[ปลาโจบัง-โมโน คืออะไรกันนะ?] พาร์ท 8 การดูแลรักษา "โจบังโมโน" ให้มั่นคงและปลอดภัย

Tohoku Tour โซมะ 2021.01.29
สถาบันวิจัยทรัพยากรประมง ประจำจังหวัดฟุกุชิมะเป็นสถานที่ที่มีเป้าหมายในในการสนับสนุนการประมงในท้องถิ่นด้วยการวิจัยและการเลี้ยงสัตว์ทะเลไปพร้อมๆกัน

ความยั่งยืนของโจบังโมโน

บริเวณมหาสมุทรนอกชายฝั่งฟุกุชิมะหรือ "ทะเลชิโอเมะ" (潮目の海) เป็นจุดเชื่อมต่อของกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นในมหาสมุทรที่มีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ เหมาะแก่การเจริญเติบโตของสัตว์ทะเล โดยเฉพาะโจบังโมโน อาหารทะเลคุณภาพดีของฟุกุชิมะ อุตสาหกรรมการประมงของฟุกุชิมะยังคงกลับมายืนหยัดได้อีกครั้งหลังจากเหตุการณ์ภัยพิบัติในปี 2011 และในปัจจุบันการประมงในเมืองชายฝั่งทั้งอิวากิและโซมะกำลังสร้างใหม่อย่างช้าๆ แต่ปลาโจบังโมโนและอาหารทะเลนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชาวบ้าน ที่พวกเขาหวังว่าจะอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นต่อ ๆ ไป
  • ตลาดอาหารทะเลแปรรูปอิโซเบะ (Isobe Marine Processing Facility Market)
เพียงแค่มองเข้าไปในตลาดแปรรูปอาหารทะเลอิโซเบะก็จะเห็นถึงความหลากหลายของโจบังโมโน และเห็นได้ว่ามีความสำคัญอย่างไรกับผู้คนในฟุกุชิมะ ตลาดปลาแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เรือประมงของโซมะจับปลาขึ้นมาตอนเช้า เพื่อทำการประมูล ปลาที่จับขึ้นมาได้สดๆวางเรียงบนชั้นและตู้แช่ ทั้งปลา หอย หมึกยักษ์ ปลาทูน่ากระป๋อง และอีกมากมาย ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากลานจอดรถ
  • หมึกยักษ์ที่ตลาดปลา
  • หอยปีกนกต้ม ที่ผ่านการทดสอบแล้ว ณ ตลาดปลา
เมื่อดูที่แพคเกจของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแบบใกล้ๆ จะเห็นว่ามีสติ๊กเกอร์ระบุว่าผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการทดสอบว่าปลอดภัยจากรังสี ซึ่งบทความก่อนหน้านี้เราได้มีการพูดถึงวิธีการทดสอบ การตรวจสอบรังสี ก่อนที่โจบังโมโนจะออกสู่ตลาด ในบทความพาร์ทที่ 6 ของซีรี่ย์โจบังโมโน แต่การทำงานอย่างหนักของนักวิจัยในพื้นที่ และชาวประมงไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ผู้คนในบริเวณชายฝั่งฮามะ - โดริของฟุกุชิมะ อยากให้วัฒนธรรมการจับปลาในท้องถิ่นคงอยู่ต่อไป

ซึ่งเมื่อพูดถึงนโยบายเชิงปฏิบัติของผู้นำท้องถิ่น เช่น คุณ Mitsunori Suzuki รองประธานสมาคมสหกรณ์การประมงอิวากิ กล่าวว่า พวกเขากำลังใช้ช่วงเวลาที่แห่งการเติบโตใหม่นี้เพื่อ "ปรับแนวทางการปฏิบัติ และรักษาทรัพยากรในท้องถิ่น" เพื่อเป็นแนวทางในนโยบายใหม่ๆ และช่วยเหลืออุตสาหกรรมไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีมีงานวิจัยของสถาบันวิจัยทรัพยากรประมงประจำจังหวัดฟุกุชิมะ

การค้นคว้าวิจัยที่สถาบันวิจัยทรัพยากรประมงประจำจังหวัดฟุกุชิมะ

  • สถาบันวิจัยการประมงจังหวัดฟุกุชิมะ
คุณ Toru Sakuma รองผู้อำนวยการ ได้กล่าวว่าสถาบันวิจัยการประมงจังหวัดฟุกุชิมะ มีวัตถุประสงค์หลักสองประการ ประการแรก สถาบันศึกษาการจัดการทรัพยากรในพื้นที่ชายฝั่งน้ำตื้นนอกฟุกุชิมะ โดยพิจารณาถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงและระบบนิเวศโดยทั่วไปของสิ่งมีชีวิตในทะเลที่อาศัยอยู่ในน้ำตื้น และตรวจสอบว่าอุตสาหกรรมการประมงของฟุกุชิมะจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืนในอนาคตได้อย่างไร ประการที่สอง สถาบันวิจัยทรัพยากรการประมง นำการวิจัยทางนิเวศวิทยาทั้งหมดไปใช้สร้างสภาพธรรมชาติขึ้นใหม่ เพื่อให้สถาบันสามารถมีส่วนร่วมในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือการเลี้ยงปลา
  • ถังสำหรับการวิจัยรังสี
เป้าหมายเหล่านี้และตัวสถาบันเองนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะพวกเขาได้สำรวจวิธีการรักษาและปรับปรุงทรัพยากรประมงของฟุกุชิมะมาตั้งแต่สถาบันก่อตั้ง เป็นสถาบันวิจัยเพาะปลาแห่งจังหวัดฟุกุชิมะในปี 1983 อย่างไรก็ตามเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา อาคารของสถาบันตั้งอยู่ติดกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิ โดยใช้ประโยชน์จากน้ำอุ่นของโรงงาน เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิจัย หลังจากภัยพิบัติดังกล่าวได้สร้างความเสียหายให้กับอาคารของสถาบันในปี 2011 ในที่สุดพวกเขาก็สามารถสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางเหนือเล็กน้อยตามแนวชายฝั่งของฟุกุชิมะ ในปี 2018 และตอนนี้สถาบันวิจัยทรัพยากรการประมงยังคงดำเนินการตามวัตถุประสงค์หลักทั้งสองนี้ ซึ่งการระเบิดของนิวเคลียร์ในปี 2011 นั้นได้นำความท้าทายใหม่ ๆ มาให้พวกเขาได้ทำงานต่อไป
  • ปลาตาเดียว หนึ่งในปลาที่ใช้ทดลองในสถาบันวิจัย
สถาบันวิจัยทรัพยากรประมงประจำจังหวัดฟุกุชิมะ มุ่งเน้นไปที่การจัดการทรัพยากรและการเลี้ยงปลา ในฟุกุชิมะการทำความเข้าใจผลกระทบของรังสีที่มีต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลในท้องถิ่นเป็นส่วนสำคัญของงานวิจัยนี้ ในการเดินทางไปยังสถาบันวิจัยในโซมะทีม Japankuru ได้มุ่งตรงไปที่อาคารวิจัยที่มีลักษณะเหมือนโกดังซึ่งอยู่ห่างจากสำนักงานและห้องปฏิบัติการ เพื่อดูงานวิจัยด้วยตัวเราเอง ภายใต้เพดานสูงในห้องวิจัยนี้ มีถังหลายรูปร่างและหลายขนาด เต็มไปด้วยสัตว์ทะเลหลากหลายสายพันธุ์ที่ใช้ในการวิจัย

การทดลองที่เราสนใจมากที่สุดก็คือ แถวของถังตื้นที่มีปลาตาเดียวอยู่ ในการศึกษานี้ ปลาตาเดียวทำหน้าที่เป็นตัวแทนของปลา flatfish ในบริเวณชายฝั่งของฟุกุชิมะ การวิจัยนี้จึงมีความสำคัญ เนื่องจากปลาตาเดียวเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมการประมงของฟุกุชิมะ แต่เนื่องจากว่าพวกมันใช้ชีวิตอยู่บนพื้นทะเลที่ซึ่งเป็นทรายและมีสารกัมมันตภาพรังสีอยู่ ทำให้เป็นสิ่งที่น่ากังวลมากขึ้น ที่สถาบันพวกเขาให้อาหารปลาตาเดียวด้วยอาหารปลา ที่มีปริมาณกัมมันตภาพรังสีซีเซียม -137 เป็นเวลา 25 วันก่อนที่จะเปลี่ยนปลาครึ่งหนึ่งเป็นอาหารที่ไม่มีกัมมันตภาพรังสี และวัดระดับรังสีในปลากลุ่มต่างๆ ตลอดการทดลอง มีการตรวจสอบและคัดกรองการทดสอบทางรังสีกับปลาที่จับได้ตามธรรมชาติ ทำให้มั่นใจได้ว่าปลาที่จับได้ในฟุกุชิมะจะไม่ส่งต่อให้กับผู้บริโภค อย่างไรก็ตามงานวิจัยนี้ทำให้เราได้เห็นถึงผลกระทบของภัยพิบัตินิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเกือบ 10 ปี ที่ผ่านมา และสารกัมมันตรังสีที่เหลืออยู่อาจส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลได้อย่างไร ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่มากขึ้นเพื่อให้โจบังโมโนมีความปลอดภัย
  • การวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำทะเลและพื้นทะเลในท้องถิ่น

การสร้างโจบังโมโนรุ่นใหม่

  • ปลาตาเดียว
การวิจัยในห้องปฏิบัติการและการทดลองที่ทำที่สถาบันวิจัยทรัพยากรการประมงประจำจังหวัดฟุกุชิมะ มีความสำคัญ แต่เมื่อพิจารณาถึงขนาด สิ่งที่สถาบันทำส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงปลา การประมงพื้นบ้านพยายามอย่างเต็มที่ในการขยายพันธุ์อย่างยั่งยืนและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และเพื่อสนับสนุนความพยายามดังกล่าว สถาบันได้ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือประชากรปลาในท้องถิ่นโ ดยการเลี้ยงปลาท้องแบน (ปลาตาเดียว) ในท้องถิ่นจากไข่จ ากนั้นปล่อยลงสู่ทะเล เพื่อให้เติบโตแบบธรรมชาติ เมื่อเราถามถึงความสำเร็จของสถาบัน รองผู้อำนวยการ Sakuma ยิ้มและกล่าวถึงความภาคภูมิใจของเขาที่มีต่อโครงการนี้มีความก้าวหน้า ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เขาดูแลปลาตัวด้วยความรัก ซึ่งไม่กี่ปีที่ผ่านมาพวกเขาได้เฉลิมฉลอง เมื่อความพยายามในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของพวกเขาประสบความสำเร็จในการเลี้ยงและปล่อยปลาตาเดียวญี่ปุ่น 10,000 ตัวสู่น่านน้ำนอกชายฝั่งฟุกุชิมะ ตอนนี้สถาบันวิจัยทรัพยากรประมงประจำจังหวัดฟุกุชิมะ ปล่อยปลาตาเดียวประมาณ 80,000 ตัวต่อปี และพวกเขากำลังดำเนินการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อด้วยเช่นกัน
  • ถังเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ว่างเปล่าในช่วงนอกฤดู
ปลาตาเดียวญี่ปุ่นที่สถาบันเริ่มออกไข่และเมื่อฟักออกเป็นตัว พวกเขาใช้เวลาช่วงแรก ๆ ว่ายน้ำในถังขนาดมหึมาเหล่านี้ เมื่อพวกมันโตขึ้นถึงขนาด 1 - 2 ซม. พวกมันจะรวมตัวกันที่ก้นถังโดยเกาะติดกับพื้น พวกมันจะกินแพลงก์ตอนและเนื้อปลา ในระยะเวลาเพียงสามเดือนปลาจะโตอย่างรวดเร็วโดยมีความยาวประมาณ 8 - 10 ซม.
  • ชาวประมงในโซมะและปลาตาเดียวที่จับได้
เมื่อปลาตาเดียวญี่ปุ่นมีขนาดที่ต้องการก็จะปล่อยลงสู่มหาสมุทรใกล้ ๆ ให้พวกมันกลับไปใช้ชีวิตในทะเล ที่เต็มไปด้วยแพลงก์ตอน ในทะเลชิโอเมะ ในที่อยู่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์ โดยใช้เวลาประมาณสองปีกว่าปลาจะโตเต็มที่ ที่วันหนึ่งบางทีอาจจะถูกจับได้โดยเรือประมงในท้องถิ่นขายให้กับร้านอาหารและได้ชิมซาชิมิปลาโจบังโมโนแสนอร่อย

ความหวังในอนาคตของฟุกุชิมะ

  • คุณ Toru Sakuma รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรการประมง จังหวัดฟุกุชิมะ
เมื่อพูดถึงฟุกุชิมะ หลายคนก็จะนึกถึงแต่อดีต ไม่สามารถนึกภาพอื่นนอกจากเหตุการณ์อันโหดร้ายที่เกิดขึ้นในปี 2011 ได้ แต่งานวิจัยของสถาบันวิจัยทรัพยากรประมง ประจำจังหวัดฟุกุชิมะ พูดถึงเรื่องของอนาคต ว่าเราจะรักษาการประมงของเมืองฟุกุชิมะอย่างอิวากิและโซมะได้อย่างไร? เราจะทำให้อุตสาหกรรมก้าวไกลไปสู่อนาคตได้อย่างไร? เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าทุกคนทั้งในพื้นที่และห่างไกลสามารถเพลิดเพลินกับอาหารอร่อย ๆ ที่ทำจากโจบังโมโนสดๆได้อย่างไร? เราอาจยังไม่ทราบคำตอบทั้งหมด แต่รองผู้อำนวยการโทรุซาคุมะและนักวิจัยและเจ้าหน้าที่ที่เหลือของสถาบันกำลังหาคำตอบนั้นอยู่
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาทีมงาน Japankuru ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดที่สำคัญทั้งหมดของการประมงและการทดสอบทางรังสีในอิวากิและโซมะ และเราได้เขียนเกี่ยวกับสถานที่ที่สำคัญที่สุดที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนี้ เช่น ศูนย์เทคโนโลยีการเกษตร จังหวัดฟุกุชิมะ และศูนย์วิจัยการประมงและวิทยาศาสตร์ทางทะเล ประจำจังหวัดฟุกุชิมะ แม้ว่าหนึ่งในส่วนที่สนุกที่สุดของโครงการนี้คือการชิมอาหารทุกประเภทที่ทำจากปลาโจบังโมโนและอาหารทะเล ตั้งแต่ซาซิมิโปร่งแสงสดใหม่ ไปจนถึงหม้อไฟที่ใช้ทุกส่วนของปลา ในสองบทความสุดท้ายของซีรีส์นี้เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะแสดงให้คุณเห็นว่าอาหารอร่อย ๆ ที่คุณพลาดไม่ได้นั้นมีอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นห้ามพลาดบทความในตอนต่อไป!

ติดตามเรื่องราวจากญี่ปุ่นกับ Japankuru ได้ทาง Facebook และ Twitter!
Basic Info
Nameสถาบันวิจัยทรัพยากรประมงประจำจังหวัดฟุกุชิมะ
Comment
POST
Related Article
ถาม-ตอบ
  • PARTNERS