Sponsored

หนาวนี้ต้องไป! Tokyo Mega Illumination 2025-2026 งานประดับไฟ No.1 ของโตเกียว อบอุ่นใจทั้งครอบครัว

บทความนี้มีเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน

  • X
  • line

Tokyo Mega Illumination 2025-2026 งานประดับไฟฤดูหนาวที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว! จัดที่สนามแข่งม้าโออิ รวมโชว์แสงสี เสียง กิจกรรมกับม้าสุดพิเศษ เหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัว และนักท่องเที่ยวทุกคน

โตเกียว เมก้า อิลลูมิเนชัน

ฤดูหนาวในญี่ปุ่นคือช่วงเวลาที่ทั้งเมืองถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟระยิบระยับ และหนึ่งในงานอิลลูมิเนชันที่ไม่ควรพลาดที่สุดของโตเกียวก็คือ โตเกียว เมก้า อิลลูมิเนชัน (Tokyo Mega Illumination) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ “โตเกียว เมก้า อิลลูมิ” งานไฟกลางแจ้งสุดตระการตา จนได้รับการจัดอันดับจาก Walker Plus ให้เป็นงานประดับไฟทั่วประเทศที่คนญี่ปุ่นอยากไปเป็นอันดับ 1 ติดต่อกัน 5 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2020 โดยจัดขึ้นทุกปีที่สนามม้าโออิ เดินทางสะดวกจากใจกลางเมืองและสนามบินฮาเนดะ 

เปลี่ยนสนามแข่งม้าให้กลายเป็นโลกแห่งแสง

สนามแข่งม้าโออิ หรือที่รู้จักกันในชื่อโตเกียว ซิตี้ เคบะ เป็นสนามแข่งม้าแห่งแรกที่จัดการแข่งม้าตอนกลางคืนพร้อมประดับไฟบริเวณสนามแข่ง ภายใต้ชื่อ Twinkle Race หลังจากนั้นในปี 2018 ทางสนามเลยเริ่มจัดงานประดับไฟช่วงฤดูหนาวในวันที่ไม่มีตารางแข่ง และเปิดเป็นงาน โตเกียว เมก้า อิลลูมิเนชัน เนรมิตพื้นที่แข่งม้าให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งแสงสีสุดตระการตา ทำให้เป็นสถานที่ที่ไม่เพียงแต่แฟน ๆ แข่งม้าเท่านั้น แต่ยังผู้คนทุกเพศทุกวัยสามารถมาเพลิดเพลินได้อย่างเต็มที่

Tokyo Mega Illumination (โตเกียว เมก้า อิลลูมิเนชัน)
ที่อยู่: 2 Chome-1 Katsushima, Shinagawa City, Tokyo 140-0012
ระยะเวลาจัดงาน: 1 พฤศจิกายน 2025 – 11 มกราคม 2026
เวลาจัดงาน: โดยทั่วไป 16:30 – 21:00 น. (เข้ารอบสุดท้าย 20:00 น.)
วันปิดทำการ:
・10-14 พฤศจิกายน 2025
・1-5 ธันวาคม 2025
・24 ธันวาคม 2025 – วันที่ 1 มกราคม 2026
เดินทาง: 
・สาย Tokyo Monorail มาลงที่สถานี Oi Keibajo-mae เดินต่อ 2 นาที
・สาย Keikyu สถานี Tachikawa เดินต่อ 12 นาที 
🔗เว็บไซต์ทางการ

ไฮไลต์ห้ามพลาดของโตเกียว เมก้า อิลลูมิเนชัน!

พื้นที่กว้างกว่า 163 ไร่ภายในสนามม้า ถูกเนรมิตให้สว่างไสวด้วยหลอดไฟ LED ภายในแบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก คือ Twinkle Area และ Radiant Japan Area ทั้งสองโซนเชื่อมกันด้วยอุโมงค์แห่งแสง(Twinkle Tunnel East) งานนี้แนะนำให้เตรียมกล้องให้พร้อม แล้วมาสำรวจโซนไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดกัน! ✨

ชมแสงเหนือในโตเกียว

เริ่มต้นไฮไลต์แรกห้ามพลาดที่ Twinkle Area กันก่อน แอเรียนี้มี ป่าออโรร่า (Aurora Forest) ที่ใช้แสงเลเซอร์หลากสียิงขึ้นสู่ท้องฟ้า สร้างภาพแสงเหนือสุดตระการตาให้เราได้ชม จนเกือบลืมไปเลยว่านี่ยังอยู่ในโตเกียว 

ตรงนี้เราสามารถเพลิดเพลินกับ ต้นไม้ยักษ์ (Giant Tree) เรืองแสงตั้งอยู่ใจกลาง ไปพร้อม ๆ กับป่าออโรร่าได้ ข้าง ๆ ต้นไม้มีรถม้าสุดคลาสสิกเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิต ความพิเศษอยู่ที่ทุก ๆ 20 นาทีจะมีโชว์แสงสีเสียงสุดอลังการให้ชมตั้งแต่เริ่มงาน การแสดงที่ผสมผสานทั้งเสียงดนตรี แสงไฟ น้ำพุ ต้นไม้ยักษ์ และออโรร่า ชวนให้รู้สึกราวกับกำลังเดินอยู่ในโลกแห่งเทพนิยายเลยทีเดียว

ดื่มด่ำเสน่ห์ญี่ปุ่นท่ามกลางแสงไฟ

สิ่งที่ทำให้โตเกียว เมก้า อิลลูมิเนชันเป็นงานประดับไฟที่คนญี่ปุ่นเองก็อยากมาเยือน อาจเป็นเพราะที่นี่สามารถถ่ายทอดเสน่ห์ของญี่ปุ่นผ่านแสงสีได้อย่างงดงาม เมื่อลอดอุโมงค์แห่งแสงมาแล้ว ทุกคนจะได้ก้าวเข้าสู่ Radiant Japan Area โลกของงานประดับไฟสไตล์ญี่ปุ่น

หนึ่งในไฮไลต์ของแอเรียนี้ คือทิวทัศน์ญี่ปุ่นโบราณ (Primeval Japanese Landscape) ที่จะพาทุกคนดื่มด่ำกับความเรียบง่ายแต่อบอุ่นแบบญี่ปุ่น ด้วยการจำลองทุ่งนาและถ่ายทอดบรรยากาศชนบทผ่านแสงไฟที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีตามจังหวะของเพลง สื่อถึงการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลได้อย่างอ่อนโยน

ใกล้กันมีแอเรียของดอกฟูจิสีม่วง (Wisteria Pergola) แสงไฟสีม่วงและช่อดอกฟูจินับไม่ถ้วนห้อยระย้าลงมา สร้างบรรยากาศชวนฝันเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในฉากอนิเมะสุดโรแมนติก

เดินลอดอุโมงค์เอโดะซากุระ

เดินผ่านโซนทิวทัศน์ญี่ปุ่นโบราณมาไม่ไกลจะเจอกับ อุโมงค์เอโดะซากุระ(Edo Cherry Blossom Tunnel) ที่ทอดยาวกว่า 100 เมตร จุดถ่ายรูปยอดนิยมของงานนี้ หากมองไกล ๆ อาจเห็นเป็นดวงไฟกลมเล็ก แต่เมื่อเข้าไปใกล้จะพบว่าหลอดไฟทุกดวงเป็นรูปทรงดอกซากุระสุดน่ารัก! เมื่อเดินลอดอุโมงค์อาจรู้สึกราวกับเดินอยู่ในฤดูใบไม้ผลิเลยทีเดียว

ใกล้ชิดกับเหล่าม้าสุดน่ารักกว่าที่เคย

หนึ่งในเสน่ห์เฉพาะตัวของโตเกียว เมก้า อิลลูมิเนชัน คือการผสมผสานระหว่างโลกของม้า” และ “แสงไฟ” เข้ากันได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการจัดอีเวนต์พิเศษร่วมกับม้าที่พบได้แค่ที่นี่ที่เดียว อย่าง Miniature Horse & Pony Event ที่โซน G-FRONT ให้เราได้ใกล้ชิดกับม้าแคระและม้าโพนี่ตัวน้อยแสนน่ารัก เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ถ่ายรูป สัมผัส และพบเจอกับม้าตัวน้อยเหล่านี้ บอกเลยว่าไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ต้องถูกใจกอีเวนต์นี้แน่นอน

หรือถ้าเด็ก ๆ ติดใจอยากดูม้าต่อ สามารถแวะมาที่โซนทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์(Horse Watch) เป็นอีกหนึ่งจุดชมม้าได้แบบใกล้ชิด เพลิดเพลินไปกับการดูม้าแคระและม้าโพนี่กินหญ้า นอนกลิ้ง หรือวิ่งเล่นอย่างร่าเริง ให้เราได้เพลิดเพลินและพักใจสงบ ๆ ไปกับเหล่าม้าสุดน่ารักได้ ราวกับว่าอยู่ที่ฟาร์มม้าจริง ๆ

ดูม้าจิ๋วน่ารัก ๆ ไปแล้ว ม้าดูม้านำขบวนเท่ ๆ กันบ้าง กับโชว์ Lead Horse and Fountain Show* การแสดงของม้านำขบวนคู่กับน้ำพุสีรุ้งและเสียงเพลงเป็นฉากหลัง ทั้งม้าและน้ำพุจะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับแสงสีเสียงอย่างลงตัว เป็นช่วงเวลาที่ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ต่างตื่นตาตื่นใจ✨

*การแสดงน้ำพุจะมีม้านำขบวนเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันที่ 2 มกราคมเท่านั้น
*เวลาแสดงคือ 17:20 และ 18:20
*ตารางการโชว์ตัวของม้าอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศหรือสุขภาพของม้า
*สามารถถ่ายภาพกับม้าได้ แต่แนะนำให้รักษาระยะห่างจากม้าเพื่อความปลอดภัย

มุมสนุก ๆ ของเด็ก ๆ และครอบครัว

นอกจากความอลังการของแสงไฟทั่วทั้งสนามแล้ว โตเกียว เมก้า อิลลูมิเนชันยังเตรียมมุมสนุก ๆ สำหรับเด็กและครอบครัวให้ได้เพลิดเพลินไปด้วยกัน เด็ก ๆ สามารถวิ่งเล่น สำรวจ และสัมผัสประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยสีสันและเสียงดนตรี ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของฤดูหนาวในโตเกียว

อย่างโซน Color Shadow โซนสุดฮิตของเด็ก ๆ เพราะเพียงแค่ขยับตัวไปมาหน้ากำแพง ก็สามารถสร้างเงาของตัวเองลงบนแสงไฟหลากสีสัน จะทำท่าหัวใจ กอดกันกลม ทำมือเป็นรูปสัตว์ เป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างจินตนาการได้ไม่สิ้นสุด


หรืออีกหนึ่งโซนอย่าง Moving Light แสงไฟหลากสีเคลื่อนไหวบริเวณลานกว้างหน้าสนามม้าให้เด็ก ๆ ได้วิ่งเล่นไล่ตามไฟปล่อยพลังอย่างอิสระไปทั่วลาน (แต่แน่นอนว่าถ้าผู้ใหญ่อยากวิ่ง ก็วิ่งได้เหมือนกัน!)

ไอเทมระยิบระยับที่จะทำให้เด็ก ๆ ตาเป็นประกาย

หลังจากเดินชมแสงไฟสุดตระการตาทั่วทั้งสนามแล้ว ก็ถึงเวลาเติมพลังกันบ้าง! ภายในงานมีทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น อาหารตะวันตก หรือขนมทานเล่นเบา ๆ ที่ต้องลองคือ ชูโรสรูปเกือกม้าสุดน่ารักและเครื่องดื่มเรืองแสงวิบวับโดดเด่นท่ามกลางไฟยามค่ำคืน

กระปุกขนม 3 ชั้นลายม้า / กระเป๋าใสลายม้าแคระออโรร่า / พวงกุญแจเรืองแสง ลูกอมเรืองแสง คุกกี้สอดไส้ช็อกโกแลต ตามลำดับ

ก่อนกลับอย่าลืมแวะโซนของฝากบริเวณ G-Front และ L-Wing ที่เต็มไปด้วยไอเทมน่ารักระยิบระยับ มีทั้งลูกอมเรืองแสง คุกกี้สอดไส้ช็อกโกแลต พวงกุญแจเรืองแสง และกระเป๋าใสลายม้าแคระออโรร่าสะท้อนแสงราวกับแสงเหนือ ส่วนของฝากใหม่ประจำฤดูกาลคือ กระปุกขนม 3 ชั้นลายม้า! ด้านในบรรจุลูกกวาด ด้านในบรรจุบิสกิตรสดั้งเดิม บิสกิตรสบาร์บีคิว และลูกอมรสโซดาซ่า ๆ ตัวกระปุกขนมมีดีไซน์เงาวาว เหมาะสำหรับทั้งสะสมและมอบเป็นของขวัญช่วงฤดูหนาวนี้ จะซื้อไอเทมเรืองแสงเหล่านี้ก่อนไปเดินชมไฟและให้เด็ก ๆ ถือเป็นพร๊อพถ่ายรูป หรือจะแวะซื้อเป็นของที่ระลึกก่อนกลับก็ได้เหมือนกัน 

เคล็ดลับเที่ยวงานอิลลูมิเนชันให้สนุกขึ้น!

เพื่อให้ค่ำคืนแห่งแสงไฟของเราเต็มไปด้วยความประทับใจ นี่คือเคล็ดลับเล็ก ๆ ที่จะช่วยให้ทุกคนเที่ยวงานนี้ได้สนุกยิ่งขึ้น! 

เริ่มจากเช็กวันจัดงานล่วงหน้า เพราะบางวันอาจไม่มีการเปิดให้เข้าชม จะได้ไม่พลาดเที่ยวฟรี เมื่อเช็ควันแล้วแนะนำให้ซื้อตั๋วล่วงหน้าเพื่อรับราคาพิเศษ เพราะแม้จะสามารถซื้อตั๋วหน้างานได้ แต่การจองไปก่อนมักจะคุ้มกว่าซื้อหน้างาน ส่วนใครที่กลัวหนาว อย่าลืมแต่งตัวให้อุ่น เพราะงานนี้จัดกลางแจ้งในช่วงฤดูหนาว การมีเสื้อกันหนาวอุ่น ๆ จะช่วยให้เดินชมไฟได้อย่างเพลิดเพลินและไม่รบกวนความสนุก 

สุดท้ายอย่าลืมตรวจสอบตารางเวลาของโชว์ต่าง ๆ อย่างเช่นโชว์น้ำพุ และจุดไฮไลต์ต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้พลาดรอบสำคัญ 

เช็กลิสต์เที่ยวงานโตเกียว เมก้า อิลลูมิเนชันให้สนุกมากยิ่งขึ้น

✅ เช็ควันจัดงานล่วงหน้า 
✅ ซื้อตั๋วล่วงหน้าเพื่อราคาพิเศษ 
✅ แต่งตัวให้อุ่นเข้าไว้
✅ วางแผนเวลาโชว์ 

แลนด์มาร์กประดับไฟฤดูหนาวห้ามพลาด

ไม่ว่าจะมาเที่ยวกับครอบครัว คู่รัก หรือเพื่อน ๆ งานโตเกียว เมก้า อิลลูมิเนชัน คือสถานที่ที่ผสมผสานความมหัศจรรย์ของแสงไฟ ความน่ารักของม้า และความอบอุ่นของฤดูหนาวได้อย่างลงตัว เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ในโตเกียวที่ควรค่าแก่การมาเยี่ยมเยือน ถ้าอยากรู้ว่างานประดับไฟในญี่ปุ่นที่คนญี่ปุ่นเองยังอยากไปเป็นยังไง รีบซื้อตั๋วแล้วมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง ที่โตเกียว เมก้า อิลลูมิเนชันดูสิ!

ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURU, Facebook และ Instagram

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS