากจะวิ่งหาขนมของฝากในห้างหลายๆที่ ที่คาเฟ่นี่ก็มีตัวเลือกอร่อยๆให้ลองนะ
  • gateau chocolat  ที่มาใน 4 รสชาติ พร้อมกับรสน้ำผึ้งอ่อนๆ
    หรือถ้าอยากเน้นไปที่รสชาติเราขอแนะนำเซ็ตที่ทำจาก
    Ecuador หรือ Madagascar cacao ที่จะมีรสชาติเด่นเตะลิ้น
    แล้วเพิ่มผลไม้แห้ง ส้ม หรือลูกเกดลงไปก็ได้

    โดยขนมเหล่านี้จะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นิดหน่อย 
    เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของรสชาติอย่าง บรั่นดี วิสกี้ รัม หรือครองต์โทร

     terrine ที่เราทานที่ร้านก็มีขายในหล่องสวยๆแบบนี้เหมือนกัน 
    ดดยมีท็อปปิ้งผลไม้ให้เลือกด้วย ถ้าอยากซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านก็ซื้อได้เลย
     
  • ถ้ามีเพื่อนที่ไม่ชอบทานช็อคโกแล็ต ลองซื้อ Ruru galettes ไปฝากได้
    เพราะเป็นคุกกี้ที่ทำจากเนยใส่รัมนิดหน่อย เพื่อเพิ่มความอร่อย
  • ช็อคโกแล็ตแท่งสำเร็จรูปก็มีขายที่นี่ พร้อมกับท็อปปิ้งยอดนิยม
    หรือท้อปปิ้งตามฤดูกาล อย่างในรูปจะเห็นช็อคโกแล็ตมิ้นท์โรยน้ำตาลน่าอร่อย

กลัวช็อคโกแล็ตจะละลายงั้นเหรอ?

ถ้ายังต้องไปเที่ยวต่อ หลังจากที่คุณมาที่คาเฟ่นี้ ไม่ต้องห่วงไป
เพราะ Mary's Chocolate มีขายตามห้างต่างๆ สามารถหาซื้อได้ก่อนกลับ
หรือสะดวกที่สุดก็คือซื้อที่สนามบินไปเลย

โดยในรูปเป็นตัวอย่างช็อคโกแล็ตวาเลนไทน์ที่ทั้งสวยและดูหรูหราสุดๆ 
หาได้ทั่วไปช่วงวาเลไทน์ในญี่ปุ่นเลยนะ!
ที่สนามบินคุณอาจจะไปเจอ Mary's Chocolate ในรูปแบบ
กล่อง Silky Soft Chocolate ที่ให้สัมผัสนิ่มๆครีมๆ

แถมมีรสเมลอนฮอกไกโดด้วย เหมาะมากที่ช็อคโกแล็ตรสเมลอน
จะกลายเป็นของฝากที่ดีตอนบินกลับหรือจะเป็นของทานเล่นระหว่างขึ้นเครื่องก็ยังได้เลยนะ!

กว่า 70 ปี ของการพัฒนา Mary's Chocolate ได้กลายเป็นของที่ดีมากๆไปแล้ว
อยากลองทำอะไรตอนไปคาเฟ่ล่ะ? ลองทานทุกอย่างเลยดีไหม? ไม่ว่าคุณจะลอง
ช็อคโกแลตทั่วไป หรือจะช็อคโกแล็ตterrine สุดหรู ยังไงรสชาติที่ได้ก็ต้องอร่อยจนทำให้คุณพอใจแน่

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้ที่ Instagram และ Facebook มาแบ่งปันเรื่องราวที่ Mary's Cafe กันเถอะ! 🗾
อย่าลืมเข้ามาติดตามบทความดีๆได้ในทุกๆวันที่ JAPANKURU.  

Comment
POST
Related Article
  • PARTNERS