5 ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวญี่ปุ่น ปี 2026 อัปเดตล่าสุดที่นักท่องเที่ยวต้องรู้

  • X
  • line

เที่ยวญี่ปุ่นปี 2026 ต้องรู้! อัปเดต 5 เรื่องสำคัญ ทั้ง Tax Refund ค่าเข้าชมสองราคา ระบบขนส่งแบบแตะบัตรเครดิต และกฎใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว

ปี 2026 เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบหลายอย่างในญี่ปุ่น ระบบเดิม ๆ ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติคุ้นชินกำลังถูกปรับใหม่ ทั้งเรื่องการขอคืนภาษี ราคาเข้าชมสถานที่ ราคาที่พัก และความพยายามจัดการ Over-tourism ของญี่ปุ่น ที่กระทบกับนักท่องเที่ยวโดยตรง การรู้ไว้ก่อนจะช่วยให้เที่ยวญี่ปุ่นได้สนุกและราบรื่นมากขึ้น บทความนี้ JAPANKURU เลยขอพาทุกคนมาดู 5 ข้อควรรู้เมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่นปี 2026 นี้กัน!

1️⃣ Tax Free สู่ Tax Refund

ญี่ปุ่นเตรียมเปลี่ยนระบบภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนระบบ Tax Free (ปลอดภาษี) ที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย เป็นระบบ Tax Refund (ขอคืนภาษี) จากเดิมที่ซื้อสินค้าแล้วหักภาษีบริโภค 10% ได้ทันทีที่ร้าน ระบบใหม่จะให้ผู้ซื้อจ่ายเงินเต็มจำนวนก่อน แล้วไปขอคืนภาษีที่สนามบินก่อนเดินทางออกนอกประเทศ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องนำสินค้าออกนอกประเทศภายใน 90 วันหลังซื้อ และอาจต้องแสดงใบเสร็จและตัวสินค้าในบางกรณี

บอกเลยว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่กระทบนักท่องเที่ยวมากที่สุด เพราะจากเดิมที่เผื่อเวลาไปสนามบินแค่เช็คอิน โหลดกระเป๋า หลังจากนี้ต้องไปเผื่อเวลาไปต่อคิวทำเรื่องขอคืนภาษีเพิ่มด้วย หากไม่วางแผนจัดการเวลาดี ๆ อาจเสี่ยงตกเครื่อง หรือไม่ได้ทำเรื่องขอภาษีคืน โดยเฉพาะช่วงฤดูท่องเที่ยวหรือสนามบินใหญ่ อย่างสนามบินนาริตะ ฮาเนดะ คันไซ ชิโตเสะ อาจมีคิวขอคืนภาษียาวกว่าปกติ😢

2️⃣ ใช้บัตรเครดิตแตะเข้าออกบางสถานีได้

ญี่ปุ่นเตรียมระบบ Tap to Ride ใช้บัตรเครดิตแตะเข้าออกสถานีได้

แน่นอนว่าเมื่อมาญี่ปุ่น เราต่างตามหาซื้อบัตรรถไฟอย่าง Suica แต่ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 เป็นต้นไป หลายบริษัทขนส่งในญี่ปุ่นเริ่มติดตั้งระบบ “Tap to Ride” ที่ให้ผู้โดยสารใช้บัตรเครดิต / เดบิต / สมาร์ทโฟน แตะเข้า-ออกสถานีได้โดยไม่ต้องใช้ IC Card แบบเดิม

สำหรับสถานีและสายรถไฟที่รองรับระบบนี้ ส่วนมากยังจำกัดอยู่ในเมืองใหญ่และส่วนใหญ่เป็นรถไฟเอกชนหรือรถไฟใต้ดิน รถไฟ JR ยังไม่รองรับเป็นหลัก

โตเกียว

  • รถไฟใต้ดิน Toei Subway ใช้ได้ในหลายสถานี
  • สาย Keikyu Line ใช้ได้ในหลายสถานี โดยเฉพาะเส้นสนามบิน Haneda
  • สาย Yurikamome Line ใช้ได้ครบทุกสถานี
  • รถไฟใต้ดิน Tokyo Metro กำลังทยอยขยาย แต่ยังไม่ครบทุกสาย

โอซาก้า เกียวโต นารา

พื้นที่นี้รองรับ Tap-to-Ride ในหลายเครือข่ายรถไฟเอกชน ซึ่งรองรับเยอะที่สุดในตอนนี้เลย ส่วนมากเป็นสายรถไฟที่ครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างโอซาก้า เกียวโต นารา โกเบ

  • Kintetsu Line
  • Hankyu Line
  • Hanshin Line
  • Keihan Line

ฟุกุโอกะ (Fukuoka)

  • รถไฟใต้ดินฟุกุโอกะ รองรับครบทุกสถานีแล้ว

เส้นท่องเที่ยวเฉพาะทาง

  • Enoden Line (คามาคุระ – เอโนะชิมะ) ใช้ได้ครบทุกสถานี

แม้ระบบนี้แตะบัตรเครดิตนี้เพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่ไม่อยากพกบัตร IC Card เพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมทุกสถานีและทุกสายรถไฟ ดังนั้นการพกบัตร IC Card ไว้สำรอง ยังช่วยให้ทริปเดินทางราบรื่นกว่าเดิมได้

3️⃣ เก็บค่าเข้าชมแบบสองราคา

ญี่ปุ่นเตรียมเก็บค่าเข้านักท่องเที่ยวต่างชาติแบบ 2 ราคา

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะได้เห็นหลาย ๆ ที่ทำแบบนี้มากขึ้นในปีนี้ คือเก็บค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวแบบ สองราคา หรือ Dual Pricing แยกระหว่างราคาสำหรับคนท้องถิ่นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ บางสถานที่เริ่มประกาศแล้วว่าจะใช้มาตรการนี้ อย่างเช่นที่ปราสาทฮิเมจิ ในขณะที่บางทีก็ยังอยู่ในขั้นพิจารณา

มาตรการนี้กระทบนักท่องเที่ยวอย่างเราโดยตรง เราอาจจะต้องจ่ายค่าเข้าสูงขึ้นในบางสถานที่เที่ยว แนะนำให้ลองตรวจสอบที่เว็บไซต์ทางการของแต่ละที่เที่ยวก่อนไป เพื่อวางแผนค่าใช้จ่ายอีกครั้ง

เมื่อปีที่แล้ว JAPANKURU เคยเขียนบทความเล่าเรื่องระบบสองราคานี้ไว้แล้ว เผื่อใครอยากย้อนกลับไปอ่าน คลิกที่ปุ่มด้านล่างได้เลย

4️⃣ อาจต้องจ่ายค่าที่พักแพงขึ้นในเมืองยอดฮิต

ปี 2026 ค่าที่พักในโตเกียวอาจแพงขึ้น

เนื่องจากปัญหานักท่องเที่ยวล้น ทำให้เมืองยอดฮิตของนักท่องเที่ยวอย่างเกียวโต ได้ประกาศปรับเพิ่มอัตราภาษีที่พัก ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป โดยเพิ่มระดับภาษีให้สูงขึ้นสำหรับที่พักราคาแพง เพื่อช่วยสนับสนุนงบประมาณจัดการการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ซึ่งรวมถึงการดูแลสถานที่สำคัญและการรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

จากการเพิ่มภาษีที่พักนี้ นักท่องเที่ยวอาจต้องเผื่องบที่พักมากขึ้น หรือพิจารณาพักในเมืองรอบ ๆ แล้วเดินทางเข้าเมืองแทน

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าปรับเพิ่มขึ้นเท่าไรบ้าง คำนวณยังไง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความด้านล่างเลย

5️⃣ พก Power Bank ขึ้นเครื่องได้ แต่…

อีกหนึ่งเรื่องที่เล็ก แต่สำคัญมากสำหรับนักเดินทางอย่างเรา ๆ คือการพก Power Bank ขึ้นเครื่องบิน หลังจากเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2025 ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ประกาศกฏใหม่เกี่ยวกับการพกและใช้พาวเวอร์แบงก์ในห้องโดยสารบนเครื่องบิน หลาย ๆ คนอาจจะงงว่าสรุปใช้ได้อยู่ไหม JAPANKURU ขอสรุปมาให้ตามด้านล่างเลย

ปัจจุบัน พาวเวอร์แบงก์ยังสามารถพกขึ้นเครื่องได้ โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้

■ ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่อง ต้องอยู่ในกระเป๋าถือ (carry-on) เท่านั้น!
■ ที่พาวเวอร์แบงก์ต้องระบุความจุให้เห็นชัดเจน
■ จำกัดความจุของพาวเวอร์แบงก์ ดังนี้
・น้อยกว่า 100Wh (ประมาณ < 20,000 mAh): นำขึ้นเครื่องได้ไม่จำกัดจำนวน
・100Wh – 160Wh (ประมาณ 20,000 – 32,000 mAh) นำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน (บางสายการบินอาจต้องทำเรื่องขออนุญาตนำขึ้นเครื่อง)
มากกว่า 160Wh (ประมาณ > 32,000 mAh) ห้ามนำขึ้นเครื่อง

■ ห้ามเก็บไว้บนช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ ให้เก็บไว้ในจุดที่มองเห็นได้ตลอดเวลา อย่างเช่นกระเป๋าด้านหน้าที่นั่ง
■ หลายสายการบินไม่แนะนำและไม่อนุญาตให้ใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่อง กรุณาตรวจสอบกับสายการบินอีกครั้งก่อนใช้งานนะคะ

⭐️แถม ระบบ JESTA คาดว่าจะเริ่มใช้ปี 2028 เป็นต้นไป

ญี่ปุ่นเตรียมระบบคัดกรองคนเข้าประเทศ JESTA คาดว่าจะเริ่มใช้ปี 2028

แม้จะไม่เริ่มใช้ในปี 2026 แต่เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ควรรู้ไว้ก่อน คือระบบ JESTA (Japan Electronic System for Travel Authorization) ซึ่งเป็นระบบลงทะเบียนเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นล่วงหน้าสำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ปัจจุบันไม่ต้องขอวีซ่า

คิดว่าใครที่เคยไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาหรือเกาหลีใต้ อาจจะพอนึกภาพตามออก เพราะระบบ JESTA นี้คล้าย ๆ กับ ESTA ของสหรัฐอเมริกา หรือ K-ETA ของเกาหลีใต้นั่นเอง วิธีการคือนักท่องเที่ยวจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว แผนการเดินทาง และข้อมูลพื้นฐานอื่น ๆ ผ่านระบบออนไลน์ก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น และรอการอนุมัติล่วงหน้า เหตุผลที่จะนำระบบนี้เข้ามาใช้ก็เพื่อรับมือกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยกระดับความปลอดภัยด้านการเข้าเมือง

สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ แม้ในปี 2026 จะยังไม่ต้องดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับ JESTA แต่ใครที่มีแผนเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อย หรือวางแผนเที่ยวระยะยาวในอนาคต ก็ควรติดตามความคืบหน้าของระบบนี้ไว้ เพราะในอนาคตการขึ้นเครื่องบินมาเที่ยวญี่ปุ่น อาจไม่ได้ใช้แค่ตั๋วเครื่องบิน พาสปอร์ต ใบตม. (หรือ Visit Japan Web อีกแล้ว) แต่ต้องเตรียมการล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งขั้น

ตอนนี้ญี่ปุ่นก็เร่งเตรียมระบบให้พร้อมใช้งานอยู่ หากมีความคืบหน้าอื่น ๆ มาเพิ่ม JAPANKURU จะมาอัปเดตให้รู้ก่อนใครเลย!

ติดตามข่าวสาร และเรื่องราวอื่น ๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นได้ทางเว็บไซต์ JAPANKURUFacebookInstagramX(twitter)

ชอบญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็ก วันนี้ได้ย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นแล้วนะ!

  • facebook
  • line

COMMENT

Comments are closed.

MAP OF JAPAN

SEARCH BY REGION →

    • ฮอกไกโด

      VIEW MORE →

      ฮอกไกโด อยู่ทางเหนือสุดจาก 4 เกาะหลักของญี่ปุ่น บริเวณนี้โด่งดังเรื่องเบียร์ซัปโปโร การผลิตและการกลั่นเบียร์ รวมถึงเทศกาลหิมะ และอุทยานแห่งชาติที่สวยงาม และยังเหมาะกับเหล่านักชิมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่งที่ปลูกในฮอกไกโด แคนตาลูป ผลิตภัณฑ์จากนม ซุปแกงกะหรี่ และมิโซะราเมน

    • นิกิ อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 30 นาที นิกิเป็นเมืองเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ทำให้สวนผลไม้ของที่นี่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ มะเขือเทศ และองุ่น มีโรงกลั่นไวน์ และกลายเป็นสถาที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารและไวน์ในเวลาไม่นาน

    • นิเซโกะ ห่างจากสนามบิน New Chitose ประมาณ 2 ชั่วโมง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีรีสอร์ทในฤดูหนาวที่ดีที่สุด และยังเป็นจุดที่ชาวต่างชาติมักแวะมาเยี่ยมเยียน เพราะหิมะของที่นี่มีคุณภาพสูง นุ่มละเอียดดุจผงแป้ง ที่ไม่ว่านักสกี นักสโนว์บอร์ด รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องกลับมาซ้ำ นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อย และออนเซ็นวิวสวยอีกด้วย

    • โอตารุ คือเมืองที่อยู่ทางตะวันตกของฮอกไกโด ใช้เวลาเดินทางจากสถานีซัปโปโรประมาณ 30 นาที ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 กิจการการค้าขายและการประมงรุ่งเรืองมาก โดยอาคารที่สร้างในสมัยนั้นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ย่านคลองโอตารุ ในปัจจุบัน เนื่องจากในอดีตที่นีเป็นศูนย์กลางของการประมง ทำให้มีร้านซูชิกว่า 100 ร้าน ให้เราได้เลือกชิมซูชิสดใหม่ ที่มีคนต่อแถวยาวบริเวณถนนซูชิ (Sushi Street)

    • SAPPORO

      VIEW MORE →

      ซับโปโร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮอกไกโด เป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของฮอกไกโด มีสนามบินชินจิโตะเสะ (New Chitose Airport) ที่รองรับเที่ยวบินจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า และเที่ยวบินจากต่างประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลหิมะขึ้นที่สวนโอโดริ (Odori Park) หนึ่งในงานเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของฮอกไกโด และยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ทั้งราเมน เนื้อแกะย่าง ซุปแกงกะหรี่ และอาหารทะเล

    • โทโฮคุ

      VIEW MORE →

      โทโฮคุประกอบด้วย 6 จังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกพืชที่สำคัญ (แหล่งอาหารชั้นเยี่ยม) เต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม พร้อมทั้งภูเขา ทะเลสาบ และแหล่งออนเซ็น

    • ฟุกุชิมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุชิมะ อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ และแบ่งออกเป็น 3 เขตใหญ่คือ ฮามะโดริ (ชายฝั่ง) นากะโดริ (ตอนกลางของจังหวัด) และไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในยุคสมัยเอโดะ อุทยานแห่งชาติโอเซะ ราเมคิตะคะตะ Bandai Ski Resort (พาวเดอร์สโนว์) เป็นจังหวัดที่สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู

    • ยามากาตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดยามากาตะ อยูในภูมิภาคโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่น ผู้คนนิยมไปเที่ยวในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นและเล่นสกี โดยเฉพาะที่ Zao Onsen Ski Resort และที่ Gassan Ski Resort ชมความงามของหิมะที่ปกคลุมต้นไม้ จนหลายคนเรียกว่าปีศาจหิมะ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกมากมายที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป เช่น วัด Risshakuji หรือวัด Yamadera, Ginzan Onsen ออนเซ็นบนถนนเก่าแก่ และทะเลสาบโอคามะ บนเขาซาโอะ นอกจากนี้ยังมีเนื้อโยเนซาวะ 1 ใน 3 อันดับเนื้อวากิวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

    • อาคิตะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดอาคิตะ อยู่บริเวณทะเลญี่ปุ่น ทางตอนเหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ มีสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น เช่น ประเพณีนามะฮาเกะ ที่แหลมโอกะ (ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ว่าเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้) และเทศกาลคันโต เทศกาลชื่อดังของภูมิภาคโทโฮคุ

    • คันโต

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วย 7 จังหวัดคือ กุมมะ โทจิกิ อิบารากิ ไซตามะ โตเกียว ชิบะ และคานากาวะ ศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ ความสนุกสนาน ความบันเทิงที่พบได้จะมีตั้งแต่ออนเซ็น สวนสนุก ธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบระยะสั้นเช้าเย็นกลับ หรือพักค้างคืน

    • กุนมะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดกุนมะ เดินทางสะดวก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น โอเสะ น้ำตกฟุกุวาเระ รวมถึงแหล่งออนเซ็นชื่อดัง (คุซัตสึ, อิกาโฮะ, มินาคามิ, ชิมะ) จนถูกเรียกว่าเป็นเมืองออนเซ็น และยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนรักรถไฟอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น โรงไหมโทมิโอกะ สะพานเมกาเนะบาชิ และทางรถไฟวาตาระเสะเคโคคุ

    • โตเกียว

      VIEW MORE →

      โตเกียว (東京) เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งความทันสมัย ตึกสูงเสียดฟ้า และผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ทั้งพระราชวังอิมพีเรียล ย่านอาซากุสะ และยังเป็นเมืองอันดับต้นๆของโลกที่โดดเด่นในเรื่องวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น เกมส์ เทคโนโลยี การคมนาคม และอื่นๆอีกมากมาย

    • โทจิกิ

      VIEW MORE →

      จังหวัดโทจิกิ มีเมืองสำคัญคือเมืองอุสึโนมิยะ ที่มีเกี๊ยวซ่าอันโด่งดัง และอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีธรรมชาติที่สวยงามให้ชมตลอดปี ตั้งแต่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง นิกกโก เมืองมรดกโลก ศาลเจ้าโทโชกุ ทะเลสาบชูเซ็นจิ สวนดอกไม้อะชิคากะ (ดังเรื่องดอกวิสทีเรีย) รวมถึงเมืองนาซุ ที่เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากการที่เป็นที่แปรพระราชฐานของจักรพรรดิญี่ปุ่น

    • ชูบุ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บริเวณกลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 9 จังหวัด คือ ไอจิ ฟุกุอิ กิฟุ อิชิคาว่า นางาโนะ นีกาตะ ชิซูโอกะ โทยาม่า และยามานาชิ บริเวณนี้มีชื่อเสียงเรื่องภูเขา โดยเฉพาะภูเขาไฟฟูจิ และเจแปนแอลป์ สกีรีสอร์ทในจังหวัดนางาโนะและจังหวัดนีกาตะ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในฤดูหนาว

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดนากาโนะ เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่นปราสาทคุมาโมโต้ วัดเซ็นโคจิ ศาลเจ้าโทกะคุชิ รวมถึงไฮไลท์ก็คือ เจแปนแอลป์ ผลไม้ของนากาโนะก็เป็นอีกอย่างที่มีชื่อเสียง ซึ่งเห็นได้จากสวนผลไม้ที่มีกิจกรรมให้เก็บผลไม้หลายชนิด และแหล่งออนเซ็นอย่าง Jigokudani ลิงแช่ออนเซ็น การเดินทางไปยังนากาโนะก็แสนง่าย เพราะมีรถไฟชินคันเซ็น โฮคุริคุ จากโตเกียวไปถึงนากาโนะ และเมื่อปี 1998 มีการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่นากาโนะ ทำให้สกีรีสอร์ทที่ ฮาคุบะและชิกะโคเก็น กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

    • ชิซุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดชิซึโอกะ อยู่ตรงกลางระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็สะดวก มีธรรมชาติที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ ทะเลสาบฮามานาโกะ หุบเขาสุมาตะ คาบสมุทรอิซุ (แหล่งออนเซ็นอะตามิ อิโตะ ชิโมดะ ชูเซ็นจิ และโดกะชิมะ) นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของตะกูลโทกุกาว่า มีเมนูขึ้นชื่อคือปลาไหล เกี๊ยวซ่าของฮามามัตสึ และชาเขียวคุณภาพดี

    • นาโกย่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดไอจิ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศญี่ปุ่น มีเมืองนาโกย่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ไอจิเป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังบ้านเกิดของรถยี่ห้อโตโยต้า มีพร้อมทั้งทะเลและภูเขา เช่น เกาะซาคุ หาดโคอิจิกาฮามะ เขาโฮราอิจิ ในอดีตเป็นเวทีในการต่อสู้ เช่น ในสมัยเซ็นโกคุ โอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโทกุกาว่า อิเอยาสุ ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ที่นี่ เช่น ปราสาทนาโกย่า ปราสาทอินุยามะ รวมถึงเมจิมูระ

    • นีงะตะ

      VIEW MORE →

      จ.นีงะตะตั้งอยู่บนเกาะฮอนชู ติดกับทะเลญี่ปุ่น เต็มไปด้วยของขวัญจากธรรมชาติ มีสกีรีสอร์ตชื่อดังอย่างเช่น Echigo-Yuzawa อุทยานแห่งชาติ ออนเซ็นธรรมชาติ ซีฟู้ดสดใหม่ ข้าวญี่ปุ่น และสาเก นักท่องเที่ยวนิยมพักผ่อนในเมืองนีงะตะ และเกาะซาโด

    • คันไซ

      VIEW MORE →

      ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยจังหวัดมิเอะ นารา วากายาม่า เกียวโต โอซาก้า เฮียวโกะ และชิกะ เมืองหลวงเก่าอย่าเกียวโตก็อยู่ในภูมิภาคคันไซ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ทั้งวัดและศาลเจ้าที่เกียวโต ปราสาทโอซาก้า และกวางที่นารา อีกทั้งผู้คนในแถบคันไซยังเป็นมิตร จึงเหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อน

    • นารา

      VIEW MORE →

      จังหวัดนารา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในอดีต ช่วงยุคนารา หรือราวค.ศ 710 ในช่วงที่นาราเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นนั้นถูกเรียกว่า "เฮโจเกียว" และยังเป็นเส้นทางสายไหม ที่เฟื่องฟูไปยังนานาชาติและผลิตสมบัติสำคัญทางวัฒนธรรมมากมาย สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังนาราก็คือ สวนนารา ที่เต็มไปด้วยกวาง การปีนเขาโยชิโนะ และจุดชมซากุระ

    • เกียวโต

      VIEW MORE →

      เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ.794-1100 ที่เป็นศูนย์กลางในด้านการเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นถนนกิอง วัดทอง วัดน้ำใส และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่ง แม้แต่ป่าไผ่อาราชิยาม่าอันโด่งดัง ที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมความงาม ที่หมุนเวียนไปตลอดทั้ง 4 ฤดู

    • โอซาก้า

      VIEW MORE →

      โอซาก้า เป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตรและมีแต่ความสนุกสนาน แต่ประวัติศาสตร์ของที่นี่ไม่ได้สนุกเหมือนกับในปัจจุบัน เพราะโอซาก้านั้นมีส่วนสำคัญในการรวมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 16 ทำให้โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของญี่ปุ่น มีเมนูอาหารชื่อดัง จนได้ชื่อว่าเป็น "ครัวของญี่ปุ่น" ในปัจจุบันโอซาก้าเป็นต้นแบบของญี่ปุ่นตะวันตก ที่มาพร้อมกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งย่านอุเมดะอย่าง Grand Front Osaka และ Abeno Harukas โอซาก้าเป็นสวรรค์ของนักชิม มาพร้อมกับเมนูขึ้นชื่อย่าง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ และคุชิคัตสึ รวมถึงเป็นที่ตั้งของสวนสนุก Universal Studios Japan อีกด้วย

    • ชูโกกุ

      VIEW MORE →

      ชูโกกุ ประกอบด้วย 5 จังหวัดได้แก่ ฮิโรชิม่า โอคายาม่า ชิมาเนะ ทตโตริ และยามากุจิ สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อคือ เนินทราย (ทตโตริ) และ สวนสันติภาพ (ฮิโรชิม่า) และเมื่อข้ามน้ำไปยังชิโกกุที่มีด้วยกัน 4 จังหวัดคือ เอฮิเมะ คากาวะ โคจิ และโทคุชิม่า ขึ้นชื่อเรื่องอุด้ง (คากาวะ) และโดโกะออนเซ็น (เอฮิเมะ)

    • ฮิโรชิม่า

      VIEW MORE →

      จังหวัดฮิโรชิม่า มีทั้งแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และอาหารอร่อย สามารถนั่นเครื่องบินจากโตเกียวโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง ครึ่ง และนั่งรถไฟ 4 ชั่วโมง มีแหล่งมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO 2 แห่ง คือ ศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ และ Atomic Bomb Dome นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลจากทะเลในเซโต โดยเฉพาะหอยนางรม โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า เลมอเซโตอุจิ และธรรมชาติที่สวยงามสะกดสายตา

    • ชิโกกุ

      VIEW MORE →

      On the other side of the Seto Inland Sea opposite Japan’s main island, Shikoku (四国) is a region made up of four prefectures: Ehime, Kagawa, Kochi, and Tokushima. The area is famous for its udon (in Kagawa), and the beautiful Dogo Onsen hot springs (in Ehime).

    • คากาวะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดคากาวะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะชิโกกุ ติดกับเกาะหลักของญี่ปุ่นและทะเลในเซโต เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น มีซานุกิอุด้งชื่อดัง จนทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่า เมืองอุด้ง มีศาลเจ้าโกโตฮิรากุและสวนริสึริน ว่ากันว่าหากมองไปที่ Zenigata Sunae หรือภาพวาดจากทราย จะทำให้ไม่ขัดสนเรื่องเงินตลอดไป

    • คิวชู

      VIEW MORE →

      เกาะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีด้วยกัน 7 จังหวัด คือ ฟุกุโอกะ ซากะ นางาซากิ คุมาโมโต้ โออิตะ มิยาซากิ และคาโกชิม่า เกาะนี้มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากจีนและฮอลันดา เข้ามาทำการค้าในสมัยก่อน โดยมิชชันนารีเข้ามาทางท่าเรืองในจ.นางาซากิ และต้องขอบคุณการระเบิดของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ที่ทำให้ที่นี่มีพร้อมทั้งวิวทิวทัศน์ ธรรมชาติ อาหาร แหล่งออนเซ็นที่สวยงาม

    • คาโกชิม่า

      VIEW MORE →

      คาโกชิมะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสิ่งใหม่ๆของญี่ปุ่น โดยมีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอดีต เช่น ซามูไร ไซโกะ ทาคาโมริ และ โอคุโบะ โทชิมิจิ ผู้ผลักดันญี่ปุ่นจากยุคเอโดะมายังยุคเมจิ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สวนเซ็นกันเอ็น ภูเขาไฟซากุระจิมะ ออนเซ็นอิบุสุกิ ออนเซ็นคิริชิมะ เกาะยาคุชิมะ แหล่งมรดกโลก หรือเกาะอะมามิโอชิมะ เกาะที่ว่ากันว่าอยู่ใกล้สวรรค์มากที่สุด แม้จะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะหลัก แต่คาโกชิมะก็เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่รอให้ไปชมมากมาย

    • ฟุกุโอกะ

      VIEW MORE →

      จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในภูมิภาคคิวชู มี 2 เมืองใหญ่คือ ฟุกุโอกะและคิตะคิวชู การท่องเที่ยวในฟุกุโอกะนั้นสะดวกสบาย ทำให้สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าดาไซฟู เท็นมังกุ มตสึนาเบะ(หม้อไฟเครื่องใน) ไข่ปลาเม็นไทโกะ(ไข่ปลาคอตรสเผ็ด) และราเมนฮากาตะ นอกจากนี้ที่นี่ยังเหมาะกับทั้งคนที่ชอบช้อปปิ้ง และชอบธรรมชาติ

    • โอกินาว่า

      VIEW MORE →

      เกาะโอกินาว่านั้นอยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น และยังเป็นส่วนที่ร้อนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จากในอดีตที่มีการปกครองตนเอง และเหตุการณ์ทางการเมือง และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทำให้โอกินาว่าที่วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีวัฒนธรรมจากอาณาจักรริวกิวหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ภาษา เสื้อผ้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของคาราเต้อีกด้วย

MOST POPULAR

RELATED ARTICLES

PARTNERS