Sponsored

อาหารเสริม Alinamin ตัวไหนดี? 4 ผลิตภัณฑ์ยอดนิยม พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับอาการและไลฟ์สไตล์

บทความนี้มีเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน

  • X
  • line

ด้วยไลฟ์สไตล์ปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ทั้งการทำงานและการเดินทาง การจ้องหน้าจอสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน อาจทำให้รู้สึกตาล้า ตึงไหล่ได้ง่าย หรือแม้แต่ตอนเดินทางท่องเที่ยวก็อาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้าสะสมจากการนั่งเครื่องนาน ๆ การยกสัมภาระ หรือการเปลี่ยนแปลงของกิจวัตรประจำวัน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายเหล่านี้ ผลิตภัณฑ์ในซีรีส์ Alinamin® จึงมีให้เลือกหลายประเภทตามความต้องการ

แต่คำถามต่อมาก็อาจจะเป็น แล้วจะเลือกทาน Alinamin® ตัวไหนดี? บทความนี้จะพาไปรู้จักจุดเด่นและสถานการณ์ที่เหมาะกับการใช้งานของ 4 ผลิตภัณฑ์ยอดนิยมในกลุ่ม Alinamin® พร้อมแนะนำวิธีเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละคนแบบเข้าใจง่าย!

เลือกยาญี่ปุ่นอย่างไรให้เหมาะ? รู้จักลักษณะอาการและผลิตภัณฑ์แนะนำ

ผลิตภัณฑ์จาก Alinamin บริษัทเภสัชกรรมของญี่ปุ่น

เมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น นอกจากแฟชั่นและขนมแล้ว ร้านขายยา (Drugstore) ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายยอดนิยมที่หลายคนไม่พลาดแวะเข้าไปเลือกซื้อสินค้า ภายในร้านมีทั้งยาสามัญประจำบ้าน ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ และอาหารเสริมหลากหลาย หลายคนจึงมักถือโอกาสเลือกซื้อสิ่งที่ต้องการกลับไปพร้อมกันในคราวเดียว จนบางครั้งรู้ตัวอีกทีก็เผลอหยิบจนเต็มตะกร้าแล้ว🛒

หากพูดถึงของที่หลายคนมักแวะซื้อกลับจากร้านขายยาญี่ปุ่น Alinamin® ก็น่าจะเป็นหนึ่งในชื่อที่คุ้นตากันดี ด้วยฝาสีแดงที่โดดเด่นและภาพจำเรื่องการดูแลความเหนื่อยล้า แต่จริง ๆ แล้ว Alinamin® ไม่ได้มีแค่สูตรเดียว เพราะในซีรีส์นี้ยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายแบบที่ออกแบบมาให้เหมาะกับความต้องการที่แตกต่างกัน ทั้งการดูแลอาการล้าของดวงตา อาการตึงบริเวณไหล่และคอ การดูแลคุณภาพการนอนหลับ ไปจนถึงการเสริมวิตามินในชีวิตประจำวัน

แต่เมื่อมีตัวเลือกเยอะขนาดนี้ หลายคนก็คงเคยลังเลอยู่หน้าชั้นวางสินค้าว่า “แล้วควรเลือกตัวไหนดี?” บทความนี้จะพาไปรู้จักจุดเด่นของแต่ละผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยให้เลือกได้ง่ายขึ้นตามไลฟ์สไตล์และความต้องการของแต่ละคน

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จาก Alinamin แบรนด์ยาญี่ปุ่น

ครั้งนี้เราเลยเลือก 4 ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ ได้แก่ Alinamin® EX Plus® สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องอาการล้าของดวงตา อาการตึงบริเวณไหล่ หรืออาการปวดหลัง, Alinamin® Night Recover ที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูความเหนื่อยล้าระหว่างการนอนหลับ, Bios Three® Hi Tablets สำหรับการดูแลสมดุลของสภาพแวดล้อมในลำไส้ และ Vitamin C “2000” ที่เหมาะสำหรับการเสริมวิตามินในชีวิตประจำวัน โดยจะพาไปรู้จักจุดเด่นและสถานการณ์ที่เหมาะกับการใช้งานของแต่ละผลิตภัณฑ์แบบเข้าใจง่ายกัน

ปัจจุบันหลายคนใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ทั้งการทำงานและการเดินทางท่องเที่ยวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความเหนื่อยล้าจากการเปลี่ยนแปลงของกิจวัตรระหว่างการเดินทาง การเดินเป็นเวลานาน หรือความอ่อนล้าจากการทำงานหลังกลับจากทริป รวมถึงความต้องการเสริมโภชนาการในแต่ละวัน ล้วนเป็นความต้องการที่แตกต่างกันไปตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับปัญหาและวัตถุประสงค์ของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ

คนที่กังวลเรื่องตาล้าและตึงไหล่

อาหารเสริมญี่ปุ่นที่แนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการตาล้า
อาหารเสริมแบรนด์ญี่ปุ่นสำหรับบรรเทาอาการปวดคอและไหล่

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ชีวิตและการทำงานของคนในปัจจุบันล้วนเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ดิจิทัลอย่างคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟน การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการล้าของดวงตา อาการตึงบริเวณไหล่ หรือความไม่สบายบริเวณหลังและเอวได้ นอกจากนี้ ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว การเดินเป็นเวลานานหรือการถือสัมภาระหนักก็อาจทำให้ความเหนื่อยล้าสะสมเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่หลายคนนึกถึงเมื่อต้องการดูแลความเหนื่อยล้าเหล่านี้คือ Alinamin® EX Plus® ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปในญี่ปุ่น

ผลิตภัณฑ์ Alinamin EX Plus พร้อมขวดยา กล่องบรรจุภัณฑ์ และเม็ดยา
ภาพผลิตภัณฑ์ Alinamin EX Plus และการใช้งานระหว่างทำงานหน้าคอม
ขวดยา Alinamin EX Plus พร้อมตัวอย่างเม็ดยาและบรรจุภัณฑ์

Alinamin® EX Plus®: สำหรับเสริมวิตามิน B1, B6 และ B12 ในช่วงที่ร่างกายอ่อนล้า

Alinamin® EX Plus® มีส่วนผสมของอนุพันธ์ของวิตามิน B1 อย่าง เฟอซัลไทอามีน (Fursultiamine) และจะเปลี่ยนเป็นวิตามิน B1 ในรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้ได้ภายในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีวิตามิน B6 และวิตามิน B12 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาท และมีสรรพคุณในการบรรเทาอาการล้าของดวงตา อาการตึงบริเวณไหล่ รวมถึงอาการไม่สบายบริเวณเอวและหลัง

ภายในสูตรยังมี แคลเซียม แพนโททีเนต (Calcium Pantothenate) ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย, วิตามิน E ที่เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนโลหิต และ แกมมาโอไรซานอล (Gamma Oryzanol) ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของวิตามินบีกลุ่มต่าง ๆ จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมโภชนาการในชีวิตประจำวัน และเหมาะสำหรับการดูแลสภาพร่างกายในช่วงที่ต้องทำงานหรือเดินทางอย่างต่อเนื่อง

Alinamin® EX Plus® (アリナミン®EXプラス®)
ยา OTC ประเภทที่ 3 ของญี่ปุ่น
ปริมาณสุทธิ: 270 เม็ด
ขนาดและวิธีใช้: รับประทานวันละ 1 ครั้ง หลังอาหาร ครั้งละ 2–3 เม็ด (สามารถรับประทานหลังอาหารเช้า กลางวัน หรือเย็นได้ โดยให้ผลไม่แตกต่างกัน)
ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่ควรรับประทาน
รายละเอียดผลิตภัณฑ์

⚠️ เนื่องจากมีสินค้าลอกเลียนแบบวางจำหน่ายอยู่ในบางตลาด ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของแท้ โดยสังเกตจากบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วและโลโก้ที่สลักอยู่บนเม็ดยา การเลือกซื้อจากร้านค้าในญี่ปุ่นจะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น

แล้ว Alinamin® EX Plus® และ Alinamin® EX Plus α® ต่างกันอย่างไร?

Alinamin® EX Plus α®: สำหรับเสริมวิตามิน B1, B6 และ B12 ในช่วงที่ร่างกายอ่อนล้า

หลายคนอาจสงสัยว่า “ทั้งสองรุ่นนี้แตกต่างกันอย่างไร?” พอเห็นผลิตภัณฑ์ทั้งสองวางอยู่ข้าง ๆ กันบนชั้นวาง

อธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ Alinamin® EX Plus α® เป็นสูตรที่เสริมเพิ่มเติมจาก Alinamin® EX Plus® ทั้งสองผลิตภัณฑ์มุ่งเน้นการบรรเทาอาการล้าของดวงตา อาการตึงบริเวณไหล่ และอาการไม่สบายบริเวณเอวเป็นหลัก แต่ Alinamin® EX Plus α® เพิ่มส่วนประกอบสำคัญบางชนิดเข้ามามากกว่าเดิม จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีความเหนื่อยล้าสะสมมาเป็นเวลานาน หรือผู้ที่มักมีอาการเกี่ยวกับดวงตา ไหล่ และเอวเกิดขึ้นซ้ำ ๆ อยู่บ่อยครั้ง

นอนเยอะแต่ยังเหนื่อย? เริ่มดูแลความเหนื่อยล้าตั้งแต่ช่วงเวลานอนหลับ

ภาพการนอนหลับ การทำงาน และผลิตภัณฑ์ Alinamin® Night Recover Tablets
อ่อนเพลียระหว่างทำงาน และผลิตภัณฑ์ Alinamin Night Recover Tablets

คุณภาพการนอนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสภาพร่างกายและความกระปรี้กระเปร่าในวันถัดไป บางคนแม้จะนอนหลับได้เพียงพอ แต่เมื่อตื่นเช้าก็ยังรู้สึกว่าอาการเหนื่อยล้ายังไม่หายไป ขณะที่อีกหลายคนต้องเผชิญกับชีวิตที่เร่งรีบและตารางเวลาที่ไม่สม่ำเสมอ จนทำให้รู้สึกไม่สดชื่นตั้งแต่เริ่มต้นวัน

ผลิตภัณฑ์ Alinamin Night Recover Tablets และภาพประกอบการพักผ่อนกับการทำงานในชีวิตประจำวัน
Alinamin Night Recover Tablets ตัวอย่างยาเม็ดและขวดบรรจุภัณฑ์

Alinamin® Night Recover (ชื่อผลิตภัณฑ์: Alinamin® s) ช่วยฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้า ปรับอาการตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น หรือหลับไม่ลึกที่เกี่ยวข้องกับภาวะโภชนาการไม่เพียงพอ

Alinamin® Night Recover พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “การฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าระหว่างการนอนหลับ” โดยมีส่วนผสมของ ฟูร์ซูลไทอามีน (Fursultiamine) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามิน B1 รวมถึง ไกลซีน (Glycine) ที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ และ สารสกัดแห้งเอโซอุโคงิ (Ezoukogi Dry Extract) ที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้า

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ อยู่ที่การช่วยสนับสนุนเพื่อฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าและเพิ่มคุณภาพการนอน เช่น อาการตื่นนอนแล้วไม่สดชื่นหรือหลับไม่ลึก เป็นการเสริมโภชนาการที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อนและการฟื้นตัวของร่างกาย ที่สำคัญคือไม่มีคาเฟอีน จึงสามารถรับประทานก่อนนอนได้ เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกว่านอนแล้วแต่ยังไม่หายเหนื่อย ผู้ที่ต้องการดูแลสภาพร่างกายในช่วงเวลาพักผ่อน หรือผู้ที่กังวลเกี่ยวกับคุณภาพการนอนหลับ

Alinamin® Night Recover Tablets(アリナミン®ナイトリカバー錠)
ผลิตภัณฑ์กึ่งยาประเภทพิเศษ (指定医薬部外品)
ปริมาณ: 160 เม็ด
วิธีใช้: รับประทานวันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน ครั้งละ 1–2 เม็ด
ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่ควรรับประทาน
รายละเอียดผลิตภัณฑ์

สุขภาพลำไส้ก็สำคัญ อิ่มอร่อยกับอาหารระหว่างทริปได้เต็มที่

นักท่องเที่ยวทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยขณะเที่ยวญี่ปุ่น
ภาพผลิตภัณฑ์ Bios Three Hi Tablets และการใช้งานระหว่างทำงานหน้าคอมพิวเตอร์

เขาว่ากันว่า “ลำไส้คือสมองที่สองของร่างกาย” เพราะสุขภาพของลำไส้ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแค่การย่อยอาหารหรือการขับถ่ายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสภาพร่างกายโดยรวมอีกด้วย เมื่อได้มาเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที หลายคนก็คงอยากไปลิ้มลองอาหารที่เล็งไว้ให้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นปิ้งย่าง ราเมง อาหารสไตล์อิซากายะ หรือขนมหวานต่าง ๆ ดังนั้นการรักษาสมดุลของสภาพแวดล้อมในลำไส้ให้ดีอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่มีโอกาสรับประทานอาหารหลากหลายกว่าปกติระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว

ภาพผลิตภัณฑ์ Bios Three Hi Tablets  ตัวอย่างยาและบรรจุภัณฑ์
ภาพผลิตภัณฑ์ Bios Three Hi Tablets  ตัวอย่างยาและบรรจุภัณฑ์

Bios Three® Hi Tablets: สำหรับปรับสมดุลลำไส้ บรรเทาอาการท้องผูก และอุจจาระเหลว

Bios Three® Hi Tablets เป็นยาปรับสมดุลลำไส้ที่ช่วยดูแลสุขภาพลำไส้ในชีวิตประจำวัน โดยมีการผสมจุลินทรีย์มีชีวิต 3 ชนิดที่ทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ ของระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่ลำไส้เล็กไปจนถึงลำไส้ใหญ่ ช่วยสนับสนุนการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ และการคงไว้ซึ่งการทำงานของเกราะป้องกันในลำไส้ใหญ่ เพื่อช่วยสร้างสภาพแวดล้อมในลำไส้ที่ดี

หนึ่งในจุลินทรีย์สำคัญคือ แบคทีเรียสร้างกรดบิวทิริก ซึ่งพบได้ในอาหารเพียงบางประเภท เช่น ผักดองรำข้าวญี่ปุ่นนุกะซึเกะ และเป็นจุลินทรีย์ที่ได้รับจากอาหารประจำวันได้ค่อนข้างยาก โดยจุลินทรีย์ชนิดนี้ช่วยส่งเสริมการหลั่งเมือกที่จำเป็นต่อการรักษาการทำงานของเกราะป้องกันในลำไส้ใหญ่ และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ชนิดดี นอกจากนี้ ยังมีจุลินทรีย์กรดแลคติก ที่ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมภายในลำไส้ให้มีความเป็นกรดอ่อน ๆ ซึ่งเหมาะต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดดี และมีส่วนช่วยในการรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ขณะที่จุลินทรีย์ย่อยแป้ง จะช่วยย่อยใยอาหารและแป้งที่ย่อยยาก พร้อมสร้างสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์กรดแลคติกและบิฟิโดแบคทีเรีย จึงมีส่วนช่วยในการรักษาสมดุลของสภาพแวดล้อมภายในลำไส้

การดูแลสุขภาพลำไส้เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่รับประทานอาหารนอกบ้านเป็นประจำ หรือผู้ที่อยากเพลิดเพลินกับการตะลุยชิมอาหารหลากหลายเมนูระหว่างทริปญี่ปุ่น ก็สามารถนำผลิตภัณฑ์นี้มาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันได้

Bios Three® Hi Tablets(ビオスリー®Hi錠)
ผลิตภัณฑ์กึ่งยาประเภทพิเศษ (指定医薬部外品)
ปริมาณ: 540 เม็ด
ขนาดและวิธีใช้: รับประทานหลังอาหาร วันละ 3 ครั้ง
・อายุ 15 ปีขึ้นไป ครั้งละ 2 เม็ด
・อายุ 5 ปีขึ้นไป แต่ต่ำกว่า 15 ปี ครั้งละ 1 เม็ด
・เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ไม่ควรรับประทาน
รายละเอียดผลิตภัณฑ์

การเสริมวิตามินซีในชีวิตประจำวัน

ภาพหญิงสาวแต่งหน้า แต่วิตามินซีไม่เพียงพอต่อผิว
ภาพนักท่องเที่ยวออกกำลังกายริมแม่น้ำสุมิดะใกล้โตเกียวสกายทรี

นอกจากการดูแลความเหนื่อยล้าและการรักษาสมดุลของสภาพแวดล้อมในลำไส้แล้ว ผลิตภัณฑ์วิตามินซียังเป็นอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมโภชนาการที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานในร้านขายยาของญี่ปุ่น

ภาพผลิตภัณฑ์ Vitamin C "2000" ตัวอย่างยาและบรรจุภัณฑ์
ภาพผลิตภัณฑ์ Vitamin C "2000" ตัวอย่างยาและบรรจุภัณฑ์

Vitamin C “2000”: สำหรับเสริมวิตามินซีในช่วงที่ร่างกายอ่อนล้า และช่วยบรรเทาภาวะเม็ดสีสะสมจากแสงแดดหรืออาการผื่นระคายเคือง

Vitamin C “2000” เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์กลุ่มวิตามินซีที่พัฒนาและวางจำหน่ายโดย Alinamin Pharmaceutical มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 40 ปี โดยมีส่วนประกอบของวิตามินซี แคลเซียมแอสคอร์เบต และวิตามินบี 2 ในสูตรที่เรียบง่าย หากรับประทานในปริมาณสูงสุดตามที่กำหนดต่อวัน คือ 6 เม็ด จะได้รับวิตามินซี 2,000 มิลลิกรัม (ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเกินปริมาณที่แนะนำ)

วิตามินซีเหมาะสำหรับการเสริมในช่วงที่ร่างกายอ่อนล้า และยังใช้เพื่อช่วยบรรเทาภาวะเม็ดสีสะสมที่เกิดจากฝ้า กระ หรือการสัมผัสแสงแดดอีกด้วย จึงเหมาะทั้งสำหรับผู้ที่ต้องเดินกลางแจ้งเป็นเวลานานระหว่างการท่องเที่ยว เพลิดเพลินกับการเดินเที่ยวหรือช้อปปิ้ง รวมถึงผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ และต้องการเสริมโภชนาการในชีวิตประจำวัน

Vitamin C “2000”(ビタミンC2000)
ยาประเภทที่ 3 ของญี่ปุ่น
ปริมาณ: 300 เม็ด
ขนาดและวิธีใช้: รับประทานหลังอาหาร วันละ 2 ครั้ง
อายุ 15 ปีขึ้นไป: ครั้งละ 1–3 เม็ด
อายุ 11–14 ปี: ครั้งละ 1–2 เม็ด
อายุ 7–10 ปี: ครั้งละ 1 เม็ด
เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ไม่ควรรับประทาน
รายละเอียดผลิตภัณฑ์

Alinamin® ตัวช่วยในการดูแลสุขภาพและความพร้อมของร่างกายในแต่ละวัน

ผลิตภัณฑ์ของ Alinamin สามารถหาได้ทั่วไปตามร้านขายยา หรือดองกี้โฮเต้

เมื่อเดินเข้าไปในร้านขายยาที่ญี่ปุ่น หลายคนอาจรู้สึกสับสนกับสินค้ามากมายที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นวาง และไม่แน่ใจว่าควรเลือกผลิตภัณฑ์ใด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Alinamin® ที่มีหลากหลายประเภท จนในช่วงแรกอาจมองไม่เห็นความแตกต่างของแต่ละรุ่น อย่างไรก็ตาม หากเริ่มจากการพิจารณาความต้องการของตัวเอง การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมก็ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กังวลเรื่องอาการล้าของดวงตา อาการตึงบริเวณไหล่ หรืออาการไม่สบายบริเวณเอว ผู้ที่ต้องการดูแลการฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าระหว่างการนอนหลับ ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพลำไส้ในชีวิตประจำวัน หรือผู้ที่ต้องการเสริมวิตามินซี ก็สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับความต้องการของตนเองได้

นอกจากการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันหลังกลับจากการเดินทางแล้ว ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังสามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลร่างกายระหว่างทริปได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวกับกิจวัตรที่เปลี่ยนไป การเดินทางเป็นเวลานาน หรือการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

ภาพผลิตภัณฑ์ Alinamin EX Plus ตัวอย่างยาและบรรจุภัณฑ์
ภาพผลิตภัณฑ์ Alinamin Night Recover Tablets ตัวอย่างยาและบรรจุภัณฑ์
ภาพผลิตภัณฑ์ Bios Three® Hi Tablets ตัวอย่างยาและบรรจุภัณฑ์
ภาพผลิตภัณฑ์ Vitamin C "2000" ตัวอย่างยาและบรรจุภัณฑ์

สรุปผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความนี้

・อาการล้าของดวงตา อาการตึงบริเวณไหล่ และอาการไม่สบายบริเวณเอว → Alinamin® EX Plus®
・การดูแลการฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าระหว่างการนอนหลับ → Alinamin® Night Recover Tablets
・สายกินที่ชื่นชอบการตะลุยชิมอาหารระหว่างทริป และอยากดูแลลำไส้ → Bios Three® Hi Tablets
・การเสริมวิตามินซีและโภชนาการในชีวิตประจำวัน → Vitamin C “2000”

แล้วลิสต์สินค้าประจำจากร้านขายยาญี่ปุ่นของแต่ละคนละ มีอะไรบ้าง? หากกำลังวางแผนช้อปปิ้งที่ร้านขายยาระหว่างทริปญี่ปุ่น อย่าลืมตรวจสอบคูปองพิเศษจาก JAPANKURU ด้วย นอกจากสิทธิ์ยกเว้นภาษีแล้ว บางสาขาที่ยังร่วมรายการอาจได้รับส่วนลดเพิ่มเติมอีกด้วย เงินที่ประหยัดได้อาจนำไปใช้กับมื้อปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นที่จองไว้ หรือออกไปตะลุยชิมเมนูอร่อย ๆ ที่เล็งไว้ก็ได้เช่นกัน

ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURUFacebookInstagramX(Twitter)

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS