ทริคน่ารู้ก่อนเที่ยวญี่ปุ่น

Tokyo Tour ทรปเที่ยว 2019.02.03
  •  
 

สิ่งแรกๆที่จำเป็นต้องรู้ก่อนเที่ยวญี่ปุ่น? อะไรคือสิ่งที่ต้องเตรียมมา? หรือว่าที่ญี่ปุ่นจะมีอะไรที่ต้องเจอบ้าง?

ญี่ปุ่นเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก และเป็นระเบียบมากๆ แต่ก็ยังมีด้านที่แปลกและต้องระวัง
นอกจากกำแพงด้านภาษาที่ทุกคนรู้กันอยู่ สิ่งที่เราจะบอกต่อไป คือสิ่งที่อยากแนะนำก่อนมาเที่ยวญี่ปุ่น!

เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยวญี่ปุ่น
1. วันหยุดราชการ
2. เทศกาล
3. สถานที่ห้ามพลาด
4. เปิดโรมมิ่ง? Prepaid SIM Card? Pocket Wifi? ใช้อะไรดี
5. เที่ยวด้วยรถไฟหรือรถบัส
6. ข้อควรจำกับแท็กซี่
7. ร้านบุฟเฟ่ต์ Tabe-hodai (食べ放題)/Nomi-hodai (飲み放題)
8. ร้านอิซากายะ
9. เช็คลิสก่อนไปสนามบิน
10. เงินสดหรือบัตรเครดิต?
11. ยาต่างๆเข้าญี่ปุ่น 
12. จากโรงแรมไปสนามบิน


1.วันหยุดราชกาล

เหมือนกับทุกๆประเทศ คนจะเที่ยวกันในช่วงวันหยุด
ถ้ามาในช่วงนี้ก็จะได้สัมผัสทั้งเทศกาลและคนท้องถิ่น

แต่สิ่งที่ต้องระวังคือราคาที่พักและค่าตั๋วเครื่องบิน
ที่จะพุ่งสูง รวมถึงจำนวนคนที่เยอะมากๆในที่ท่องเที่ยว

โดยญี่ปุ่นจะมี 3 วันหยุดใหญ่ๆ ท้ายปี วันปีใหม่
ต้นม.ย.-ปลายพ.ค. และช่วงส.ค.

✴New Year's (お正月):
วันปีใหม่ญี่ปุ่นจะเริ่มหยุดตั้งแต่
วันที่29 ธ.ค.-3 ม.ค.และเป็นเรื่องปกติ
ที่บริษัทจะหยุดในอาทิตย์แรกของม.ค.
เป็นวันหยุดยาว 5-10 วัน
 
Golden Week (ゴールデンウイーク): โกลเด้นวีค เป็นการรวมวันหยุด 4 วันเข้าด้วยกันจนเป็นวันหยุดยาว
ปกติจะเริ่มช่วง 29 ม.ย.(Showa Day(昭和の日)) - 5 พ.ค. (Children's Day (子供の日)) แต่ในปี 2019
จะเป็นวันที่สมเด็จพระจักรพรรดิสละราชสมบัติ ทำให้โกลเด้นวีคปีนี้หยุด 10 วัน (27 ม.ย.-6พ.ค.)

✴Obon (お盆): วันไหว้บรรพบุรุษ หรือชื่อเล่น Silver Week โอบ้งจะรวมวันหยุด 3 วันเข้าด้วยกันในช่วงกลางเดือนส.ค. 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
2.เทศกาล

มีเทศกาลมากมายในญี่ปุ่น ที่นี่จะเรียกว่ามัตซึริ อย่างเช่น เทศกาลชมดอกไม้(花見;Hanami)
หรืองานหิมะที่ซัปโปโร (雪まつり; yuki matsuri) หลายๆเทศกาลจะขึ้นอยู่กับฤดูกาล

แต่ในช่วงหน้าร้อนจะมีเทศกาลให้เห็นมากกว่าเช่น  การแบกเกี๊ยว (mikoshi) หรือการเต้นระบำท้องถิ่น
ต่อจากนี้เราจะแนะนำเทศกาลคร่าวๆในแต่ละเดือนที่น่าสนใจ เป็นทางเลือกในการมาเที่ยวให้คุณ

มกราคม:  Hatsumode งานศาลเจ้าแรกของปี (初詣)
                 การทักทายของพระจักพรรดิ
                 ช้อปปิ้งถุงโชคดี (福袋; fuku bukuro)
                 Miyoshi Bondensai (三吉梵天祭)
                 Nozawa Fire Festival (道祖神火祭り)
                 เทศกาลโคมไฟ Nagasaki (長崎提灯祭り)
                 Sumo Tournaments ที่โตเกียว

กุมภาพันธุ์: เทศกาลหิมะ Sapporo (さっぽろ雪まつり)
                  เทศกาลฤดูหนาว Asahikawa (旭川冬まつり)
                  Setsubun ปาถั่วไล่ยักษ์ (節分)
                  ชมดอกบ๊วย (梅)

มีนาคม: วันเด็กผู้หญิง (ひな祭り)
               Daruma Festival (だるま祭り)
               ชมดอกบ๊วย (梅)
               Omizutori (お水取り)
               Sumo Tournaments ที่โอซาก้า
  • เมษายน: Kanamara Festival (かなまら祭り)
                     เทศกาลชมซากุระ (花見; hanami)
                     Takayama Festival (高山祭)
                     Onbashira Festival (式年造営御柱大祭)
                     Beppu Hot Spring Festival
                     (別府八湯温泉まつり)

    พฤษภาคม: Hakata Dontaku (博多どんたく)
                        Aoi Matsuri (葵祭り)
                        Kawachi Fujien Wisteria (河内藤園)

    มิถุนายน: ชมดอกไฮเดรนเยีย (あじさい祭り)
                     ชมหิ่งห้อย (蛍祭り)
                     Sanno Festival (山王祭り)
  • กรกฏาคม: ดอกไม้ไฟ (花火大会)
                        วัน Tanabata (七夕まつり)
                        Obon (お盆)
                        Gion Festival (祇園祭)
                        Mitama Festival (みたままつり)
                        Tenjin Festival (天神祭)
                        Sumo Tournaments ที่นาโกย่า

    สิงหาคม: Iwamori Nebuta Festival (ねぶた祭)
                     Sendai Tanabata Festival (七夕まつり)
                     Kyoto Gozan no Okuribi (五山送り火)
                     Tokyo Koenji Awa Odori
                      (高円寺阿波おどり)
                     Tokyo Harajuku
                     Omotesando Super Yosakoi
                     (原宿表参道元氣祭 スーパーよさこいl)
                     Hachioji Festival (八王子祭り)

    กันยายน: Meguro Kumin Matsuri
                     (目黒のSUNまつり)
  • ตุลาคม: Nagasaki Kunchi (長崎くんち)
                   Tokyo Honmonji (御会式)
                   ใบไม้เปลี่ยนสี (秋季祭)

    พฤศจิกายน: Jingu Gaien Ginkgo Festival
                          (明治神宮外苑いちょう祭り)
                         Shichi-go-san (七五三)
                         Sumo Tournaments ที่ฟุกุโอกะ

    ธันวาคม: Illuminations
                   Kasuga Wakamiya Festival
                    (春日若宮おん祭)
                   Namahage (なまはげ)
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

3. สถานที่ห้ามพลาด
กับลิสต์สถานที่น่าเที่ยวในญี่ปุ่น

・โตเกียว: Japanese Imperial Palace, Meiji Shrine, Tokyo Tower, Tokyo Skytree, Toyosu Market, Kabukiza 

・ฮอกไกโด: Sapporo Beer Museum, Nikka Whisky Yoichi Distillery, Otaru Canal

Tohoku: Hiraizumi, Zao Fox Village, Ginzan Onsen

・คันโต: Kawagoe, Hakone, Kamakura, Cup Ramen Museum, Kusatsu Onsen

・ชูบุ: Mt. Fuji, Suntory Hakushu Whisky Distillery, Nagoya Castle, Matsumoto Castle

・คันไซ: Kyoto, Osaka Castle, Dotonbori, Universal Studios Japan

・ชิโกกุ/ชูโกกุ: Dogo Onsen, Matsuyama Castle, Mount TsurugiPilgrimage destinations, 88 temple pilgrimage routes, Itsukushima Shrine

・คิวชู: Dazaifu Tenmangu Shrine, Sakurajima, Kumamoto Castle, Gunkanjima (Hashima Island)

・โอกินาว่า: Okinawa Churaumi Aquarium, Toyosaki Beach in Emerald Sea, Murasaki Mura Ryukyu Kingdom, Orion Happy Park

 



4. เปิดโรมมิ่ง? Prepaid SIM Card? Pocket Wifi? ใช้อะไรดี

ตอนนี้ที่ญี่ปุ่น มีFree-wifi แทบจะทั่วพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตาม
การเที่ยวต่างประเทศก็ควรมีเน็ตติดเครื่องไว้ โดยตัวเลือก
ก็จะมี SIM Cards และ Pocket Wi-Fi
----------------------------------------------------------------------------------------------------
Pre-Paid SIM Card
ทางเลือกที่ดีมากๆ ไม่ว่าจะซื้อที่ประเทศของคุณ หรือจะมาซื้อที่สนามบิน
นอกจากนั้นแพ็คเกตก็ยืดหยุ่น สามารถเลือกความเร็วได้หลากหลาย และซิมส่วนมาก
จะเป็นของ DoCoMo ซึ่งเป็นผู้บริการรายใหญ่ของญี่ปุ่น

ข้อดี: +สามารถใช้เล่น Skype, Facebook, FaceTime, และ Google Maps
         +ตั้งค่าง่าย ใช้งานง่าย

ข้อเสีย: - ค่อนข้างกินแบต
           -ต้องยอมเอาซิมเบอร์เดิมออกไปก่อน

----------------------------------------------------------------------------------------------------

Pocket Wi-Fi
Pocket Wi-Fi เหมาะสำหรับเพื่อนหรือครอบครัวที่มาเที่ยวกลุ่มใหญ่
แต่เน็ตอาจหมดไวได้ถ้าไม่ระวัง

ข้อดี: +ครอบคลุมหลายพื้นที่
         +ใช้งานง่าย
         +เชืื่อมได้หลายเครื่องพร้อมกัน

ข้อเสีย: -ต้องพกเครื่องไปด้วย
           -ต้องชาร์ทแบต
           -ต้องคืนเครื่องหลังเที่ยวเสร็จ
            -บางพื้นที่อาจไม่มีสัญญาณ
----------------------------------------------------------------------------------------------------
5. เที่ยวด้วยรถไฟหรือรถบัส

ปกติรถไฟฟ้าจะค่อนข้างครอบคลุมพื้นที่่ในญี่ปุ่น ในเมืองใหญ่ขึ้นรถไฟฟ้าได้ไม่เป็นปัญหา
แต่ถ้าที่ต่างจังหวัดหรือบางพื้นที่ก็อาจจะต้องใช้รถบัส

การขึ้นรถไฟญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องยาก แค่ต้องทำความเข้าใจเส้นทางเล็กน้อย เพราะรถไฟในประเทศมีมากถึง 55 สาย
ควรโหลดแอปรถถไฟมาใช้เช่นแอปรถไฟ Metro แอปHyperDia หรือหาแผนที่ภาษาอังกฤษมาเก็บไว้กับตัว

ส่วนตั๋วอีกแบบคือ rail passes ที่ถูกแพงไม่เท่ากัน ตามแต่ละเส้นทางและบริษัท 

Japan Public Transportation Pass
Japan Rail Pass: ถ้าอยู่ในโตเกียวคงจะไม่คุ้มค่าเท่าไร แต่ถ้าออกนอกเมืองถึงจะคุ้ม เช่น ตั๋ว 7 วัน
ควรไปทริปโตเกียว-เกียวโต หรือตั๋ว 14 วัน ควรจะไปโอซาก้า ฮิโรชิม่า นอกจากนี้ยังมีเว็บคำนวณ JR Pass calculators 
เพื่อดูความคุ้มค่าของตั๋วและทริป โดยตั๋วนี้จะสามารถใช้รถไฟJR ทุกเที่ยวรวมถึงชินคันเซ็น(ยกเว้น Nozomi และ Mizuho)
รถบัสJR (ยกเว้น Raku busในเกียวโต) และเรือJRเฟอรี่ไป Miyajima

Tokyo Metro Ticket: ตั๋วราคาถูก สามารถเลือกเวลาได้ 24 48 72 ชั่วโมง สามารถใช้รถไฟ Tokyo Metro และ Toei Subway ก่อนซื้อจึงควรเช็คเส้นทางก่อนว่าอยู่ในสองเงื่อนไขนี้หรือไม่

Suica และ PASMO: เหมาะสำหรับผู้ท่องเที่ยวในโตเกียว ลดค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากในการซื้อตั๋ว เพียงแค่ซื้อบัตร

ตั๋วรถไฟแบบต่างๆ
ในเมืองต่างๆ มีบัตร 1 วันต่างๆมากมาย ที่จะทำให้คุณขึ้นได้ไม่จำกัดรอบ

Hiroshima: 1 Day Streetcar Pass
- 600 เยน (เด็ก 300 เยน) หรือ 1 Day Streetcar and Ferry - 840 เยน (เด็ก 420 เยน)

Osaka: Osaka Amazing Pass
 - 1 day pass 2500 เยน หรือ 2 day pass 3300 เยน

Kyoto: Kyoto Bus One-Day Pass 600 เยน (เด็ก 300 เยน)

Nagasaki: One-Day Bus Pass - 500 เยน (เด็ก 250 เยน)
   หรือ One-Day Streetcar Pass 500 เยน (เด็ก 250 เยน)
6. ข้อควรจำกับแท็กซี่

แท็กซี่ญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องราคา แต่ว่าบางครั้งก็อาจจะต้องใช้บริการ ไม่ว่าจะตกรถไฟเที่ยวสุดท้าย สัมภาระที่เยอะมากไป
โดยปกติแท็กซี่ราคาจะเริ่มที่ 730 เยน (2กิโลแรก) และต่อไปจะลดค่าโดยสารเป็น 410 เยน 

・เรียกแท็กซี่: สามารถโบกรถได้ปกติ รถว่าง = 空車 ถ้าเห็น 迎車 หรือ 貸切 แปลว่ารถไม่ว่างหรือถูกจอง

・ประตูอัตโนมัติ: รถจะมีประตูหลังอัตโนมัติ ดังนั้นไม่ต้องปิดประตูตอนลง

・กำแพงภาษา: ส่วนใหญ่คนขับรถพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ควรเปิด Google maps แล้วให้คนขับดู

・เก็บกระเป๋า: บอกคนขับให้เปิดท้ายรถ เพื่อเก็บสัมภาระได้
 


7. ร้านบุฟเฟ่ต์ Tabe-hodai (食べ放題)/Nomi-hodai (飲み放題)

ในญี่ปุ่นร้านบุฟเฟ่ต์จะถูกเรียกต่อท้ายด้วย houdai ที่จะให้คุณเต็มอิ่มกับการดื่มและอาหารใน 90 นาที

・Tabehoudai (食べ放題): บุฟเฟ่ต์ปกติ ทานเท่าไรก็ได้ในเมนูของทางร้าน ส่วนมากจะเป็น เนื้อย่าง ไก่ย่าง
หรือชาบู และบุฟเฟ่ต์ขนมหวานหรือเค้กต่างๆ

・Nomihoudai (飲み放題): บุฟเฟ่ต์น้ำ ที่อาจจะเป็นแอลกอฮอล์หรือไม่มีแอลกอฮอล์ในเวลาจำกัด
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
8. ร้านอิซากายะ

ร้านเหล้าพร้อมกับแกล้ม ส่วนมากจะเสิร์ฟสาเก เหล้า แอลกอฮอลล์ พร้อมอาหารญี่ปุ่นง่ายๆ มักเปิดเย็น-เที่ยงคืน หรือเช้าวันใหม่

・สั่งอาหาร: ร้านส่วนใหญ่ไม่มีพนักงานประจำโต๊ะ ดังนั้นจะสั่งของจำเป็นต้องยกมือเรียกพนักงานด้วยการพูด sumimasen
หรือถ้ามีปุ่มกดเรียกพนักงานอยู่ที่โต๊ะก็สามารถกดสั่งได้ ส่วนใหญ่อาจจะมีเมนูภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น

・Otoshi: ส่วนมากร้านอิซากายะจะเก็บค่า otoshi(お通し) เป็นค่าโต๊ะแต่ส่วนมากจะเก็บในรูปแบบ
อาหารเรียกน้ำย่อยจานเล็กๆ โดยค่าโต๊ะจะอยู่ที่ 500-700เยน ส่วนมากจะไม่บอกด้วยว่าเก็บค่าโต๊ะ

・จ่ายเงิน: ส่วนมากร้านอิซากายะจะไม่แยกบิล และไม่รับเครดิตการ์ด เพราะฉะนั้นต้องคอยระวัง
9. เช็คลิสก่อนไปสนามบิน
เช็คก่อนบิน ห้ามลืม!

สิ่งจำเป็น
☑ พาสปอร์ต
☑ Visa (ถ้าจำเป็น)
☑ ตั๋วเครื่องบิน (electronic ticket)
☑ เงินเยน
☑ ที่อยู่โรแรม (to write on immigration sheet)
☑ หัวแปลงไฟ (ญี่ปุ่นใช้ไฟ 100V  plug Type A/B )
☑ เสื้อผ้า (เสื้อผ้าในแต่ละฤดูจาก JTB travel agency)
☑ ยาประจำตัว

เพิ่มเติม
・สำเนาพาสปอร์ต
・สำเนาตั๋วเครื่องบิน
・แอปแปลภาษา
・พาวเวอร์แบงค์
・ยาล้างมือ
・ผ้าเช็ดมือ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------
10. เงินสดหรือบัตรเครดิต?

ควรเอาเงินไปเท่าไรดี ถ้าเงินหมดจะไปกดได้ที่ไหน สำหรับจำนวนเงินควรดูแผนการเที่ยวของคุณ
เช็คค่าตั๋ว ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว หรือค่าเดินทาง และเผื่อค่าช้อปปิ้งเอาไว้

รูดบัตรเครดิตในญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใช้เงินสดเป็นส่วนใหญ่ ร้านที่รับบัตรส่วนมากจะเป็นห้างหรือร้านอาหารบางแห่ง
เพราะฉะนั้นควรเตรียมเงินสดให้พอ

ถอนเงินจากธนาคาร
ถ้าเงินหมดแล้วอยากกดเงินจากธนาคาร
① ATM ที่ 7/11 (ATM เจ้าอื่นกดไม่ได้)
② Japan Post Office Bank ATM (Japan Post Bank ATM )

แลกเงินในญี่ปุ่น
3 ที่ที่สามารถแลกเงินในญี่ปุ่น
① DAIKOKUYA (大黒屋) - เรทดีที่สุด
② Travelex
③ ธนาคารญีปุ่น (Tokyo-Mitsubishi UFJ, SMBC Trust Bank, Mizuho Bank)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
11. ยาต่างๆเข้าญี่ปุ่น

ยาสามรถนำเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ แต่บางตัวยาก็ไม่สามารถนำเข้าได้ เพราะฉะะนั้นตรวจสอบให้ดีก่อน 

ยาสามัญประจำบ้าน
ส่วนมากยาทั่วไปจะสามารถนำเข้าญี่ปุ่นได้โดย ปริมาณไม่เกิน 2 เดือนและยาที่มีส่วนผสม เหล่านี้ห้ามนำเข้าตามกฏหมาย
ถ้าจะนำยาเข้ามาเกิน 2 เดือนต้องกรอกใบ Yakkan Shoumei ก่อนบินเข้าญี่ปุ่น

ยาตามใบสั่งแพทย์
ยาตามใบสั่งแพทย์สามารถนำมาปริมาณไม่เกิน 1 เดือน ถ้านำมาเกินก็ต้องกรอกใบ Yakkan Shoumei เหมือนกัน
และควรนำใบสั่งยา หรือสำเนาใบสั่งยาติดมาด้วย ถ้ามีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องใช้อาจจะต้องโดนตรวจที่ด่าน


ยาอย่าง Adderall ไม่อนุญาตให้นำเข้าประเทศญี่ปุ่น
เพราะฉะนั้นก่อนเดินทางอย่าลืมเช็คลิสต์ยาที่ Ministry of Health, Labour and Welfare 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
12. จากโรงแรมไปสนามบิน
ขึ้นอยู่กับสนามบินที่คุณต้องไป แต่เราจะยกตัวอย่างสนามบินนาริตะ และสนามบินฮาเนดะ
 

สนามบินนาริตะ
JR Narita Express (EX): ประมาณ 3000 เยน เชื่อมกับสถานี JR ต่างๆ
Keisei Skylinerประมาณ 2465 เยน ไปที่สถานี Nippori และ สถานี Ueno 
③ Keisei Limited Express: 1190 เยน จากสถานี Nippori
    ถูกสุดแต่ก็ใช้เวลานานที่สุด
Bus: มีบัตรหลายสายที่ใช้เดินทางได้ ในโตเกียวราคาจะอยู่ที่ 900-3200 เยน
 
ไม่ควรขึ้นแท็กซี่ยกเว้นจำเป็น ไปสานามบินราคาจะอยู่ประมาณ 20,000 เยน 
สนามบินฮาเนดะ
① Tokyo Monorail: 483 เยน  ขึ้นจากสถานี Hamamatsucho 
② Keikyu Line: 407 เยน ขึ้นจากสานี Shinagawa 
Bus: เหมือนกับสนามบินนาริตะ ขึ้นได้หลายสาย เช่น Keikyu Bus ที่ไปหลายๆที่ในโตเกียว
   การไปฮาเนดะการเดินทางจะจำกัดกว่า ถ้ารู้สายรถบัสก็เป็นการประหยัดเวลาได้
 

ทริคต้องรู้ในญี่ปุ่นใหม่ๆ จะมาเร็วๆนี้!!



ติดตามเราได้ที่ JAPANKURU🐶 สำหรับบทความดีๆในทุกๆวัน!!

หรือเพิ่มเราเป็นเพื่อนได้ที่ Instagram และ Facebook มาแบ่งปันเรื่องราวดีๆกัน💖🗾
Comment
POST
Related Article
  • PARTNERS