Sponsored

งานแสดงไฟที่น่าดูที่สุดในโตเกียวกับ Tokyo Mega Illumination 2023〜2024!

บทความนี้มีเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน

  • X
  • line

เมืองอากาศเริ่มเย็นลง ก็ถึงเวลาของเทศกาล Illumination พบกับงานแสดงไฟประดับสุดระยิบระยับที่ได้รับการโหวดว่าน่าดูที่สุดในโตเกียว กับ Tokyo Mega Illumination!

เที่ยวชม Illumination สุดระยิบระยับภายใต้บรรยากาศเย็นสบายของฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวของโตเกียว



ฤดูใบไม้ร่วงจนถึงต้นฤดูหนาวเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบายและอากาศค่อนข้างแจ่มใส จึงไม่น่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกมาเที่ยวโตเกียวกันในช่วงปลายปี และเมื่อพูดถึงปลายปีก็ต้องพูดถึงช่วงเวลาแห่งงานเทศกาลและการประดับไฟหรือที่เรียกว่า Illumination

ซึ่งการประดับไฟ Illumination ในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในโตเกียวก็ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามตระการตา เรียกได้ว่าพอพระอาทิตย์ตกดิน แหล่งท่องเที่ยวของโตเกียวก็จะถูกย้อมไปด้วยประกายของแสงไฟที่ระยิบระยับไม่แพ้ดาวบนท้องฟ้า!

Tokyo Mega Illumination 2023~2024





การประดับไฟ Illumination ที่โตเกียวนั้นนับวันก็ยิ่งจะอลังการมากขึ้นทุกปี เพราะนอกเหนือจากการประดับไฟทั่ว ๆ ไปแล้ว ยังมีการนำเทคโนโลยีล้ำ ๆ มาช่วยเสริมบรรยากาศช่วงปลายปีให้ยิ่งครึกครื้นมากยิ่งขึ้น

Tokyo Mega Illumination (โตเกียว เมก้า อิลลูมิเนชั่น) ที่จัดขึ้นทุกปีที่สนามแข่งม้าโออิ เป็นงานที่ได้รับการโหวตให้เป็นอันดับ 1 ของงานแสดงอิลลูมิเนชั่นของญี่ปุ่นที่ต้องไปชม 3 ปีซ้อน 

ตัวงานแบ่งออกเป็น 2 โซนใหญ่ ๆ คือ  TWINKLE Area และ Sparkling Area โดยมีซุ้มทางเดินประดับไฟ TWINKLE TUNNEL เชื่อมทั้ง 2 โซนเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ในงานยังมีม้าจริงให้ถ่ายรูป มีจุดจำหน่ายอาหาร และการจัดไฟประดับหลากหลายรูปแบบ เป็นงานที่เหมาะกับคนทุกวัยตั้งแต่คู่รักหนุ่มสาวไปจนถึงครอบครัวใหญ่

การเดินทางก็แสนสะดวก เดินทางมาได้ง่าย ๆ ด้วยรถไฟ โดยสามารถเลือกสถานีต้นทางได้หลากหลายทาง เช่น 15 นาทีจากสถานีชินากาวะ, 20 จากสถานีชิบูย่าหรือสถานีกินซ่า, 30 นาทีจากสถานีชินจูกุ เป็นต้น 

ภายในงานมีโซนจัดแสงไฟหลากหลายรูปแบบ ทั้งการประดับไฟ การแสดงแสงไฟที่ประสานกับเสียงดนตรี พลาดไม่ได้กับ A RAINBOW FOUNTAIN BATHED IN LIGHT น้ำพุเริงระบำประกอบแสงไฟและเสียงดนตรี และโซน AURORA FOREST ที่มีแสงระยิบระยับแผ่กระจายไปทั่วกิ่งก้านของป่าออโรร่า งดงามราวกับแสงเหนือที่ปรากฏในประเทศแดนเหนือ



มาต่อกันที่จุดแสดงไฟในธีมดอกไม้ เริ่มต้นกันที่โซน EDO CHERRY BLOSSOM TUNNEL เป็นอีกจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ห้ามพลาด จุดนี้เป็นอุโมงค์ยาวประมาณ 100 เมตร ประดับด้วยแสงไฟเล็ก ๆ ที่มีรูปร่างคล้ายดอกซากุระ เป็นโซนที่เหมือนพาเราเข้าไปอยู่ห้วงของฤดูใบไม้ผลิท่ามกลางฤดูหนาวก็ว่าได้ 

โซน Wisteria shelf ซุ้มประดับไฟที่สวยงามราวกับรวงดอกฟูจิที่ห้อยลงมาอย่างสว่างไสวสวยงาม ชวนให้นึกถึงฉากในเรื่อง Demon Slayer เป็นบรรยากาศแบบฤดูใบไม้ผลิสุดโรแมนติกที่สัมผัสได้แม้แต่ในคืนสุดหนาวเหน็บ

ถัดมาเล็กน้อยเป็นโซน Japanese original scenery จัดแสดงไฟเป็นนาข้าวจำลอง สัมผัสทิวทัศน์ชนบทของญี่ปุ่นโดยไม่ต้องออกจากโตเกียว!



ภายในงานมีของกินให้เลือกได้อย่างหลากหลาย ทั้งเมนูจริงจังอย่างเช่น แกงกะหรี่ญี่ปุ่น อุด้ง และราเมง ไปจนถึงของกินเล่นทั้งคาวและหวาน รวมไปถึงคราฟต์เบียร์ และสำหรับคนที่มองหาของกินมาเป็นพร็อพถ่ายรูป ก็มีชูโรสเกือกม้าเมนูเด็ดประจำสนามแข่งม้า ลูกอมและเครื่องดื่มที่ใส่ไฟประดับให้เลือกซื้อกันอีกด้วย

แน่นอนว่ามาถึงสนามแข่งม้าแล้วทั้งทีก็ต้องไม่พลาดที่จะไปทักทายกับเหล่าม้าประจำสนามแข่ง โดยสามารถแวะไปถ่ายรูปกับม้าแคระและลูกม้าที่แต่งตัวน่ารัก ๆ ได้ทุกวันบริเวณซุ้มกิจกรรม และมีกิจกรรมพิเศษที่จัดแค่บางวันอย่างเช่น กิจกรรมชมม้าแคระและลูกม้าที่คอก กิจกรรมขี่ลูกม้าสำหรับคุณหนู ๆ และกิจกรรมนั่งรถม้า (กิจกรรมพิเศษมีค่าร่วมกิจกรรมและต้องจองล่วงหน้า) นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์พิเศษกับการแสดงร่วมกันระหว่าง Lead Pony (ม้าที่วิ่งนำทางให้ม้าแข่งเข้ามาในสนามก่อนเริ่มการแข่ง) กับน้ำพุและแสงไฟ

สามารถเช็คตารางการแสดงและโปรไฟล์เหล่าของม้าน้อยได้ที่เว็บไซต์ของ Tokyo Mega Illumination 

Tokyo Mega Illumination (東京メガイルミ) 2023~2024
Oi Racecourse, 2-1-2 Katsushima, Shinagawa City, Tokyo
ช่วงเวลาจัดกิจกรรม: วันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2023 ~ วันจันทร์ที่ 8 มกราคม 2024 
*ยกเว้นวันหยุด สามารถดูกำหนดการทั้งหมดได้จากเว็บไซต์ทางการ
เวลา: 16:30 – 21:00 (เข้าได้ถึง 20:00, บางโซนปิดเวลา 20:30)
การเดินทาง: เดินประมาณ 2 นาทีจากสถานี Tokyo Monorail Oikeibajo-Mae Station 
*เดินทางสะดวกจากสนามบินฮาเนดะหรือใจกลางโตเกียวโดยรถแท็กซี่หรือรถสาธารณะ ดูข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมที่ด้านล่าง!
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปีขึ้นไป) 800 เยน, เด็ก  400 เยน
*ดูรายละเอียดเกี่ยวกับตั๋วเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ทางการ
เว็บไซต์ทางการ (en) | ซื้อตั๋วจาก Klook | ซื้อตั๋วจาก asoview!

แนะนำทริป 1 วันในโตเกียว

สำหรับคนที่อยากไปดู Tokyo Mega Illumination แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรในช่วงกลางวัน ทางทีมงานเจแปนคุรุก็มีทริป 1 วันในโตเกียวหลากหลายแนวมาแนะนำกันค่ะ 

Asakusa & Tokyo Skytree



ย่านอาซากุสะเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมตลอดกาล ด้วยบรรยากาศบ้านเมืองและถนนช้อปปิ้งแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมพร้อมร้านขายอาหารริมทางแบบญี่ปุ่นพื้นถิ่น ทั้งยังเป็นที่ตั้งของวัดเซ็นโซจิ วัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียววัดหนึ่ง

อาซากุสะเป็นย่านเล็ก ๆ เหมาะมาก ๆ กับการท่องเที่ยวแบบครึ่งวัน มาแต่งชุดกิโมโนและเดินเที่ยวไปในถิ่นแห่งประวัติศาสตร์นับพันปีของวัดเซ็นโซจิ เดินช้อปปิ้งที่ถนนนากามิเสะอันคึกคัก ถ่ายรูปหน้าประตูคามินาริมง และอย่าลืมลองขนมปังเมลอนสอดไส้ครีมและขนมญี่ปุ่นโบราณ!

สำหรับคนที่มองหาความตื่นเต้นขึ้นมาอีกหน่อยก็สามารถแวะไปนั่งรถไฟเหาะตีลังกากันได้ที่สวนสนุกอาซากุสะ ฮานายะชิกิ (Asakusa Hanayashiki) สวนสนุกสไตล์ย้อนยุคที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากวัดเซ็นโซจิ

หลังจากชมสถานที่ท่องเที่ยวที่เก่าแก่ที่สุดของโตเกียวแล้ว ก็ได้เวลาไปต่อกันที่โตเกียวสกายทรี! การเดินทางก็สามารถเลือกได้ 2 แบบ คือนั่งรถไฟโทบุสายสกายทรี (TOBU SKYTREE Line) จากสถานีอาซากุสะ (Asakusa Station) นั่งเพียง 1 สถานีไปลงที่สถานีโตเกียว สกายทรี (Tokyo Skytree Station) (ใช้เวลาประมาณ 2 นาที) หรือเลือกเดินไปทาง Sumida River Walk ซึ่งเป็นทางเดินเลียบแม่น้ำสุมิดะพร้อมเดินเที่ยวช้อปปิ้งที่โตเกียว มิซุมาจิ (TOKYO Mizumachi) ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านค้าและคาเฟ่ชิค ๆ ที่สร้างขนานไปกับริมแม่น้ำสุมิดะ เป็นทางเดินยาวประมาณ 20 นาที

โตเกียวสกายทรีเป็นหอคอยที่มีความสูงที่สุดในโลก (สูง 634 เมตร) มีจุดชมวิวสูงสุดอยู่ที่ชั้น 450 ชั้นล่างเป็นที่ตั้งของโตเกียวโซลามาจิ (TOKYO Solamachi) แหล่งช้อปปิ้งแบรนด์ดัง ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึกให้เดินเที่ยวฆ่าเวลากันได้อย่างเต็มที่ เมื่อท้องฟ้าใกล้จะเริ่มมืดก็ได้เวลาเดินทางไปดูแสงไฟกันที่ Tokyo Mega Illumination โดยสามารถขึ้นรถไฟจากสถานีโอชิอาเกะ (Oshiage Station) หรือสถานีอาซากุสะ (Asakusa Station) ใช้เวลาเพียงประมาณครึ่งชั่วโมง

▶︎ สามารถซื้อแพ็คเกจตั๋วสุดคุ้มสำหรับเที่ยว Tokyo Skytree และ Tokyo Mega Illumination ได้ที่นี่เลย! 

Sensoji Temple (浅草寺)
2-3-1 Asakusa, Taito City, Tokyo
Official Website (en)

Tokyo Skytree (東京スカイツリー)
1-1-2 Oshiage, Sumida-ku, Tokyo
เวลาให้บริการจุดชมวิว: 8:00 – 22:00
Official Website (en)

Tokyo Tower



โตเกียวทาวเวอร์เคยเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในโลก สร้างขึ้นในปี 1958 หอคอยสีแดงสดอันโดดเด่นแห่งนี้ยังคงเป็นแลนด์มาร์คสำคัญใจกลางเมืองโตเกียวที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะมาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย ทั้งยังมีอิโมจิของตัวเอง (🗼) อีกด้วย!

ที่โตเกียวทาวเวอร์มีจุดชมวิวแบบ 360° สูง 150 ม. และ 250 ม. พร้อมด้วยนิทรรศการและกิจกรรมอื่น ๆ มากมายที่เวียนจัดตลอดปี 
 
ไม่ไกลจากโตเกียวทาวเวอร์ มีสวนสาธารณะชิบะ (Shiba Park : 芝公園) และวัดโซโจจิ (Zojoji Temple : 増上寺) ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 600 ปีให้ได้แวะเที่ยวกันก่อนที่จะเดินทางไป Tokyo Mega Illumination ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 30 นาทีหากเดินทางโดยใช้ Tokyo Monorail

▶︎ สามารถซื้อแพ็คเกจตั๋วสุดคุ้มสำหรับเที่ยว Tokyo Tower และ Tokyo Mega Illumination ได้ที่นี่เลย! 

Tokyo Tower (東京タワー)
4-2-8 Shibakoen, Minato City, Tokyo
เวลาให้บริการจุดชมวิว: 9:00 – 22:30 (เข้ารอบสุดท้ายเวลา 22:00)
Official Website (en)

Shibuya & Shinjuku



แถบชิบูย่า & ชินจูกุเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหารและคาเฟ่ที่ใคร ๆ ต่างก็ต้องแวะมาเช็คอิน ทั้งยังสามารถเดินต่อไปยังฮาราจูกุ แหล่งแฟชั่นสตรีทสีสันสดใสและศูนย์รวมขนมที่เหมาะจะถ่ายลง Instagram มากที่สุดแห่งหนึ่ง และหากเดินต่อไปอีกนิดก็จะพบกับโอโมเตะซันโดซึ่งเรียงรายไปด้วยร้านแฟลกชิปสโตร์สุดอลังการของแบรนด์ระดับไฮเอนด์สุดโด่งดังจากทั่วโลก

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของโตเกียวคือเราจะพบพื้นที่สีเขียวสุดสงบได้แม้แต่ในย่านที่วุ่นวายและคึกคักที่สุด  เช่น สวนสาธารณะแห่งชาติชินจูกุเงียวเอน (Shinjuku Gyoen National Garden : 新宿御苑) หนึ่งในสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสียอดฮิต หรือศาลเจ้าเมจิจิงกู (Meiji Jingu : 明治神宮) ซึ่งอยู่ไม่ไกลสถานีฮาราจูกุ ศาลเจ้าซึ่งห้อมล้อมไปด้วยป่าเล็ก ๆ ที่มีต้นไม้หลากสีสันนานาชนิด 

ด้วยความที่แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้อยู่ไม่ห่างจากกันมากนัก คุณอาจจะลองจัดทริปช้อปปิ้งที่ฮาราจูกุ/โอโมเตะซันโดก่อนจะเดินต่อไปยังชิบูย่าผ่าน Cat Street ที่ขึ้นชื่อในเรื่องคาเฟ่ หลังจากนั้นก็แวะเที่ยว 5 แยกชิบุยะ ทักทายรูปปั้นฮาจิโกะ สุนัขผู้ซื่อสัตย์ และเดินช้อปอีกรอบที่ชิบูย่า 109 ก่อนมุ่งหน้าไปที่สวนสาธารณะลอยฟ้ามิยาชิตะ (MIYASHITA PARK) แวะร้านของสินค้าจาก Studio Ghibli ที่ GBL และหาของกินก่อนมุ่งหน้าไปยังงานแสดงไฟ Tokyo Mega Illumination ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีชิบุยะ สถานีฮาราจูกุ หรือสถานีชินจูกุเพียงประมาณ 30 – 40 นาที

Haneda Airport



จะดีไหมถ้าให้การเดินดูไฟประดับสุดโรแมนติกเป็นจุดเช็คอินส่งท้ายก่อนขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน เราสามารถเดินทางจากสถานที่จัดงาน Tokyo Mega Illumination ไปยังสนามบินฮาเนดะได้โดยใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น ด้วยการนั่งรถไฟ Tokyo Monorail จากสถานี Oikeibajo-mae Station ไปลงที่สนามบินฮาเนดะ

สำหรับคนที่ไม่อยากเร่งรีบในการขึ้นเครื่องก็สามารถเลือกแวะพักค้างคืนที่ Villa Fontaine Premier/Grand Haneda Airport โรงแรมใหม่ล่าสุดซึ่งเชื่อมกับอาคารผู้โดยสาร 3 ของสนามบิน ที่โรงแรมแห่งนี้มีห้องพักรองรับถึง 1,717 ห้อง ทั้งยังมีสปาน้ำพุร้อนธรรมชาติสุดหรูพร้อมอ่างอาบน้ำกลางแจ้งซึ่งมองเห็นวิวเครื่องบินและภูเขาไฟฟูจิที่มีชื่อว่า Izumi Tenku no Yu ยิ่งไปกว่านั้นยังมีบริการร้านซักรีด ร้านอาหารของโรงแรม และห้องออกกำลังกาย

หรือจะแวะช้อปปิ้งและพักหาอะไรรองท้องที่ Haneda Airport Garden ซึ่งมีร้านอาหารกว่า 20 ร้านและร้านค้ากว่า 60 ร้านให้เลือกแวะช้อปส่งท้ายก่อนขึ้นเครื่องกลับบ้าน 

Villa Fontaine Premier/Grand Haneda Airport (ホテル ヴィラフォンテーヌ プレミア/グランド 羽田空港)
Haneda Airport Garden (羽田エアポートガーデン)

2-7-1 Hanedakuko, Ota City, Tokyo
Official Website (jp)

มาจัดทริปเที่ยว 1 วันพิชิตแลนด์มาร์คและดูไฟประดับที่ดีที่สุดในโตเกียวของตัวเองกันเถอะ



การเดินเที่ยวชมแสงไฟประดับท่ามกลางอากาศที่เย็นสดชื่นในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวของโตเกียวเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผู้คนต่างรอคอยที่จะได้มาสัมผัส มาเลือกจัดทริป 1 วันสุดวิเศษที่ใช่ในแบบของเรา จะเลือกใช้เวลาช่วงเช้าสวมชุดกิโมโนเดินเล่นรอบเมืองเก่า ขึ้นไปชมวิวโตเกียวจากที่สูง หรือหาแหล่งช้อปปิ้งสลายเงินเก็บ จากนั้นค่อยปิดท้ายวันอย่างสมบูรณ์แบบด้วยแสงไฟระยิบระยับและม้าน้อยน่ารักในงานประดับไฟที่ดีที่สุดของโตเกียวกับ Tokyo Mega Illumination!



สามารถเช็ครายละเอียดและข่าวอัปเดตล่าสุดของงาน Tokyo Mega Illumination ได้ที่เว็บไซต์ทางการของงาน!

ติดตามเรื่องราว ข้อมูล และข่าวสารส่งตรงจากญี่ปุ่นกับ Japankuru ได้ทาง Twitter และ Facebook!

Details

NAME:Tokyo Mega Illumination (東京メガイルミ) 2023~2024

Follow us @Japankuru on Facebook, Instagram, and Twitter!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS