CONTENTS
ไม่ว่าอากาศจะเป็นยังไง คนญี่ปุ่นก็มักรวมตัวกับครอบครัวและเพื่อนเพื่อกิน “หม้อไฟ” ด้วยกันเสมอ แต่ยิ่งอากาศหนาวเท่าไร หม้อไฟก็ยิ่งอร่อยขึ้น ใจอุ่นขึ้นมากเท่านั้น
1. แบบคลาสสิก: ชาบูชาบู
หม้อไฟญี่ปุ่นเป็นอาหารที่กินได้ตลอดปี จะไปกินที่ร้านหรือทำกินเองบนโต๊ะที่บ้านก็ได้ แต่ช่วงที่อร่อยที่สุดคือฤดูหนาว เมื่อทุกคนนั่งล้อมหม้อไฟร้อน ๆ ที่เต็มไปด้วยน้ำซุปหอม ๆ ผักสด และเนื้อคุณภาพดี
คำว่า “นาเบะ (鍋)” ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง “หม้อ” ซึ่งเป็นชื่อที่ตรงตัวมาก เพราะเมนูนี้สามารถใส่วัตถุดิบได้หลากหลายตามใจชอบ แต่ไม่ว่าสูตรไหน นาเบะก็เป็นอาหารที่เต็มไปด้วยความทรงจำของฤดูหนาวสำหรับคนญี่ปุ่นเกือบทุกคน
ชาบูชาบูถือกำเนิดในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 และถือเป็นรูปแบบหม้อไฟที่เรียบง่ายที่สุด น้ำซุปมักใช้เพียงดาชิอ่อน ๆ หรือแค่น้ำร้อนที่ใส่คอมบุลงไปเพื่อเพิ่มอูมามิ เนื้อวัวหั่นบางเฉียบคือพระเอกของจานนี้ เวลากินก็แค่จุ่มเนื้อลงในหม้อแล้วแกว่งเบา ๆ แค่เสี้ยววินาทีก็พร้อมกินแล้ว ทั้งความสนุกของการปรุงเอง และรสชาติที่กลมกล่อมทำให้ชาบูชาบูกลายเป็นหนึ่งในนาเบะยอดนิยมในเวลาไม่นาน
▶︎ ชาบูชาบูจานนี้มาจากร้าน Hassan ย่านรปปงงิ โตเกียว
2. แบบดังระดับตำนาน: สุกี้ยากี้
ชื่อเพลง “Sukiyaki” ของคิว ซากาโมโตะ ทำไมถึงใช้ชื่อนี้ก็ยังไม่แน่ชัด แต่เมนูหม้อไฟสุกี้ยากี้นั้นสมควรโด่งดังด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว แม้จะใช้เนื้อวัวหั่นบางคล้ายชาบูชาบู แต่สุกี้ยากี้จะตุ๋นเนื้อและผักในน้ำซุปหวานเค็มที่ปรุงจากโชยุ มิริน และน้ำตาลจำนวนพอสมควร รสชาติจะหวานเค็มเข้มข้นแบบเป็นเอกลักษณ์
และจุดเด่นอีกอย่างคือการ “จิ้มไข่ดิบ” ก่อนกิน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมปกติของญี่ปุ่น เช่นเดียวกับเมนูอย่างทามาโกะคาเคะโกฮัน แม้คนลองครั้งแรกอาจจะลังเล แต่ถ้าได้ลองแล้วจะติดใจค่ะ
▶︎ สุกี้ยากี้เนื้ออิเสะนี้มาจากร้าน Butasute ใกล้สถานีโตเกียว
3. แบบท้องถิ่น: คิริตันโปะนาเบะ
หม้อไฟบางชนิดมีขายทั่วประเทศ แต่บางชนิดก็เป็นอาหารประจำท้องถิ่น เช่น “คิริตันโปะนาเบะ” ของจังหวัดอาคิตะ
คิริตันโปะคือเค้กข้าว (ข้าวบดขึ้นรูป) ที่เนื้อแน่น ไม่ยืดหยุ่นเหมือนโมจิ และมักถูกปิ้งกินกับมิโซะ หรือปิ้งบนเตาผิงแบบบ้านญี่ปุ่นโบราณ แต่เมื่ออากาศหนาว ก็สามารถนำคิริตันโปะไปใส่ในหม้อไฟได้เช่นกัน
คิริตันโปะนาเบะใช้น้ำซุปไก่เข้มข้นใส่ผักมากมาย รสชาติจึงคล้าย “ซุปไก่เส้น” เวอร์ชันอาคิตะ เพียงแต่เปลี่ยนจากเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นเค้กข้าวชิ้นแน่นเคี้ยวเพลิน
▶︎ หม้อไฟคิริตันโปะนี้เสิร์ฟที่ร้าน Namahage อิซากายะธีมอาคิตะในกินซ่า โตเกีย
4. แบบเชี่ยวชาญวัตถุดิบเฉพาะทาง: คานิชาบู (ชาบูปู)
แม้เนื้อวัว ไก่ หรือหมูจะเป็นวัตถุดิบพื้นฐานของนาเบะ แต่ญี่ปุ่นเองก็หลงใหลวัตถุดิบเฉพาะฤดูกาลหรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นคุณภาพสูง จึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านเฉพาะทาง เช่น ร้านปู จะมีเมนูหม้อไฟปูให้ลิ้มลอง
คานิชาบูอาจไม่ได้หายากมาก แต่ก็ไม่ได้พบทั่วไปนัก จึงเหมาะมากสำหรับคนรักปูอย่างแท้จริง ร้านปูเฉพาะทางจะเสิร์ฟ “ขาปูสด” เป็นถาด ๆ สำหรับจุ่มในหม้อเพียงครู่เดียว เนื้อปูจะเปลี่ยนจากใสเป็นสีขาวนวลนุ่ม พร้อมรสหวานจากทะเลแบบเต็มคำ
▶︎ หม้อไฟปูนี้มาจาก Kani Doraku ร้านปูชื่อดังที่มีหลายสาขาทั่วญี่ปุ่น
5. แบบแปลกไม่เหมือนใคร: โฮตารุอิกะนาเบะ (หม้อไฟปลาหมึกเรืองแสง)
ปิดท้ายด้วยเมนูสำหรับสายกินที่ชอบความแปลกใหม่ “โฮตารุอิกะนาเบะ” คือหม้อไฟที่ใช้ “ปลาหมึกเรืองแสง (firefly squid)” ซึ่งจับได้จากอ่าวโทยามะ ปลาหมึกชนิดนี้เรืองแสงสีน้ำเงินในทะเลตอนกลางคืน เป็นภาพที่ผู้คนนิยมออกเรือไปชมในฤดูใบไม้ผลิ
ในหม้อไฟ ปลาหมึกตัวเล็กจะถูกลวกอย่างรวดเร็วแล้วกินทั้งตัว ทำให้มีทั้งรสและเนื้อสัมผัสที่หลากหลายในคำเดียว แฟน ๆ ของเมนูนี้ชื่นชมรสหวานนุ่มของเนื้อปลาหมึกเมื่อปรุงอย่างพอดี ใครไปโทยามะช่วงเมษายน–พฤษภาคม ห้ามพลาดเด็ดขาด
▶︎ เมนูนี้มาจากโรงแรมเรียวคัง Togen ที่อุนาสึกิออนเซ็น ซึ่งเสิร์ฟเมนูท้องถิ่นนี้ให้ผู้เข้าพัก
โลกกว้างของนาเบะ
ตั้งแต่หม้อไฟแบบเรียบง่ายที่ใช้แค่น้ำซุปอ่อน ๆ กับเนื้อบาง ไปจนถึงหม้อไฟหวานเค็ม หรือเมนูท้องถิ่นสุดแปลก นาเบะคืออาหารที่หลากหลายและอร่อยทุกรูปแบบ ไม่ว่าคุณจะมีร้านประจำ หรือชอบทำกินที่บ้านกับครอบครัว อย่าลืมกินหม้อไฟอุ่น ๆ สักมื้อในวันที่อากาศหนาวนะคะ
ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURU, Facebook, Instagram, X(twitter)
COMMENT
MAP OF JAPAN
SEARCH BY REGION
LATEST
VIEW MOREEVENT CALENDAR
VIEW MORE




